แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สหกรณ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สหกรณ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

จดหมายเหตุบุกจับ ตอน เข้าแผนบิ๊กต๊อก จับ“ธัมมชโย”ทุกวิธีตามกฏหมาย เหรอ?? (23 มิ.ย.59) ตอนที่ 6

แถลงข่าวรายวัน พอๆ กับสร้างประเด็นเท็จรายวัน  นี่ต้องชื่นชม IO ของทีม DSI และ รมต. ยุติธรรมมากๆ สำหรับความคิดสร้างสรรค์เลวได้ใจ พ่อแม่ต้องภูมิใจที่ลูกนำวิชาความรู้ที่ได้เล่าเรียนมา ใช้ทำลายล้างคนดีมีศีล พระเจ้าก็ไม่เว้น ชื่นชมด้วยใจจริงนะครับ เหอ เหอ เหอ

เอ้าเข้าเรื่องกันดีกว่า ช่วง 1-2 วันนี้มีประเด็น DSI พบเงินบริจาคงอก 400 ล้าน และช่างสอดคล้องที่มีกลุ่มคนที่อ้างว่า เป็นสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ออกมาถือป้าย แย้งไม่ยอมความธรรมกาย

ซึ่งก่อนจะเข้าเนื้อหา การกล่าวอ้างดังกล่าวต้องขอชื่นชม DSI ที่ลาก แถกระแสสังคมมาจากประเด็นหลักไกลซะออกอ่าว หลงประเด็นว่าแรกเริ่มของเรื่องคือ 

เงินบริจาคคุณศุภชัย ถูกบริจาคไปหลายส่วน ทั้งแวดวงการเมือง สหกรณ์ โรงเรียน องค์กรการกุศลต่างๆ สภากาชาดไทยก็ใช่ รวมทั้งหมด 11,367 ล้านบาท รวมถึงวัดพระธรรมกาย ในส่วนวัดพระธรรมกายเป็นสัดส่วนน้อยที่สุด คิดเป็น 8% ไม่รู้ที่มาของเงิน แต่ลูกศิษย์ตั้งกองทุนช่วยเหลือคืนไป 600 กว่าล้าน 



จากข้อมูลที่มีถึง บอกว่า DSI ไม่จริงใจ มีวาระแอบแฝง มีธงในการดำเนินคดี สหกรณ์ทำหนังสือขอบคุณวัดพระธรรมกาย ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องช่วย และเป็นเงินก้อนเดียว หน่วยงานเดียวที่ช่วย 

ประเด็นมีแค่นี้ แต่ DSI มีความพยายามยัดเยียดข้อกล่าวหา ขณะที่พระธัมมชโยป่วย DSI ก็ไม่จริงใจส่งแพทย์เข้าตรวจ แถว่าใบรับรองแพทย์ปลอมซะงั้น... มันใช่เหรอครับ

เออ นอกเรื่องนิดนะครับ จากประวัติศาสตร์ของ DSI รุ่นพี่ของแต่ละท่านส่วนใหญ่ติดคุกด้วยข้อหาที่ต่างกัน

ผมว่า DSI ยุคนี้ก็ไม่ต่างกันนะครับ คิดดีๆ ครับ พวกคุณเป็นข้าราชการประจำ แต่รับใช้ข้าราชการการเมือง ซึ่งมาแป๊บๆ ก็ไป แต่พวกต่างหากที่ยังอยู่ คิดยาวๆ ครับ ผมเข้าใจการเรียนการสอนบ้านเราไม่ค่อยสนับสนุนให้คิด ให้วางแผน แต่นี่อนาคตพวกคุณเอง จะไม่คิดเหรอครับ

แล้วธรรมกายน่ะ เขามีลูกศิษย์ลูกหาเยอะแยะ ถ้าไม่แน่จริงเขาคงไม่มีศูนย์สาขาแตกเป็นเห็ดทั่วโลก และใช้เวลาเพียง 40 กว่าปี สร้างอะไรใหญ่ๆ โตๆ อย่างที่เห็น นี่ขนาดวัดเขายุ่งขนาดนี้ยังไม่วายจัดบวชพระ เออ เอาเข้าสิ นอกเรื่องป่ะ

นั่นจึงเป็นที่มาของคำพูดที่ว่า การออกหมายจับไม่ชอบด้วยกฏหมาย

จึงอยากฝากถึงผู้ที่มายืนประท้วงว่า "ท่านประท้วงผิดขั้นตอนนะ" จริงๆ คือ พวกคุณต้องขอบคุณวัดพระธรรมกาย และไปประท้วงเร่งให้ DSI ให้ไปตามเงินจากส่วนงานการกุศลอื่น เพราะประท้วงโดยไม่ทำการบ้าน ไม่หาข้อมูล เกรงว่าจะคว้าน้ำเหลวนะ



ส่วน DSI ที่อ้างว่าพบเงินบริจาคงอก ศิษย์ธรรมกายบอกขอหลักฐาน การกล่าวอ้าง ซึ่งคำพูดในลักษณะนี้ใครก็พูดได้  ที่สำคัญศิษย์ธรรมกายยัน เช็คทุกใบตรวจสอบได้ 


ด้านบิ๊กต๊อก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เพ้อจับพระธัมมชโยทุกวิธี (ที่ตั้งใจสร้างความชอบธรรมเองกับมือ) ตามกฎหมาย

เช่นเดียวกับที่เพ้อว่า เมทแอมเฟตามีน (สารตั้งต้นยาบ้า) พ้นยาเสพติด ความต้องการ (เสพ) จะลดลง พูดเป็นสินค้าแถวสำเพ็งไปได้ ซื้อหรือมีเยอะจะถูก


ขอโทษนะครับ ตำแหน่งรัฐมนตรีนี่ เขาจับฉลากให้มาไหม?? ตรรกะในการคิดประหลาด ไม่มีแม้สักนิดที่จะคิดห่วงใยคุณภาพชีวิตคนไทยตาดำๆ คิดได้ไง "ปราบไม่ได้ก็ต้องอยู่ร่วมกัน

คือว่า ถ้าจริงจังจริงๆ เหมือนดำเนินคดีวัดพระธรรมกาย ทำไมจะปราบไม่ได้ เสียชื่อชายชาติทหาร มือปราบเสื้อแดง

เว้นเสียแต่ว่ามีผลประโยชน์ร่วม ไปมาเก๊าถี่จนชักหน้าไม่ถึงหลัง หมุนเงินไม่ทันครับ อุ๊บส์!! ขอโทษ หลุดปากผมไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษคร๊าบบ ที่พูดตรงไปนิด 

เอาเป็นว่า วันนี้พอแค่นี้ พรุ่งนี้ค่อยมาย่อยข่าวให้อ่านอีกที 
กราบสวัสดีทุกท่าน ทุกคนครับ

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

DSI ครับ... มหาชนเขาอยากจะบอกกับท่านว่า...

เลิกให้สัมภาษณ์ดีกว่าครับ!!! 
แค่พูดว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการก็พอ 
เสียชื่อเปล่าๆ เขาเห็นไส้หมด ....

1. คดียังไม่เริ่มต้น แค่ขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา 
จะชี้นำว่า หลวงพ่อธัมมชโยรับถูกต้อง-ไม่ถูกต้อง ไม่ได้ 
โดยเฉพาะเช็คเป็นหมื่นล้าน บริจาคไปหลายกลุ่ม 
และตรวจสอบได้หมดเพราะเป็นเช็ค 
ถ้าพูดแบบนี้ก็ต้องแจ้งข้อหาในเช็คทุกใบทั้งหมื่นล้านซิ

2. ใครที่ไหนจะบ้า 
รับของโจร ฟอกเงิน ร่วมลักทรัพย์ เป็นเช็ค!!! 
ตามีตามาก็รู้ว่า เช็คมีไว้เพื่อความบริสุทธิ์ใจ 
ตรวจสอบได้ รู้เส้นทาง รู้ที่มาที่ไปหมด 
ในกรณีอย่างนี้คนที่รับเช็คซึ่งรับบริจาคมา 
มันก็ไม่ครบองค์ประกอบตั้งแต่แรก 
ตั้งข้อหาแบบนี้...
รังแต่จะทำให้คนรักความยุติธรรม คลางแคลงใจ
องค์ประกอบความผิดฐาน "รับของโจร"

3. ในส่วนของหลวงพ่อ 600 กว่าล้าน 
เป็นเช็ค 20 ฉบับ รับโดยเปิดเผย 
บริจาคตามช่วงเวลา เช่น กฐิน ผ้าป่า 
ไม่มีแม้แต่ใบเดียวที่ท่านเบิกมาเป็นเงินสดเข้าตัวเอง
เส้นทางการเงินเข้าสู่วัด มูลนิธิ ตรวจสอบได้หมด 
และที่สำคัญคดีที่มีเช็คเกี่ยวข้อง 
ศาลให้เข้าสู่ขบวนการไกล่เกลี่ยอยู่แล้ว 
เมื่อปีที่แล้ว 2558 สหกรณ์ซึ่งเป็นผู้เสียหายตัวจริง 
ได้ถอนฟ้อง ทั้งแพ่งและอาญา 
โดยลูกศิษย์วัดพระธรรมกายนำเงินมาเยียวยาตามมูลค่าเช็ค 
เมื่อการณ์ปรากฎว่า เช็คเมื่อสิบปีก่อน 20 ฉบับ
เกี่ยวข้องกับคุณศุภชัยซึ่งกำลังถูกดำเนินคดี 
ซึ่งที่สุดของเรื่องคดีเกี่ยวกับเช็คคือ 
ไกล่เกลี่ยได้ และได้ไกล่เกลี่ยไปแล้ว คดียุติแล้ว
สหกรณ์รับเงินเยียวยาจากลูกศิษย์วัดไปแล้ว
4. มาปีนี้ เอาเรื่องเดิมมาตั้งคดีใหม่ 
ให้ท่านเป็นผู้ต้องหา ฟอกเงิน รับของโจร 
ทั้งที่คดีเก่า อัยการมีความเห็นไม่ฟ้องหลวงพ่อไปแล้ว 
เพราะไม่พบเส้นทางการเงินในลักษณะผิดปกติ  

และหาก DSI มีหลักฐานเพิ่มเติม ก็ส่งเข้ามาใหม่ 
แต่นี่ออกคดีใหม่ ทำแบบนี้เพื่อ? 
 
ผู้รับบริจาคเกี่ยวอะไรด้วย??

หลวงพ่อธัมมชโย บริสุทธิ์ทุกข้อกล่าวหา

โปรดอย่าลืมว่าท่านทำอะไร คนเขามองดูอยู่ 
ฟ้ามีตา กรรมมีจริง อย่าได้ประมาทเลย

-จากใจ นายชัดเจน-

ผลบาปมีจริง

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

กระบวนการยุติธรรมไทย ...เชื่อใจได้....จริงหรือ???

เป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าคดีจะสิ้นสุดและพิสูจน์แล้วว่าผิดจริง

หลักกฎหมายสากลที่อารยประเทศทั่วโลกใช้กันคือ...
ไม่ว่าใครก็ตาม จะคดีใดก็ตาม ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ซึ่งอันนี้ก็ว่าตาม ==ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ มาตรา 11 วรรค 1== เป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก



จับก่อน ลงโทษก่อน พิสูจน์ทีหลัง
อันนี้ไม่รู้หลักอะไร 
แต่เป็นที่นิยมมากในประเทศแห่งหนึ่ง 
ณ ซีกโลกตะวันออกเฉียงใต้ 
โดยเฉพาะยุคที่อำนาจอธิปไตย 
อันประกอบด้วย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ 
ซึ่งควรแยกกันเป็นอิสระ 
ถูกรวบยอดเบ็ดเสร็จอยู่กับกลุ่มคนในเครื่องแบบ 
ทำตนเป็นทั้งตำรวจ อัยการ ศาล 
และกรมบังคับคดีหรือกรมราชทันฑ์ในคนเดียว



หลายครั้งหลายครา ก็เป็นศาลเตี้ย 
จับมาพิพากษาลงโทษ 
เบ็ดเสร็จกันในสองสามวันเลยทีเดียว

เราก็ได้เห็นได้ยินมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล 
ดูกรณี พระพิมลธรรมสมัย 53 ปีก่อน เป็นตัวอย่าง 
คดีที่เป็นตราบาปแห่งวงการยุติธรรมไทยมาถึงทุกวันนี้


มีมือดีมาโจทก์ท่านว่าเสพเมถุนกับลูกศิษย์ จะจับท่านสึก
ท่านก็ใจเย็น พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนจนสำเร็จ 
มิวายอีก 2 ปีต่อมา เอาเรื่องคอมมิวนิสต์มาให้ท่านอีก 
งวดนี้ล้อมจับกระชากผ้าเหลืองกันคากุฏิ 
ขังคุกแบบผู้ต้องหาไว้ก่อน 

มาพิสูจน์อีกที 4 ปีต่อมาว่าท่านบริสุทธิ์ 
ดีนะว่าท่านไม่ได้กล่าวคำลาสิกขา 
และมีพยานรับรองว่า ท่านถูกกระชากผ้าเหลืองโดยไม่ยินยอม
จึงได้กลับมาครองสมณเพศนับพรรษาต่อไป 
ถ้าเป็นคนไม่ทันกัน ก็คงเสียพระเถระไปหนึ่งรูป ออกจากคุกมา ก็ไปนับหนึ่งวันบวชใหม่ 
นี่ไงตัวอย่าง จับก่อน ลงโทษก่อน พิสูจน์ทีหลัง 

ประวัติศาสตร์คงไม่แคล้วซ้ำรอยกับคดีหลวงพ่อธัมมชโย 
ที่มี รมต.ทหารดำรงความยุติธรรม ออกมาเรียกร้องปาวๆ 
เร่งรัดคดีชนิด จะเอาให้จบในสามวันเจ็ดวัน 

ท่านคงลืมไปว่า...
 ท่านไม่ใช่ “ศาล” 
ท่านไม่ใช่ “ตุลาการ” 
ท่านจะมาก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ 
ขอเลื่อนเพราะอาพาธ ท่านก็ไม่ให้ รู้ดีกว่า “แพทย์” อีก 
ตกลง--เป็นมันซะทุกอย่างในคนเดียว-- 

  มีคดีไหนในประเทศนี้ไหม เสร็จใน 3 เดือน 
ทำไมขยันผิดปกติขนาดนี้

คดีสหกรณ์ เช็ค 800 กว่าฉบับ เงินกว่าสองหมื่นล้าน ไม่สน 
จะเอาเรื่อง 20 ฉบับกับ 600ล้าน ให้ได้ 

เมื่อออกหมายเรียก สื่อมวลชนได้เอกสารลงข่าว ก่อนเจ้าตัวจะรู้อีก 
ท่านทำอะไรไม่เนียน เปิดเผยซะขนาดนี้ 

DSI ของท่านก็พยายามตั้งข้อหา ทั้งๆ ที่คดีเดิม อัยการไม่ตั้งข้อหา เพราะไม่มีมูล ปปง.ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติ ก็ยังจะมาตั้งคดีใหม่ ไม่ผ่านอัยการ จะฟ้องได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่โดยประวัติแล้วไม่น่าได้นะ 

แล้วรมต.ไพบูลย์ กับ DSI ต้องการอะไร???

ก็คงหนีไม่พ้น การบิดเบือน ใช้อำนาจโดยมิชอบ
เวลาคนในเครื่องแบบมีอำนาจล้นฟ้า สั่งชี้เป็นชี้ตาย ตั้ง “ศาลเตี้ย” ได้ ขนาดอาพาธยังไม่ให้เลื่อน 

ถ้าโผล่ไปรับข้อหา เดี๋ยวก็ไม่ให้ประกัน 
“ขังก่อน” จับสึกถอดจีวรก่อน 
อีก 10 ปีค่อยมา “ยกฟ้อง” ไม่ผิด 

หลวงพ่อธัมมชโยอายุ 72 แล้ว 
คงไม่มีแรงมาต่อกรย้อนหลังอีก 10 ปีข้างหน้าหรอก

สุดท้าย ก็เอาแนวทางเดียวกับพระพิมลธรรมมาใช้ จับก่อน ลงโทษก่อน พิสูจน์ทีหลัง

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

ทางออก!!! กรณีสหกรณ์

ปัญหาจริงคือสหกรณ์มีเงินหมุนเวียน 21,000 ล้าน
แต่ไปปล่อยกู้ 12,000 ล้าน จนขาดสภาพคล่อง 
บัญชีติดลบ หมุนเงินไม่ได้ จนจะล้มละลาย

ทางแก้ที่ถูกต้องที่จะฟื้นฟูสหกรณ์ได้คือ 
1. ต้องขอผ่อนผันจากเจ้าหนี้ 
2. ต้องหาแหล่งเงินทุนเพิ่ม 
3. ต้องทวงเงินจากลูกหนี้ 
4. ต้องเพิ่มฐานสมาชิก

ไม่ใช่ปล่อยให้ DSI มาตั้งข้อหาฟอกเงินตามใจชอบ 
ซึ่งเท่ากับเป็นการแช่แข็งธุรกรรมการเงินของสหกรณ์แบบ 100 % 
และมีโอกาสล้มละลายอย่างแน่นอน เพราะจะไม่มีสถาบันการเงินใดๆ ยอมปล่อยกู้ให้สกหรณ์อย่างแน่นอน ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

ศิษย์วัดพระธรรมกายเข้าใจถึงสถานการณ์เรื่องนี้
จึงตั้งกองทุน 600 กว่าล้าน เพื่อช่วยให้สหกรณ์ฟื้นตัว
เพื่อช่วยให้สมาชิกสหกรณ์ 53,000 คน ไม่ล้มละลายตามไปด้วย
เพราะรู้ว่าในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ 
ยากที่จะมีสถาบันการเงินใดยอมปล่อยกู้ให้อีก 
มิหนำซ้ำ การที่สหกรณ์อ่อนแอแบบนี้ 
คู่แข่งอื่นยิ่งมองเป็นโอกาสดีที่จะลดคู่แข่ง
ซึ่งเป็นธนาคารประชาชนขนาดใหญ่ลงไปอีก 1 รายด้วย

แต่แล้วปัญหากลับยิ่งเลวร้ายลง 
เมื่อ DSI กลับมาตั้งข้อหาฟอกเงินเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ซึ่งกระทบกระเทือนใจต่อกลุ่มลูกศิษย์ที่ลงขันช่วยสหกรณ์เป็นอย่างมาก
1. รู้สึกเหมือนถูกสหกรณ์หักหลัง ทั้งที่จริงใจช่วยเหลือ
2. รู้สึกเหมือน DSI ต้องการเจาะจงเล่นงานเฉพาะวัดพระธรรมกาย
3. รู้สึกเหมือนกำลังหลอกสมาชิกสหกรณ์ 53,000 คน ว่าเงิน 12,000 ล้าน สามารถตามทวงคืนได้ที่วัดพระธรรมกาย
>>>>แต่ในความเป็นจริง เงิน 12,000 ล้านนั้น จากเช็ค 857 ใบนั้นถูกกระจายออกไป 7 กลุ่ม ใน 7 กลุ่มนี้ มี 5 กลุ่มที่เป็นลูกหนี้สหกรณ์ส่วนอีก 2 กลุ่ม คือ วัดพระธรรมกายและวัดต่างๆ คือผู้รับเคราะห์จากการรับเช็คที่มีผู้ยืมเงินสหกรณ์มาทำบุญ

เรื่องที่มันเจ็บปวดก็คือ DSI ไม่ไปตามเงินจากกลุ่มอื่นเลย 
แต่เจาะจงมาตั้งข้อหาฟอกเงินกับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเพียงผู้เดียวทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสหกรณ์แม้แต่น้อยเลย มิหนำซ้ำ ลุกศิษย์ของท่านยังแทบจะเป็นแหล่งเงินทุนกลุ่มเดียว
ที่ช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ 53,000 คน ในเวลานี้อีกด้วย

ท่านลองพิจารณาดูกันเถิดว่า
1. เงินสหกรณ์หายไป 12,000 ล้าน จากเช็ค 857 ใบ แต่เหมารวมทุกฉบับมาตั้งข้อหาฟอกเงินกับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายรูปเดียว เป็นการใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมหรือไม่

2. การตั้งข้อหาฟอกเงินของ DSI กับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จะช่วยให้สหกรณ์ฟื้นตัวและได้เงิน 12,000 ล้านคืนจากลูกหนี้ได้จริงหรือไม่

3. การตั้งข้อหาฟอกเงินกับผู้รับปลายทาง ที่สุดแล้วก็ต้องย้อนกลับไปที่ต้นทางคือสหกรณ์ด้วยโดยปริยาย ถ้าสหกรณ์มีแนวโน้มจะโดนตั้งข้อหาฟอกเงินไปด้วย จะมีแหล่งเงินทุนยื่นมือมาช่วยสหกรณ์หรือไม่

4. ถ้าสหกรณ์ล้มละลายไปเพราะการตั้งข้อหาฟอกเงินมั่วๆ ของ DSI ท่านรับผิดชอบการล้มละลายของสมาชิก 53,000 คน ไหวหรือไม่

5. ในสมาชิก 53,000 กว่าคนนี้ มีศิษย์วัดพระธรรมกายอยู่หลายพันคนบางคนก็ตายไปแล้วแต่ยังถอนเงินไม่ได้ บางคนก็ฝากเงินไว้หลายล้านแต่ถอนไม่ได้ DSI จะรับผิดชอบปัญหาของสมาชิกส่วนนี้ด้วยหรือไม่ จะช่วยหาเงินเยียวยาสมาชิกที่เป็นศิษย์วัดด้วยหรือไม่

6. เงินกองทุน 600 กว่าล้าน ที่ศิษย์วัดช่วยไป หากสหกรณ์ล้มละลายไป DSI จะรับผิดชอบความเสียหายต่อเงินกองทุนช่วยเหลือ 600 กว่าล้านนี้ด้วยหรือไม่

7. ถ้าการที่ญาติโยมมาทำบุญกับวัด คือการที่เจ้าอาวาสต้องถูกดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินกับรับของโจร จะมีพระรูปใดกล้ามาเป็นเจ้าอาวาส จะมีประชาชนคนใดกล้ามาทำบุญ ถ้าหากการใช้กฎหมายครั้งนี้สร้างผลกระทบถึงขั้นเกิดวัดร้างขึ้น 35,000 วัด DSI รับผิดชอบต่อการล้มลงของสถาบันศาสนาได้หรือไม่

การใช้กฎหมายแต่ละข้อ จะมองแค่มุมกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้
ต้องมองถึงแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นในวงกว้างต่อสภาพความเป็นจริงด้วย เพราะทุกอย่างที่ DSI ทำลงไป จะกลายเป็นบรรทัดฐานของการใช้ข้อหาฟอกเงินและรับของโจรกับวัดทุกวัดในพระพุทธศาสนา และการฟื้นฟูสถาบันการเงินทั้งประเทศไทย

Cr.Ptreetep Chinungkuro

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559

วัดพระธรรมกายปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทำความดีมาตลอดกว่า 50 ปี ด้วยใจบริสุทธิ์

กรณีมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณ มหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร วัดพระธรรมกายขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) และปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด
ตัวตนพระเทพญาณมหามุนี
พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ปัจจุบันอายุ 72 ปี ท่านเริ่มศึกษาธรรมะเมื่อปี 2506 ขณะเรียนอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยได้ไปปฏิบัติสมาธิภาวนากับคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ศิษย์เอกของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ
เมื่อจบสวนกุหลาบ ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านเป็นผู้รักการปฏิบัติธรรมมาก ไปปฏิบัติกับคุณยายอาจารย์ทุกวัน ไม่เว้นเลยแม้แต่วันสอบไล่ปลายภาค
เมื่อสำเร็จการศึกษาในปี 2512 จึงได้ตัดสินใจอุปสมบทตลอดชีวิต เมื่อบวชได้เพียง 1 พรรษา คุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี มีจิตศรัทธาถวายที่ดินจำนวน 196 ไร่ ที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลวงพ่อธัมมชโยจึงได้นำหมู่คณะเริ่มบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่วันมาฆบูชา ปี 2513 
วัดได้เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ มีญาติโยมมาปฏิบัติธรรมในวันสำคัญคราวละหลายหมื่นคน จนพื้นที่ไม่พอรองรับญาติโยมจึงได้รวบรวมปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่มขยายมาเป็น 2,500 ไร่ ในปัจจุบัน
หลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพระเทพญาณมหามุนี
คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้ ทั้งทางดีทางร้าย “สิ่งที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือการกระทำ” โดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอดชีวิตกว่า 50 ปี
เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ พระเทพญาณมหามุนีเป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน นั้นก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน แต่ไม่อาจกล่าวหาว่าท่านมีเจตนาไม่สุจริต เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต ทำเพื่อหวังลาภสักการะ จะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ และก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น
- การสร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ 1 ล้านคน เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำด้วยชีวิต เจดีย์ วิหาร ศาลา ศาสนสถานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่สร้างขึ้นมาก็จะเป็นสมบัติของประเทศชาติและพระพุทธศาสนา โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว 
- การสร้างพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนากว่า 4,000 รูป / คน ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน
พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วม” คนที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบๆปี ใครนิสัยเป็นอย่างไรก็จะรู้กันหมด ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้ ชีวิตของใครใครก็รัก จะสละชีวิตของตนได้ต้องชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง มีคุณค่าจริงเท่านั้น
เราไม่สามารถกล่าวหาผู้ทำความดีตลอดชีวิตว่าแกล้งทำได้ เพราะเมื่อทำตลอดชีวิตมันคือเรื่องจริง 
อุทิศตนช่วยเหลือสังคมมาตลอด
พระเทพญาณมหามุนีได้บริจาคเพื่อสาธารณกุศลรวมมูลค่านับหมื่นล้านบาท อาทิ
- ทอดผ้าป่าถวายคณะสงฆ์ 323 วัด ใน 4 จังหวัดภาคใต้เป็นประจำทุกเดือนมา 12 ปีแล้ว 
- ตั้งกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้เป็นประจำทุกเดือนกว่า 30,000 กองทุน
- สนับสนุนอัฐบริขารและภัตตาหารแก่โครงการอุปสมบทหมู่ 100,000 รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยเป็นประจำทุกปีๆละ 2 ครั้ง เพื่อแก้ปัญหาวัดร้างและโครงการบรรพชาสามเณร 1 ล้านรูปเพื่อฟื้นฟูศีลธรรมแก่เยาวชนของชาติ
- ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม พายุ สึนามิ
ขอความเป็นธรรม
พระเทพญาณมหามุนีได้พิสูจน์ตนเองด้วยการทำความดีอย่างยิ่งยวดมาตลอดชีวิต จนอายุ 72 ปีแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดี อยู่ในช่วงท้ายของชีวิต การกล่าวหาท่านว่าสมคบกันฟอกเงินและรับของโจร เป็นการกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริงโดยสิ้นเชิง ท่านจะทำอย่างนั้นไปทำไม เมื่อตลอดทั้งชีวิตท่านมีแต่อุทิศให้กับพระพุทธศาสนาและสังคมประเทศชาติ มีผลงานทั้งศาสนสถานและศาสนบุคคลมากมาย เป็นหลักฐานประจักษ์ชัดแจ้ง
จึงขอวิงวอนทางราชการและสังคมได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับท่านด้วย
พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส
ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย
1 เมษายน 2559


วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

DSI ฟ้องพระธัมมชโย

คาด ดีเอสไอ...นั่งเทียนเขียนเรื่องฟ้องธัมมชโย


จากข่าวที่ปรากฏทางสื่อเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 ว่าดีเอสไอได้ประชุมกับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ประกาศจะสรุปหลักฐานฟ้องพระธัมมชโยฐานรับของโจรและฟอกเงินภายในกุมภาพันธ์นี้ จากแหล่งข่าวพบหลักฐานชัดว่า ตอนนี้คดีนายศุภชัย ศรีศุภอักษรในคดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนียนนั้นยังไม่จบและอยู่ในช่วงการดำเนินคดี และศาลยังไม่ได้ตัดสินว่านายศุภชัยถูกหรือผิด เพียงแต่ถูกสังคมตัดสินเท่านั้น “ว่าผิด”ตามสื่อพาดหัวข่าวต่างๆ นานา จึงชี้ชัดไม่ได้ว่านายศุภชัยเป็นโจร ซึ่งหากดีเอสไอระบุว่าพบหลักฐานที่จะมาฟ้องพระธัมมชโยฐานรับของโจรและฟอกเงินนั้น คาดว่าต้องเป็นหลักฐานแบบ “นั่งเทียนเขียนเอา” อย่างแน่นอน แม้ได้มาแล้วก็”ฟ้องไม่ได้อยู่ดี เพราะคดียังไม่จบ” คุณศุภชัยเป็นโจรหรือไม่ใช่โจรนั้น ยังไม่มีข้อสรุป

ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 ฝ่ายกฎหมายได้เข้าไปหารือกับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษว่าได้แจ้งให้ดีเอสไอปฏิบัติอย่างไรกับคดีดังกล่าว แล้วทราบชัดว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือแจ้งดีเอสไอว่า “ให้ไปแจ้งข้อหาลักทรัพย์นายจ้างและสอบสวนคุณศุภชัยเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่ามีผู้ร่วมกระทำผิดหรือรู้เห็นการกระทำผิดของคุณศุภชัยหรือไม่ก่อน แล้วค่อยสอบสวนดูว่ามีกลุ่มใดร่วมสมคบกับคุณศุภชัยบ้าง เมื่อได้ข้อสรุปก็ส่งมาให้ฝ่ายคดีพิเศษ เพื่อสั่งคดีต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาและสอบสวนคุณศุภชัย ข้างต้นแต่อย่างใด จึงไม่สามารถแจ้งข้อหารับของโจรหรือฟอกเงินกับใครได้”

และกรณีนี้ชี้ชัดว่าดีเอสไอกำลังใช้อำนาจนอกเหนือหน้าที่ของตน เพราะเจ้าทุกข์เองผู้เสียหายก็ได้ถอนฟ้องไปแล้วและได้ทำหนังสือแจ้งดีเอสไอเรียบร้อย แต่สงสัยคงไม่ได้อ่านกัน เรียกว่าหาเรื่องฟ้องเองก็ได้ ซึ่งมองว่าเริ่มทำตนเหนือกฎหมาย ส่อความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นต่อในสังคมไทย ในเมื่อหน่วยงานราชการ กำลังทำหน้าที่เหนือกฎหมายแต่เอากฎเองมาใช้ อันนี้มันถูกต้องแล้วหรือ ลองพิจารณากัน ขอบอกว่าไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ขอเข้าข้างความยุติธรรม เมื่อใดคนเรามีความยุติธรรมแล้วธรรมจะคุ้มครอง


ถิ่นธรรม ถิ่นไทย

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

จรรยาบรรณสื่อ อยู่ที่???





มส. พศ. หนักแน่น ต้านอิทธิพลชั่ว
ปรบมือรัวๆ เมื่อผลที่ออกมาจากมติ มส.และพศ.ยืนยันว่าหลวงพ่อธัมมชโยบริสุทธิ์จากข้อกล่าวหาทั้งปวง เป็นการแถลงจากหัวใจที่หนักแน่นในความถูกต้อง แม้ว่าจะถูกคุกคามจากอำนาจรัฐ นับถือครับ นับถือ

ผลครั้งนี้อาจไม่ถูกใจใครหลายคน ก็น่าเห็นใจที่มส.และพศ.ไม่สามารถตัดสินให้ถูกใจคนไทยทุกๆคนจำนวนกว่า 65 ล้านคนไปได้

ความถูกต้อง ความถูกใจ ความเห็นส่วนตัว นี่คนละเรื่องนะครับ

แต่ประเด็นที่อยากให้คนไทยคิดดีๆคือ มันถูกต้องหรือที่จ้องกระหน่ำทำลายกันเอง ทั้งพระสงฆ์องค์เจ้าและข้าราชการประจำที่ทำงานตามหน้าที่ผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง

สื่อบางสำนักก็ช่างเสี้ยมและบิดเบือน ใช้การพาดหัวข่าวและเขียนเชิงชี้นำว่าหลวงพ่อธัมมชโยท่านผิดไปแล้ว อ่านในเนื้อข่าวพิจารณาดีๆ ไม่ตรงกับพาดหัวข่าวเลยครับ ทั้งๆที่ DSI ยังไม่เริ่มทำอะไรเลย กำลังนึกเท่านั้นว่าจะเล่นอะไรต่อ แต่สื่อตัดสินให้แล้ว

อย่างเดลินิวส์ที่เคยมีช่องให้แสดงความคิดเห็นก็ปิดไป ปิดทำไมครับ กลัวอะไร? กลัวความถูกต้องหรือครับ?

ตัวอย่าง สื่อไร้จรรยาบรรณ ผิดชัด'ธรรมกาย-ธัมมชโย' กรณีรับเช็คสหกรณ์คลองจั่น | เดลินิวส์
(พาดหัวข่าวว่าผิดชัด)
ผิดชัด'ธรรมกาย-ธัมมชโย' กรณีรับเช็คสหกรณ์คลองจั่น "ดีเอสไอ" เร่งสอบ "ธรรมกาย-ธัมมชโย" รับเช็คสหกรณ์คลองจั่นผิด ชี้มูล ก.พ.นี้ ยันสอบเส้นทางการเงินชัดรับเช็คจริง อยู่ระหว่างสอบเอาผิดฟอกเงินหรือรับของโจร วันพฤหัสที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 12:30 น. (เนื้อข่าว ความจริงคืออยู่ระหว่างคิดว่าจะตั้งข้อหาอะไรให้ดี)

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/crime/378978

จรรยาบรรณสื่ออยู่ที่ไหนครับ?

ท. ท่าพระจันทร์