แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รับของโจร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รับของโจร แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

จดหมายเหตุ DSI วันที่ 28-29 พ.ค.59 ตอน "ขีดเส้นตายดำเนินการจับกุมพระธัมมชโยภายใน 3 สัปดาห์" ตอนที่ 3

เผย 5 ขั้นตอนการทำงานของดีเอสไอ ประหนึ่งพระธัมมชโย เป็นอาชญากรแผ่นดิน กระทั่งมีการตั้งข้อสงสัยจากกลุ่มคนทั่วไปถึงความไม่ชอบมาพากล เรื่องพระรับของโจร ตามรายชื่อผู้ตั้งข้อสังเกตที่ปรากฏ โปรดคลิกที่ชื่อ (อรรถชัย อนันตเมฆอั้ม อิราวัต อารีกิจโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร, ผศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ)  

สำหรับแผน 5 ขั้นตอนของดีเอสไอที่ปรากฏในหน้าสื่อคมชัดลึก 

และระหว่างวันที่ 28-29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559) สื่อพร้อมใจนำเสนอข่าว DSI ส่งโดรน (Drone หรืออากาศยานไร้คนขับ) และเฮลิคอปเตอร์ ใช้สอดแนม สำรวจพื้นที่วัดพระธรรมกาย สอดคล้องกับข้อมูลทางราชการที่หลุดออกมา "ขอสนับสนุนกำลังตำรวจปราบจราจล 4 กองร้อย รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ พร้อมคนขับ ระบุปฏิบัติหน้าที่ ณ วัดพระธรรมกาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีความพยายามให้มหาเถรสมาคม โดยสมเด็จช่วง ในฐานะพระอุปัชฌาย์ รวมถึงพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในฐานะเจ้าคณะปกครอง ให้เกลี้ยกล่อมพระธัมมชโยเข้ามอบตัว ในเบื้องต้นทั้งสองท่านรับหนังสือแล้ว แต่ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ และแม้หลายฝ่ายจะไม่เห็นด้วยที่จะดึงพระสงฆ์เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ (ติดตามได้ใน จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา ตอน "ไม่ยอมรับสมเด็จวัดปากน้ำ แล้วจะขอให้ท่านช่วยทำไม???")

ขณะที่ในโลกโซเชียลมีเดีย มีการนำภาพตัดต่อ และข้อความให้ร้ายพระธัมมชโย ออกมาเผยแพร่เป็นจำนวนมาก เช่น คุณวิรังรอง ทัพพะรังสี เปิด line@ (เป็นบริการในการสื่อสารช่องทางใหม่ ที่แยกมาจาก LINE ส่วนบุคคล โดยสามารถให้ Friends มาติดตามเพื่อพูดคุย และรับข่าวสาร) นอกเหนือจากเฟสบุ๊คเพื่อเหน็บแนม ให้ข้อมูลใส่ร้ายพระธัมมชโย รวมถึง Trasher Bangkok ที่จัดขึ้น ณ Zen event gallery เซ็นทรัลเวิล์ด นำภาพอันเป็นเท็จและบิดเบือนของพระธัมมชโย ไปเผยแพร่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย นำโดยนายองอาจ ธรรมนิทา ประกาศฟ้องผู้จัดงานดังกล่าวท่ามกลางกองทัพสื่อที่เดินทางมาทำข่าว และล่าสุดผู้จัดงานได้โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว "ขอโทษที่ปล่อยภาพตัดต่อออกไป รวมถึงมีการแต่งกายในเชิงล้อเลียน"


นอกจากนี้ทางคณะศิษยานุศิษย์ได้ประกาศตั้งรางวัลแก่ผู้ชี้เบาะแสผู้นำข้อมูลอันเป็นเท็จใส่ร้ายวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นการกระทำความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ โดยตั้งรางวัลไว้ที่ 20,000 บาท



ในส่วนของดร.นพ.มโน เลาหวณิช ที่อ้างตัวว่า ในอดีตเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดพระธัมมชโยนั้น นายองอาจกล่าวว่า ให้หยุดกล่าวว่าร้ายพระธัมมชโยด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ โดยเฉพาะท่านเป็นผู้ส่งเสียให้เรียนถึงเมืองนอก กระทั่งมีอนาคตจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ภาพข่าวที่ให้ร้ายพระธัมมชโย ที่ปรากฏในหน้าสื่อมวลชนอย่างตลอดต่อเนื่อง ส่งผลให้คณะศิษยานุศิษย์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เดินทางเข้ามาปฏิบัติธรรม ให้กำลังใจท่านอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมในแต่ละวัน อาทิ สวดมนต์ไหว้พระ ฟังธรรม นั่งสมาธิ
ซึ่งภาพความพร้อมเพรียง สงบเรียบร้อยในแต่ละกิจกรรม ทำให้สื่อให้ความสนใจนำไปเผยแพร่ภาพข่าวเป็นจำนวนมาก ดังเช่น วันนี้มีกิจกรรมเดินเท้าจากสภาธรรมกายสากล ไปอุโบสถเพื่อสวดมนต์ 


อีกทั้งวันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559) ชาวบ้านตำบลคลองสาม ผู้ที่เคยได้รับความเดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วมในปี พ.ศ.2544 ได้มาให้กำลังใจพระธัมมชโย ณ บริเวณด้านหน้าอุโบสถวัดพระธรรมกาย
http://www.posttoday.com/local/central/434479


วัดพระธรรมกาย ช่วยเหลือชาวบ้านคลองสามที่ประสบอุทกภัย ปี 2554

ชาวตำบลคลองสาม ที่มาให้กำลังใจพระธัมมชโย

และจากการให้ข่าวของพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกมาระบุว่า จะเร่งรัดการดำเนินการจับกุมพระธัมมชโยให้เสร็จสิ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ http://www.thairath.co.th/content/626735


จึงเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง 
จะเป็นอย่างไร... โปรดติดตามจดหมายเหตุ DSI ตอนต่อไป


ติดตามอ่านจดหมายเหตุ DSI ตอนที่ 1-3 ได้ที่นี่

จดหมายเหตุ DSI วันที่ 28-29 พ.ค.59 ตอน "ขีดเส้นตายดำเนินการจับกุมพระธัมมชโยภายใน 3 สัปดาห์" ตอนที่ 3 http://goo.gl/Q5jBSq

จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา  ตอน "ไม่ยอมรับสมเด็จวัดปากน้ำ แล้วจะขอให้ท่านช่วยทำไม???" 27 พ.ค. 2559 ตอนที่ 2 http://goo.gl/mEobco


จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา "ออกหมายจับ" พระเทพญาณมหามุนี สภอ.คลองหลวง 26 พ.ค.59 ตอนที่ 1 http://goo.gl/pBpKNs

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

DSI ครับ... มหาชนเขาอยากจะบอกกับท่านว่า...

เลิกให้สัมภาษณ์ดีกว่าครับ!!! 
แค่พูดว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการก็พอ 
เสียชื่อเปล่าๆ เขาเห็นไส้หมด ....

1. คดียังไม่เริ่มต้น แค่ขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา 
จะชี้นำว่า หลวงพ่อธัมมชโยรับถูกต้อง-ไม่ถูกต้อง ไม่ได้ 
โดยเฉพาะเช็คเป็นหมื่นล้าน บริจาคไปหลายกลุ่ม 
และตรวจสอบได้หมดเพราะเป็นเช็ค 
ถ้าพูดแบบนี้ก็ต้องแจ้งข้อหาในเช็คทุกใบทั้งหมื่นล้านซิ

2. ใครที่ไหนจะบ้า 
รับของโจร ฟอกเงิน ร่วมลักทรัพย์ เป็นเช็ค!!! 
ตามีตามาก็รู้ว่า เช็คมีไว้เพื่อความบริสุทธิ์ใจ 
ตรวจสอบได้ รู้เส้นทาง รู้ที่มาที่ไปหมด 
ในกรณีอย่างนี้คนที่รับเช็คซึ่งรับบริจาคมา 
มันก็ไม่ครบองค์ประกอบตั้งแต่แรก 
ตั้งข้อหาแบบนี้...
รังแต่จะทำให้คนรักความยุติธรรม คลางแคลงใจ
องค์ประกอบความผิดฐาน "รับของโจร"

3. ในส่วนของหลวงพ่อ 600 กว่าล้าน 
เป็นเช็ค 20 ฉบับ รับโดยเปิดเผย 
บริจาคตามช่วงเวลา เช่น กฐิน ผ้าป่า 
ไม่มีแม้แต่ใบเดียวที่ท่านเบิกมาเป็นเงินสดเข้าตัวเอง
เส้นทางการเงินเข้าสู่วัด มูลนิธิ ตรวจสอบได้หมด 
และที่สำคัญคดีที่มีเช็คเกี่ยวข้อง 
ศาลให้เข้าสู่ขบวนการไกล่เกลี่ยอยู่แล้ว 
เมื่อปีที่แล้ว 2558 สหกรณ์ซึ่งเป็นผู้เสียหายตัวจริง 
ได้ถอนฟ้อง ทั้งแพ่งและอาญา 
โดยลูกศิษย์วัดพระธรรมกายนำเงินมาเยียวยาตามมูลค่าเช็ค 
เมื่อการณ์ปรากฎว่า เช็คเมื่อสิบปีก่อน 20 ฉบับ
เกี่ยวข้องกับคุณศุภชัยซึ่งกำลังถูกดำเนินคดี 
ซึ่งที่สุดของเรื่องคดีเกี่ยวกับเช็คคือ 
ไกล่เกลี่ยได้ และได้ไกล่เกลี่ยไปแล้ว คดียุติแล้ว
สหกรณ์รับเงินเยียวยาจากลูกศิษย์วัดไปแล้ว
4. มาปีนี้ เอาเรื่องเดิมมาตั้งคดีใหม่ 
ให้ท่านเป็นผู้ต้องหา ฟอกเงิน รับของโจร 
ทั้งที่คดีเก่า อัยการมีความเห็นไม่ฟ้องหลวงพ่อไปแล้ว 
เพราะไม่พบเส้นทางการเงินในลักษณะผิดปกติ  

และหาก DSI มีหลักฐานเพิ่มเติม ก็ส่งเข้ามาใหม่ 
แต่นี่ออกคดีใหม่ ทำแบบนี้เพื่อ? 
 
ผู้รับบริจาคเกี่ยวอะไรด้วย??

หลวงพ่อธัมมชโย บริสุทธิ์ทุกข้อกล่าวหา

โปรดอย่าลืมว่าท่านทำอะไร คนเขามองดูอยู่ 
ฟ้ามีตา กรรมมีจริง อย่าได้ประมาทเลย

-จากใจ นายชัดเจน-

ผลบาปมีจริง

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

จดหมายขอความยุติธรรมในกรณีของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

วันที่ ๑ พ.ค. ๒๕๕๙

ถึง
สถานกงสุลไทย
ชั้น ๑๒ อาหารเอ็กเพรสทาวเวอร์
บานิสเตอร์ ราชินี พาเทล มาร์ก
นาริมัน พอนท์
มุมไบ ๔๐๐๐๒๑


ขอความยุติธรรมในกรณีของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

กรมการสอบสวนคดีพิเศษของไทย (ดีเอสไอ) ได้ให้ข้อมูลที่ผิดมากมายเกี่ยวกับการออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ข้อมูลผิดโดยเจตนานี้ได้ถูกส่งต่อไปยังสื่อท้องถิ่น ส่งผลให้ผู้อ่านหลายคนเกิดความสับสนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังกรณีนี้
ข้อเท็จจริง คือ
            นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ขณะดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ได้บริจาคเงินให้แก่วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนีเพื่อใช้ในการสร้างศาสนสถานและเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของวัด ซึ่งเป็นวัดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีคนศรัทธากว่าล้านคนและมีพระสงฆ์ สามเณรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
การบริจาคครั้งนั้นล่วงมากว่า ๔ ปีแล้ว ซึ่งไม่มีหลักฐานการกระทำผิด และนายศุภชัยก็ยังได้บริจาคให้แก่วัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย การกุศล และหน่วยราชการอื่นๆอีกด้วย เงินที่บริจาคให้วัดพระธรรมกายและหลวงพ่อธัมมชโยได้ทำอย่างเปิดเผย ไม่มีการจงใจปกปิด ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเจตนาฟอกเงินใดๆ การสั่งจ่ายเช็คเข้าออกล้วนดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่การเงินของวัด
การกล่าวหาพระเทพญาณมหามุนีว่ารับของโจรและฟอกเงินนั้น ควรมีหลักฐานยืนยันว่าท่านตั้งใจสมคบกับนายศุภชัย ศรีศุภอัษรในการยักยอกเงินไว้สำหรับใช้ส่วนตัว ไม่มีหลักฐานใดๆ ปรากฏและนายศุภชัยเองก็ได้แถลงการณ์ยืนยันเรื่องนี้ด้วย ข้อมูลนี้เป็นที่รู้กันดีในคณะผู้สอบสวนดีเอสไอ แต่เขาก็ยังพยายามที่จะเชื่อมโยงท่านเจ้าอาวาสในคดีนี้ เพราะเหตุใด
เมื่อทางวัดทราบถึงเหตุการณ์สหกรณ์เครดิตยูเนียน ลูกศิษย์ได้ช่วยกันตั้งกองทุนเยียวยาเท่ากับจำนวนเงินที่นายศุภชัยบริจาคมา เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ให้แก่สมาชิกด้วยกันอัดฉีดเงินเข้าไปในกระแสเงินสดของสหกรณ์ฯหลังจากเหตุการณ์นี้ ทางสหกรณ์ฯได้ออกมาแถลงการณ์ถอนฟ้องคดีความทั้งทางเพ่งและอาญา และกล่าวขอบคุณลูกศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนีสำหรับความเมตตา
ข่าวบิดเบือนได้ถูกตีพิมพ์ตามสื่อต่างๆ กล่าวหาว่าวัดพระธรรมกายสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ขณะที่ทางวัดมีลูกศิษย์มากมายทั้งต่างอายุ ต่างเพศ ภูมิภาค อาชีพการงานและต่างมุมมองทางการเมือง วัดมุ่งเน้นในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และไม่มีความประสงค์ที่จะเกี่ยวข้องทางการเมืองเลย
หลวงพ่อธัมมชโยได้อุทิศตนมาตลอด ๔๗ ปี เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาและการทำสมาธิในแบบธรรมกาย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่มีความศรัทธาจำนวนกว่าล้านทั้งในประเทศไทยและ ๘๐ สาขาใน ๓๓ ประเทศทั่วโลก ในชีวิตที่เรียบง่ายและบริสุทธิ์ หลวงพ่อธัมมมชโยได้สนับสนุนเงินหลายพันล้านบาทให้แก่การกุศลมากมาย เช่น กองทุนช่วยเหลือครูใต้กว่า ๓๐,๐๐๐ คน จัดเตรียมสิ่งของจำเป็นและอาหารสำหรับงานอุปสมบทหมู่กว่า ๑๐,๐๐๐  รูป สองครั้งต่อปีในเมืองและตามหมู่บ้านต่างๆทั่วไทย และยังให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม พายุ และสึนามิ สิ่งก่อสร้างต่างๆ อันประณีตในวัดพระธรรมกายถูกสร้างจากเงินบริจาคของญาติโยมโดยไม่ใช้เงินรัฐเลย และสิ่งก่อสร้างเหล่านี้จะอยู่เป็นสมบัติของชาติและพระพุทธศาสนาต่อไปสำหรับลูกหลานในอนาคต
เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายตอนนี้อายุ ๗๒ ปี เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น เส้นเลือดดำอุดตันและมีแผลติดเชื้อที่ขาซึ่งทีมแพทย์ก็ได้ออกมายืนยัน แต่ดีเอสไอไม่สนใจในสุขภาพของเจ้าอาวาสและไม่คิดจะตรวจอาการของท่านเลย ความพยายามในการออกหมายจับหลวงพ่อธัมมชโยได้ถูกศาลสั่งยกคำร้องในวันที่ ๒๖ เมษายน กระนั้นดีเอสไอก็ยังประกาศเรียกเจ้าอาวาสเข้ารับทราบข้อกล่าวหาอีกในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม
จากหลักฐานที่ชัดเจน พระเทพญาณมหามุนีไม่ทราบถึงที่มาของเงินบริจาคของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งบริจาคก่อนจะเป็นคดีความ และการระดมทุนเพื่อเยียวยาสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นนั้น จึงมีคำถามว่าทำไมดีเอสไอถึงยืนหยัดที่จะสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้แก่วัดพระธรรมกายและการสถาปนาพุทธศาสนาในพระเทศไทย

ขอแสดงความขอบใจ
ประธาน
พระภัททันตะ ธรรมานัค
ชาราน พาหุเทสะนียะ เสวาภาวี สะนาถะ

เอกสารแนบถึง พลเอก ประยุทธ จันโอชา

ทำเนียบรัฐบาล, ถนนพิษณุโลก 1, ดุสิต, กรุงเทพ ๑๐๓๐๐


จดหมายต้นฉบับภาษาอังกฤษ



       President Bhadhant DhammanagSharan Bahuuddeshiya Sevabhavi
จดหมายนี้ เขียนโดย  พระภัททันตะ ธรรมานัค ชาราน พาหุเทสะนียะ เสวาภาวี สะนาถะ ถึงบุคคลผู้เกี่ยวข้อง ที่จะรับทราบและให้ความเป็นธรรมกับพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย 

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.sharanyoungbuddhistpeople.com/aboutus.html


วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

ทางออก!!! กรณีสหกรณ์

ปัญหาจริงคือสหกรณ์มีเงินหมุนเวียน 21,000 ล้าน
แต่ไปปล่อยกู้ 12,000 ล้าน จนขาดสภาพคล่อง 
บัญชีติดลบ หมุนเงินไม่ได้ จนจะล้มละลาย

ทางแก้ที่ถูกต้องที่จะฟื้นฟูสหกรณ์ได้คือ 
1. ต้องขอผ่อนผันจากเจ้าหนี้ 
2. ต้องหาแหล่งเงินทุนเพิ่ม 
3. ต้องทวงเงินจากลูกหนี้ 
4. ต้องเพิ่มฐานสมาชิก

ไม่ใช่ปล่อยให้ DSI มาตั้งข้อหาฟอกเงินตามใจชอบ 
ซึ่งเท่ากับเป็นการแช่แข็งธุรกรรมการเงินของสหกรณ์แบบ 100 % 
และมีโอกาสล้มละลายอย่างแน่นอน เพราะจะไม่มีสถาบันการเงินใดๆ ยอมปล่อยกู้ให้สกหรณ์อย่างแน่นอน ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

ศิษย์วัดพระธรรมกายเข้าใจถึงสถานการณ์เรื่องนี้
จึงตั้งกองทุน 600 กว่าล้าน เพื่อช่วยให้สหกรณ์ฟื้นตัว
เพื่อช่วยให้สมาชิกสหกรณ์ 53,000 คน ไม่ล้มละลายตามไปด้วย
เพราะรู้ว่าในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ 
ยากที่จะมีสถาบันการเงินใดยอมปล่อยกู้ให้อีก 
มิหนำซ้ำ การที่สหกรณ์อ่อนแอแบบนี้ 
คู่แข่งอื่นยิ่งมองเป็นโอกาสดีที่จะลดคู่แข่ง
ซึ่งเป็นธนาคารประชาชนขนาดใหญ่ลงไปอีก 1 รายด้วย

แต่แล้วปัญหากลับยิ่งเลวร้ายลง 
เมื่อ DSI กลับมาตั้งข้อหาฟอกเงินเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ซึ่งกระทบกระเทือนใจต่อกลุ่มลูกศิษย์ที่ลงขันช่วยสหกรณ์เป็นอย่างมาก
1. รู้สึกเหมือนถูกสหกรณ์หักหลัง ทั้งที่จริงใจช่วยเหลือ
2. รู้สึกเหมือน DSI ต้องการเจาะจงเล่นงานเฉพาะวัดพระธรรมกาย
3. รู้สึกเหมือนกำลังหลอกสมาชิกสหกรณ์ 53,000 คน ว่าเงิน 12,000 ล้าน สามารถตามทวงคืนได้ที่วัดพระธรรมกาย
>>>>แต่ในความเป็นจริง เงิน 12,000 ล้านนั้น จากเช็ค 857 ใบนั้นถูกกระจายออกไป 7 กลุ่ม ใน 7 กลุ่มนี้ มี 5 กลุ่มที่เป็นลูกหนี้สหกรณ์ส่วนอีก 2 กลุ่ม คือ วัดพระธรรมกายและวัดต่างๆ คือผู้รับเคราะห์จากการรับเช็คที่มีผู้ยืมเงินสหกรณ์มาทำบุญ

เรื่องที่มันเจ็บปวดก็คือ DSI ไม่ไปตามเงินจากกลุ่มอื่นเลย 
แต่เจาะจงมาตั้งข้อหาฟอกเงินกับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเพียงผู้เดียวทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสหกรณ์แม้แต่น้อยเลย มิหนำซ้ำ ลุกศิษย์ของท่านยังแทบจะเป็นแหล่งเงินทุนกลุ่มเดียว
ที่ช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ 53,000 คน ในเวลานี้อีกด้วย

ท่านลองพิจารณาดูกันเถิดว่า
1. เงินสหกรณ์หายไป 12,000 ล้าน จากเช็ค 857 ใบ แต่เหมารวมทุกฉบับมาตั้งข้อหาฟอกเงินกับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายรูปเดียว เป็นการใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมหรือไม่

2. การตั้งข้อหาฟอกเงินของ DSI กับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จะช่วยให้สหกรณ์ฟื้นตัวและได้เงิน 12,000 ล้านคืนจากลูกหนี้ได้จริงหรือไม่

3. การตั้งข้อหาฟอกเงินกับผู้รับปลายทาง ที่สุดแล้วก็ต้องย้อนกลับไปที่ต้นทางคือสหกรณ์ด้วยโดยปริยาย ถ้าสหกรณ์มีแนวโน้มจะโดนตั้งข้อหาฟอกเงินไปด้วย จะมีแหล่งเงินทุนยื่นมือมาช่วยสหกรณ์หรือไม่

4. ถ้าสหกรณ์ล้มละลายไปเพราะการตั้งข้อหาฟอกเงินมั่วๆ ของ DSI ท่านรับผิดชอบการล้มละลายของสมาชิก 53,000 คน ไหวหรือไม่

5. ในสมาชิก 53,000 กว่าคนนี้ มีศิษย์วัดพระธรรมกายอยู่หลายพันคนบางคนก็ตายไปแล้วแต่ยังถอนเงินไม่ได้ บางคนก็ฝากเงินไว้หลายล้านแต่ถอนไม่ได้ DSI จะรับผิดชอบปัญหาของสมาชิกส่วนนี้ด้วยหรือไม่ จะช่วยหาเงินเยียวยาสมาชิกที่เป็นศิษย์วัดด้วยหรือไม่

6. เงินกองทุน 600 กว่าล้าน ที่ศิษย์วัดช่วยไป หากสหกรณ์ล้มละลายไป DSI จะรับผิดชอบความเสียหายต่อเงินกองทุนช่วยเหลือ 600 กว่าล้านนี้ด้วยหรือไม่

7. ถ้าการที่ญาติโยมมาทำบุญกับวัด คือการที่เจ้าอาวาสต้องถูกดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินกับรับของโจร จะมีพระรูปใดกล้ามาเป็นเจ้าอาวาส จะมีประชาชนคนใดกล้ามาทำบุญ ถ้าหากการใช้กฎหมายครั้งนี้สร้างผลกระทบถึงขั้นเกิดวัดร้างขึ้น 35,000 วัด DSI รับผิดชอบต่อการล้มลงของสถาบันศาสนาได้หรือไม่

การใช้กฎหมายแต่ละข้อ จะมองแค่มุมกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้
ต้องมองถึงแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นในวงกว้างต่อสภาพความเป็นจริงด้วย เพราะทุกอย่างที่ DSI ทำลงไป จะกลายเป็นบรรทัดฐานของการใช้ข้อหาฟอกเงินและรับของโจรกับวัดทุกวัดในพระพุทธศาสนา และการฟื้นฟูสถาบันการเงินทั้งประเทศไทย

Cr.Ptreetep Chinungkuro

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559

วัดพระธรรมกายปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทำความดีมาตลอดกว่า 50 ปี ด้วยใจบริสุทธิ์

กรณีมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณ มหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร วัดพระธรรมกายขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) และปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด
ตัวตนพระเทพญาณมหามุนี
พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ปัจจุบันอายุ 72 ปี ท่านเริ่มศึกษาธรรมะเมื่อปี 2506 ขณะเรียนอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยได้ไปปฏิบัติสมาธิภาวนากับคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ศิษย์เอกของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ
เมื่อจบสวนกุหลาบ ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านเป็นผู้รักการปฏิบัติธรรมมาก ไปปฏิบัติกับคุณยายอาจารย์ทุกวัน ไม่เว้นเลยแม้แต่วันสอบไล่ปลายภาค
เมื่อสำเร็จการศึกษาในปี 2512 จึงได้ตัดสินใจอุปสมบทตลอดชีวิต เมื่อบวชได้เพียง 1 พรรษา คุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี มีจิตศรัทธาถวายที่ดินจำนวน 196 ไร่ ที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลวงพ่อธัมมชโยจึงได้นำหมู่คณะเริ่มบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่วันมาฆบูชา ปี 2513 
วัดได้เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ มีญาติโยมมาปฏิบัติธรรมในวันสำคัญคราวละหลายหมื่นคน จนพื้นที่ไม่พอรองรับญาติโยมจึงได้รวบรวมปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่มขยายมาเป็น 2,500 ไร่ ในปัจจุบัน
หลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพระเทพญาณมหามุนี
คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้ ทั้งทางดีทางร้าย “สิ่งที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือการกระทำ” โดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอดชีวิตกว่า 50 ปี
เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ พระเทพญาณมหามุนีเป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน นั้นก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน แต่ไม่อาจกล่าวหาว่าท่านมีเจตนาไม่สุจริต เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต ทำเพื่อหวังลาภสักการะ จะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ และก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น
- การสร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ 1 ล้านคน เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำด้วยชีวิต เจดีย์ วิหาร ศาลา ศาสนสถานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่สร้างขึ้นมาก็จะเป็นสมบัติของประเทศชาติและพระพุทธศาสนา โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว 
- การสร้างพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนากว่า 4,000 รูป / คน ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน
พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วม” คนที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบๆปี ใครนิสัยเป็นอย่างไรก็จะรู้กันหมด ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้ ชีวิตของใครใครก็รัก จะสละชีวิตของตนได้ต้องชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง มีคุณค่าจริงเท่านั้น
เราไม่สามารถกล่าวหาผู้ทำความดีตลอดชีวิตว่าแกล้งทำได้ เพราะเมื่อทำตลอดชีวิตมันคือเรื่องจริง 
อุทิศตนช่วยเหลือสังคมมาตลอด
พระเทพญาณมหามุนีได้บริจาคเพื่อสาธารณกุศลรวมมูลค่านับหมื่นล้านบาท อาทิ
- ทอดผ้าป่าถวายคณะสงฆ์ 323 วัด ใน 4 จังหวัดภาคใต้เป็นประจำทุกเดือนมา 12 ปีแล้ว 
- ตั้งกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้เป็นประจำทุกเดือนกว่า 30,000 กองทุน
- สนับสนุนอัฐบริขารและภัตตาหารแก่โครงการอุปสมบทหมู่ 100,000 รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยเป็นประจำทุกปีๆละ 2 ครั้ง เพื่อแก้ปัญหาวัดร้างและโครงการบรรพชาสามเณร 1 ล้านรูปเพื่อฟื้นฟูศีลธรรมแก่เยาวชนของชาติ
- ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม พายุ สึนามิ
ขอความเป็นธรรม
พระเทพญาณมหามุนีได้พิสูจน์ตนเองด้วยการทำความดีอย่างยิ่งยวดมาตลอดชีวิต จนอายุ 72 ปีแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดี อยู่ในช่วงท้ายของชีวิต การกล่าวหาท่านว่าสมคบกันฟอกเงินและรับของโจร เป็นการกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริงโดยสิ้นเชิง ท่านจะทำอย่างนั้นไปทำไม เมื่อตลอดทั้งชีวิตท่านมีแต่อุทิศให้กับพระพุทธศาสนาและสังคมประเทศชาติ มีผลงานทั้งศาสนสถานและศาสนบุคคลมากมาย เป็นหลักฐานประจักษ์ชัดแจ้ง
จึงขอวิงวอนทางราชการและสังคมได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับท่านด้วย
พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส
ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย
1 เมษายน 2559


วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

รับถวายหรือรับของโจร

พระพุทธศาสนานี้อยู่ได้ด้วยการให้ กับอะไรที่เรียกว่ารับของโจร


มีข่าวว่าทางดีเอสไอจะเอาผิดเจ้าอาวาสวัดดังวัดหนึ่งแถวปทุม ฟังแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ เพราะข้อหาที่จะกล่าวหาท่านคือ รับของโจร ฟังแล้วก็น่าตกใจเพราะถ้ามองแบบง่ายๆ เป็นพระ เป็นหลวงตา ต่อไปนี้ต้องระวังเรื่องรับถวายแล้วหรือ พระพุทธศาสนาอยู่ได้ด้วยการให้ หากไม่มีญาติโยมมาทำบุญแล้ว พระเจ้าจะอยู่ได้อย่างไร แล้วโยมเองก็จะไม่มีที่พึ่งทางใจให้เมื่อยามทุกข์โศก ในฐานะผู้เขียนก็เป็นเด็กวัดคนหนึ่ง จึงต้องไปเปิดสมุดตำรากฎหมายกันหน่อย จะผิดถูกอย่างไร ก็อย่าว่ากันนะครับ

เมื่อไปเปิดดูกรณีเหตุการณ์รับของโจร คือผู้ต้องหานั้นต้องเป็นผู้ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไป ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด และต้องรู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาจากการกระทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างใน ๙ อย่างคือ ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก และเจ้าพนักงานยักยอก แต่หากไม่รู้ก็ไม่มีความผิดฐานรับของโจร พอฟังประโยคสุดท้ายแล้วเริ่มสบายใจ เพราะหลวงตาที่วัดผม ท่านคงพ้นผิดแน่เพราะท่านต้องไม่ทราบแน่นอนว่าโยมเอาเงินมาจากไหนเพราะจะมีเจ้าอาวาสองค์ไหนบ้าง ที่จะถามโยมว่าเอาปัจจัยมาจากไหน ถ้าถามจริงโยมคงไม่พอใจเป็นแน่เพราะเหมือนกับการไม่ให้เกียรติกันและคงไม่อยากมาทำบุญอีก ถึงตอนนี้ผู้เขียนก็ไม่ได้ทราบข้อมูลจากข่าวข้างต้นนัก แต่พอจะเข้าใจท่านเจ้าอาวาสนะ


หากมีโยมมาถวายอย่างไรก็ต้องรับไว้ ถ้าไม่มีปัจจัยท่านจะเอาเงินจากไหนดูแลวัดโดยเฉพาะครั้งที่ผู้เขียนเคยไปวัดแถวปทุมนั้น วัดท่านก็ใหญ่มาก พระก็เยอะศาสนาสถานหลัก ๆ มีหลายแห่งเช่น เจดีย์ ศาลาหลังใหญ่ วิหาร เป็นต้น ท่านคงต้องใช้เงินมากในการดูแลและคงไม่ทราบหรอกว่าเงินมาจากไหน ขนาดเราอยู่วัดบ้านนอกยังไม่รู้เลย แต่รู้ว่าแต่วัดมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากพอควร ผู้เขียนขอให้ทุกคนที่ได้อ่านได้วางใจเป็นกลาง จับมองแต่แง่ดีที่เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาเพราะเรารู้ว่า พระพุทธศาสนาอยู่ด้วยการให้ รวมถึงความรัก ความให้อภัย มีเมตตา เคารพและเข้าใจซึ่งกันและกัน


ถิ่นธรรม ถิ่นไทย


วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เรื่องแปลกๆ ในประเทศไทย

ประเทศไทยมักมีเรื่องแปลกๆเสมอ

1.พระที่สร้างประโยชน์ให้สังคมมากมาย เช่น ช่วยเหลือพระภิกษุในแดนใต้ที่เสียสละชีวิตเพื่อรักษาพระพุทธศาสนา อยู่ภาวะออกบินฑบาตรไม่ได้ ทอดผ้าป่าทุกเดือนเป็นเวลา 12 ปี ถวายปัจจัย ข้าวสาร อาหารแห้ง รวมทั้งทหารหาญทั้งหลายที่รักษาแผ่นดินไทย โดยใช้เงินจากการบริจาคทั้งสิ้น  เป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญ แต่ไม่ได้รับความสนใจมากนัก “แปลก”

2.วัดร้างในประเทศไทยมีมากกว่า 5,000 วัด ทำอย่างไรจะทำวัดร้างที่ไม่มีพระ หรือมีพระผู้เฒ่าที่เฝ้าวัด  ให้มีพระหนุ่มเณรน้อยไปช่วยดูแลรักษาวัดเป็นที่พึ่งให้ญาติโยม  จึงจัดบวชพระ 100,000 รูป เข้าพรรษา ทุกปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น  พระแต่ละรูปคิดดูว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไร ตลอด 1 พรรษา ซึ่งสามารถแก้ปัญหาวัดร้างได้ ก็ไม่มีใครสนใจมากนัก “แปลก”

3.วัดหนึ่ง จัดงานคนเป็นล้านมาร่วมกิจกรรมงานบุญ, พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ทำประโยชน์มากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ  องค์กรสงฆ์ต่างประเทศยกย่องเชิญชูให้รางวัลถวายหลวงพ่อมากมาย    ข่าวต่างชาติไปลงภาพข่าวกลายเป็น Picture of the day แต่คนไทยไม่ค่อยมีคนเห็น “แปลก”

4.วัดใหญ่แห่งหนึ่ง จัดงานเด็กดี V-star เพื่อฟื้นฟูศีลธรรม เด็กมาเป็นล้าน สอนให้เด็กทำความดี กตัญญูต่อพ่อแม่ กราบเท้าพ่อแม่ มีนิทรรศการพุทธประวัติ มีหนัง 3D สอนให้รักบุญ กลัวบาป  เด็กที่เข้าโครงการมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น   น่าจะเป็นได้รับการสนับสนุนให้ขยายไปทั่วประเทศ  แต่ดูเหมือนจะยังไม่มีการสนับสนุนเท่าที่ควร “แปลก”

5.พระได้รับถวายปัจจัย โดยที่ไม่รู้ว่าปัจจัยได้มาจากไหน  ผู้ถวายก็ถวายด้วยความศรัทธาเป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคม วันหนึ่งเกิดคดี  พระต้องถูกตราหน้าว่า”รับของโจร”  ซึ่งท่านก็”ไม่ได้รับของโจร” รับแต่ของโยม  เห็นไหม ประเทศไทยมีอะไรแปลกๆเสมอ



                                                                                                                           



วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

จรรยาบรรณสื่อ อยู่ที่???





มส. พศ. หนักแน่น ต้านอิทธิพลชั่ว
ปรบมือรัวๆ เมื่อผลที่ออกมาจากมติ มส.และพศ.ยืนยันว่าหลวงพ่อธัมมชโยบริสุทธิ์จากข้อกล่าวหาทั้งปวง เป็นการแถลงจากหัวใจที่หนักแน่นในความถูกต้อง แม้ว่าจะถูกคุกคามจากอำนาจรัฐ นับถือครับ นับถือ

ผลครั้งนี้อาจไม่ถูกใจใครหลายคน ก็น่าเห็นใจที่มส.และพศ.ไม่สามารถตัดสินให้ถูกใจคนไทยทุกๆคนจำนวนกว่า 65 ล้านคนไปได้

ความถูกต้อง ความถูกใจ ความเห็นส่วนตัว นี่คนละเรื่องนะครับ

แต่ประเด็นที่อยากให้คนไทยคิดดีๆคือ มันถูกต้องหรือที่จ้องกระหน่ำทำลายกันเอง ทั้งพระสงฆ์องค์เจ้าและข้าราชการประจำที่ทำงานตามหน้าที่ผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง

สื่อบางสำนักก็ช่างเสี้ยมและบิดเบือน ใช้การพาดหัวข่าวและเขียนเชิงชี้นำว่าหลวงพ่อธัมมชโยท่านผิดไปแล้ว อ่านในเนื้อข่าวพิจารณาดีๆ ไม่ตรงกับพาดหัวข่าวเลยครับ ทั้งๆที่ DSI ยังไม่เริ่มทำอะไรเลย กำลังนึกเท่านั้นว่าจะเล่นอะไรต่อ แต่สื่อตัดสินให้แล้ว

อย่างเดลินิวส์ที่เคยมีช่องให้แสดงความคิดเห็นก็ปิดไป ปิดทำไมครับ กลัวอะไร? กลัวความถูกต้องหรือครับ?

ตัวอย่าง สื่อไร้จรรยาบรรณ ผิดชัด'ธรรมกาย-ธัมมชโย' กรณีรับเช็คสหกรณ์คลองจั่น | เดลินิวส์
(พาดหัวข่าวว่าผิดชัด)
ผิดชัด'ธรรมกาย-ธัมมชโย' กรณีรับเช็คสหกรณ์คลองจั่น "ดีเอสไอ" เร่งสอบ "ธรรมกาย-ธัมมชโย" รับเช็คสหกรณ์คลองจั่นผิด ชี้มูล ก.พ.นี้ ยันสอบเส้นทางการเงินชัดรับเช็คจริง อยู่ระหว่างสอบเอาผิดฟอกเงินหรือรับของโจร วันพฤหัสที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 12:30 น. (เนื้อข่าว ความจริงคืออยู่ระหว่างคิดว่าจะตั้งข้อหาอะไรให้ดี)

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/crime/378978

จรรยาบรรณสื่ออยู่ที่ไหนครับ?

ท. ท่าพระจันทร์