แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศุภชัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศุภชัย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ดักประเด็น ตอน -ธรรมกาย- ใครกุนซือคุณ ผมนี่ปรบมือให้เลย (27-28 มิ.ย. 59) ตอนที่ 3

กระแสตีกลับ คดีธรรมกายนานวันยิ่งเป็นผลดีให้กับวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย เอาแค่ช่วงเช้าวันนี้กับ 3 เหตุการณ์ที่บังเอิญอย่างกับจับวางในฝ่ายของ DSI เมื่อพระพุทธะอิสระผู้มีหมายจับคดีกบฏเป็นชนักติดหลัง เดินสายมาแจ้งความเอาผิดกลุ่มลูกศิษย์พระธัมมชโย ที่สภ.คลองหลวง ผิดสังเกตเมื่อบทสัมภาษณ์ดันหลุดคำพูดที่ว่า "DSI จะไปแจ้งกองปราบ เอาผิดโฆษกธรรมกายในฐานหมิ่นประมาท"  

ซึ่งก็เป็นจริงดังว่า เมื่อ DSI เดินทางไปกองปราบเอาผิดโฆษกธรรมกายฐานหมิ่นประมาท


อีกด้านหนึ่งที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซ เขาใหญ่ นครราชสีมา รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือพม. รับลูก ลงตรวจสอบ พร้อมนักข่าว หลังจากมีกลุ่มคนพยายามยัดเยียดข้อกล่าวหาว่า ที่ดินเวิลด์พีซ เขาใหญ่ รุกล้ำ ส.ป.ก. ผมว่างานนี้มีเงิบนะ



แต่เดี๋ยวนะ ประเด็นเริ่มต้นของเรื่องมันอยู่ที่ว่า พยายามยัดข้อกล่าวหารับของโจรและฟอกเงิน กระทั่งลูกศิษย์วัดยืนยันความบริสุทธิ์ด้วยหลักฐานที่เชื่อได้ว่า ถูกกลั่นแกล้ง และ 2 มาตรฐานการทำงานของ DSI ไม่ใช่เหรอ 

ทำไมเรื่องราวมาไกล กระทั่งถูกโยงเรื่องที่ดิน ไปจนถึงมีเหตุที่เชื่อได้ว่า DSI และพระพุทธะอิสระ เอื้อประโยชน์กัน 



นี่ๆ ผมเปล่าพูดนะ แต่การกระทำของท่านมันทำให้คิดอย่างนั้น และไม่ใช่แค่ผม ใน Social Media เขาก็พูดกันอย่างนั้นนะ

เข้าเรื่องกันต่อ ภายหลังลูกศิษย์วัดคือ นายองอาจ ธรรมนิทาทราบว่า โดนแจ้งข้อกล่าวหา ตกบ่ายจึงจัดแถลงข่าว ถามนิ่มๆ "DSI มีอำนาจมากมาย เหตุใดมาแจ้งความดำเนินคดีกับเขาซึ่งเป็นเพียงเด็กหนุ่ม ไม่มีอำนาจราชศักดิ์"  ก่อนจะย้อนเกล็ดโดยบอกว่า "พรุ่งนี้คณะศิษย์จะเดินทางไปเร่งรัดข้อหากบฏของ 'พระพุทธะอิสระ - ไพบูลย์ นิติตะวัน' " 


 

งานนี้คนเชียร์มวยรองอย่างผมก็เฮสิครับ เออ.. ให้มันได้อย่างนี้สิ และไม่ใช่ผมนะครับที่เฮ พร้อมกับกลุ่มคนใน Social Media ก็เฮกันสนั่นเลย นี่ ผมหยิบมาให้ดู ส่งกำลังใจให้ศิษย์ธรรมกายกันเกรียวกราว 

"บ้างก็ว่าน่าจะไปฟ้องเสรีพิศุทธ์โน้น ที่พูดว่า DSI รับใบสั่งใครมา หรือ ความน่าเชื่อถือของโฆษกวัดพระธรรมกาย สะท้อนถึงของดีเมืองไทย ความเคารพนอบน้อมถ่อมตน ให้เกียรติสื่อ เคารพสังคม รวมถึงให้กำลังใจ ชื่นชมความกล้าหาญ ความกตัญญูของคณะศิษย์ นำโดยองอาจ......"....




เกมส์นี้ธรรมกายนำ แถมได้กระแสมวลชน กลุ่มคนกลางๆ ที่เริ่มเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น ยิ่งยื้อดึงเกมส์ยาวมากเท่าไหร่ กระแสตีกลับ DSI จบ ศพไม่สวย เชื่อผมไหม นี่ไงมีคำยืนยันบทสัมภาษณ์บิ๊กต๊อก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าพวกคุณที่บอกว่า...
"เขา (DSI) เป็นคนทำงานนี้ ผมไม่เคยไปก้าวก่ายใคร อธิบดีเป็นคนทำ ผมไม่ได้เป็นคนทำ จะรับใบสั่งใครมา ก็ไปถามอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งผมไม่เคยไปสั่งใคร และไม่เคยไปก้าวก่ายใคร" แล้วใครที่บอกว่า พศ.ถ้าไม่พร้อมดำเนินคดีวัดพระธรรมกาย ก็ให้ลาออกไป



ถ้าเป็นผมนี่คิดแล้วนะครับว่า กำลังชิ่ง หรือคำโบราณคือ ถีบหัวส่ง.....

และวันนี้เห็นข่าวว่า จะมีการสั่งสอบเส้นทางเงินสหกรณ์คลองจั่น-ธรรมกาย หาผู้รับประโยชน์ ผมฝากอีกข่าวด้วยครับ ข่าวนี้ 

"ปปง.-ดีเอสไอ ขายที่'ศุภชัย' 477 ล. ตีเช็คให้ตัวเอง 249 ล. คืนสหกรณ์แค่ 100 ล." 



วันนี้ข่าวก็คงประมาณนี้ครับ ฝากบอกธรรมกายอีกที ผมและสมาชิก Social Media เชียร์มวยรองอย่างคุณอยู่ครับ แล้วก็ฝากให้ดูอีกทีสำหรับภารกิจ IO ของฝั่ง DSI และรมต.ยุติธรรม ที่หวังจะเผด็จศึกธรรมกายให้ได้ในเร็ววันนี้ จะได้วางแผนตั้งรับกันถูกครับ


วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

จดหมายเหตุ DSI "เลี้ยงกระแสข่าว สร้างความชอบธรรมในการจับกุมพระธัมมชโย!!!" ตอนที่ 4 (30 พ.ค. 59)

เป็นอีกหนึ่งวันของการสร้างประเด็นหาเหตุ สร้างความชอบธรรม เพื่อเข้ามาดำเนินการจับกุมพระธัมมชโย เมื่อหลายสื่อนำเสนอประเด็นทั้งเก่าและใหม่วนเวียนเพื่อเลี้ยงกระแส อาทิ 

1. มาตรการรักษาความปลอดภัยของวัดเพื่อป้องกันมือที่ 3


2.การประชุม มส. ไม่มีการพูดเรื่องวัดพระธรรมกาย
3. DSI ดอดพบเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี มีการพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนที่จะมอบเอกสารข้อกล่าวหาพระธัมมชโย แก่ท่าน


4.  การปล่อยข่าวว่า พระธัมมชโยนีออกนอกประเทศ ทั้งที่ท่านไม่มีหนังสือเดินทาง อีกทั้งชราภาพและอาพาธหนัก ไม่สามารถเดินทางไกลๆได้
5. หยิบยกคำพูดพระเกจิอาจารย์ ที่เคยให้ความเห็นกรณีธรรมกาย


ขณะที่เริ่มมีนักวิชาการ (อ.สิโรจน์ คล้ามไพบูลย์) ออกมาให้ความเห็นถึงความเป็นกลางของ DSI เมื่อการประชุมที่ผ่านมา DSI เชิญคุณหมอมโนมาร่วมประชุม ทั้งที่คุณหมอมโนประกาศตัวเป็นปรปักษ์กับวัดพระธรรมกายอย่างชัดเจน 

คลิกชมวีดีโอสัมภาษณ์ อ.สิโรจน์ คล้ามไพบูลย์

เช่นเดียวกับ ผศ.รท.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งข้อสังเกตว่า "เหตุใดจึงไม่ปรึกษาไต่ถามทางคณะสงฆ์เสียก่อนว่า ควรทำอย่างไรกับพระ? ทั้งที่มหาเถรสมาคมได้ตัดสินไปแล้วว่า พระธัมมชโยไม่ปาราชิกแต่อย่างใด...ฯลฯ"

สอดคล้องกับอ.พิศาฬเมธ แช่มโสภา ป.ธ.9 ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.สมุทรปราการ โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุความตอนหนึ่งว่า "เนื่องจากมีธงอยู่แล้ว ถ้าสึกเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ได้....เอง"

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมยังคงลอยตัว ยันไม่ยุ่งเกี่ยว ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
อีกประเด็นที่มีการพูดถึงในวันนี้ ก็คือ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมต.ยุติธรรม ปัดกระแสข่าว คสช. เรียก 2 พันล้านบาท จบคดี "พระธัมมชโย"

อย่างไรก็ตาม ได้มีความพยายามสร้างความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง กรณีพระธัมมชโย กับอดีตนายกทักษิณ ทั้งที่วัดพระธรรมกายยังคงยืนยัน ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง


ทั้งนี้ สำนักข่าวเนชั่น นำเสนอข่าว ระบุ DSI จะขอออกหมายจับพระธัมมชโยภายในสัปดาห์นี้


นอกจากนี้มีข่าวในโซเชียลมีเดีย ระบุว่า "ปูด! 'บิ๊กดีเอสไอ' ได้รับส่วนแบ่งการขายที่ดิน ศุภชัย 477 ล้าน เผยมีการตั้งกก.สอบฯ แล้ว ผ่านมาปีกว่ายังไม่คืบ"


และนี่คือความเคลื่อนไหวตลอดวันนี้ ความคืบหน้าจะเป็นอย่างไร มาติดตามในตอนต่อไป...


ติดตามอ่านจดหมายเหตุ DSI ตอนที่ 1-4 ได้ที่นี่

จดหมายเหตุ DSI "เลี้ยงกระแสข่าว สร้างความชอบธรรมในการจับกุมพระธัมมชโย!!!" ตอนที่ 4 (30 พ.ค. 59) http://goo.gl/vJdO8b

จดหมายเหตุ DSI วันที่ 28-29 พ.ค.59 ตอน "ขีดเส้นตายดำเนินการจับกุมพระธัมมชโยภายใน 3 สัปดาห์" ตอนที่ 3 http://goo.gl/Q5jBSq

จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา  ตอน "ไม่ยอมรับสมเด็จวัดปากน้ำ แล้วจะขอให้ท่านช่วยทำไม???" 27 พ.ค. 2559 ตอนที่ 2 http://goo.gl/mEobco


จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา "ออกหมายจับ" พระเทพญาณมหามุนี สภอ.คลองหลวง 26 พ.ค.59 ตอนที่ 1 http://goo.gl/pBpKNs

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

DSI ครับ... มหาชนเขาอยากจะบอกกับท่านว่า...

เลิกให้สัมภาษณ์ดีกว่าครับ!!! 
แค่พูดว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการก็พอ 
เสียชื่อเปล่าๆ เขาเห็นไส้หมด ....

1. คดียังไม่เริ่มต้น แค่ขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา 
จะชี้นำว่า หลวงพ่อธัมมชโยรับถูกต้อง-ไม่ถูกต้อง ไม่ได้ 
โดยเฉพาะเช็คเป็นหมื่นล้าน บริจาคไปหลายกลุ่ม 
และตรวจสอบได้หมดเพราะเป็นเช็ค 
ถ้าพูดแบบนี้ก็ต้องแจ้งข้อหาในเช็คทุกใบทั้งหมื่นล้านซิ

2. ใครที่ไหนจะบ้า 
รับของโจร ฟอกเงิน ร่วมลักทรัพย์ เป็นเช็ค!!! 
ตามีตามาก็รู้ว่า เช็คมีไว้เพื่อความบริสุทธิ์ใจ 
ตรวจสอบได้ รู้เส้นทาง รู้ที่มาที่ไปหมด 
ในกรณีอย่างนี้คนที่รับเช็คซึ่งรับบริจาคมา 
มันก็ไม่ครบองค์ประกอบตั้งแต่แรก 
ตั้งข้อหาแบบนี้...
รังแต่จะทำให้คนรักความยุติธรรม คลางแคลงใจ
องค์ประกอบความผิดฐาน "รับของโจร"

3. ในส่วนของหลวงพ่อ 600 กว่าล้าน 
เป็นเช็ค 20 ฉบับ รับโดยเปิดเผย 
บริจาคตามช่วงเวลา เช่น กฐิน ผ้าป่า 
ไม่มีแม้แต่ใบเดียวที่ท่านเบิกมาเป็นเงินสดเข้าตัวเอง
เส้นทางการเงินเข้าสู่วัด มูลนิธิ ตรวจสอบได้หมด 
และที่สำคัญคดีที่มีเช็คเกี่ยวข้อง 
ศาลให้เข้าสู่ขบวนการไกล่เกลี่ยอยู่แล้ว 
เมื่อปีที่แล้ว 2558 สหกรณ์ซึ่งเป็นผู้เสียหายตัวจริง 
ได้ถอนฟ้อง ทั้งแพ่งและอาญา 
โดยลูกศิษย์วัดพระธรรมกายนำเงินมาเยียวยาตามมูลค่าเช็ค 
เมื่อการณ์ปรากฎว่า เช็คเมื่อสิบปีก่อน 20 ฉบับ
เกี่ยวข้องกับคุณศุภชัยซึ่งกำลังถูกดำเนินคดี 
ซึ่งที่สุดของเรื่องคดีเกี่ยวกับเช็คคือ 
ไกล่เกลี่ยได้ และได้ไกล่เกลี่ยไปแล้ว คดียุติแล้ว
สหกรณ์รับเงินเยียวยาจากลูกศิษย์วัดไปแล้ว
4. มาปีนี้ เอาเรื่องเดิมมาตั้งคดีใหม่ 
ให้ท่านเป็นผู้ต้องหา ฟอกเงิน รับของโจร 
ทั้งที่คดีเก่า อัยการมีความเห็นไม่ฟ้องหลวงพ่อไปแล้ว 
เพราะไม่พบเส้นทางการเงินในลักษณะผิดปกติ  

และหาก DSI มีหลักฐานเพิ่มเติม ก็ส่งเข้ามาใหม่ 
แต่นี่ออกคดีใหม่ ทำแบบนี้เพื่อ? 
 
ผู้รับบริจาคเกี่ยวอะไรด้วย??

หลวงพ่อธัมมชโย บริสุทธิ์ทุกข้อกล่าวหา

โปรดอย่าลืมว่าท่านทำอะไร คนเขามองดูอยู่ 
ฟ้ามีตา กรรมมีจริง อย่าได้ประมาทเลย

-จากใจ นายชัดเจน-

ผลบาปมีจริง

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

จดหมายขอความยุติธรรมในกรณีของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

วันที่ ๑ พ.ค. ๒๕๕๙

ถึง
สถานกงสุลไทย
ชั้น ๑๒ อาหารเอ็กเพรสทาวเวอร์
บานิสเตอร์ ราชินี พาเทล มาร์ก
นาริมัน พอนท์
มุมไบ ๔๐๐๐๒๑


ขอความยุติธรรมในกรณีของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

กรมการสอบสวนคดีพิเศษของไทย (ดีเอสไอ) ได้ให้ข้อมูลที่ผิดมากมายเกี่ยวกับการออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ข้อมูลผิดโดยเจตนานี้ได้ถูกส่งต่อไปยังสื่อท้องถิ่น ส่งผลให้ผู้อ่านหลายคนเกิดความสับสนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังกรณีนี้
ข้อเท็จจริง คือ
            นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ขณะดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ได้บริจาคเงินให้แก่วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนีเพื่อใช้ในการสร้างศาสนสถานและเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของวัด ซึ่งเป็นวัดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีคนศรัทธากว่าล้านคนและมีพระสงฆ์ สามเณรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
การบริจาคครั้งนั้นล่วงมากว่า ๔ ปีแล้ว ซึ่งไม่มีหลักฐานการกระทำผิด และนายศุภชัยก็ยังได้บริจาคให้แก่วัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย การกุศล และหน่วยราชการอื่นๆอีกด้วย เงินที่บริจาคให้วัดพระธรรมกายและหลวงพ่อธัมมชโยได้ทำอย่างเปิดเผย ไม่มีการจงใจปกปิด ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเจตนาฟอกเงินใดๆ การสั่งจ่ายเช็คเข้าออกล้วนดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่การเงินของวัด
การกล่าวหาพระเทพญาณมหามุนีว่ารับของโจรและฟอกเงินนั้น ควรมีหลักฐานยืนยันว่าท่านตั้งใจสมคบกับนายศุภชัย ศรีศุภอัษรในการยักยอกเงินไว้สำหรับใช้ส่วนตัว ไม่มีหลักฐานใดๆ ปรากฏและนายศุภชัยเองก็ได้แถลงการณ์ยืนยันเรื่องนี้ด้วย ข้อมูลนี้เป็นที่รู้กันดีในคณะผู้สอบสวนดีเอสไอ แต่เขาก็ยังพยายามที่จะเชื่อมโยงท่านเจ้าอาวาสในคดีนี้ เพราะเหตุใด
เมื่อทางวัดทราบถึงเหตุการณ์สหกรณ์เครดิตยูเนียน ลูกศิษย์ได้ช่วยกันตั้งกองทุนเยียวยาเท่ากับจำนวนเงินที่นายศุภชัยบริจาคมา เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ให้แก่สมาชิกด้วยกันอัดฉีดเงินเข้าไปในกระแสเงินสดของสหกรณ์ฯหลังจากเหตุการณ์นี้ ทางสหกรณ์ฯได้ออกมาแถลงการณ์ถอนฟ้องคดีความทั้งทางเพ่งและอาญา และกล่าวขอบคุณลูกศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนีสำหรับความเมตตา
ข่าวบิดเบือนได้ถูกตีพิมพ์ตามสื่อต่างๆ กล่าวหาว่าวัดพระธรรมกายสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ขณะที่ทางวัดมีลูกศิษย์มากมายทั้งต่างอายุ ต่างเพศ ภูมิภาค อาชีพการงานและต่างมุมมองทางการเมือง วัดมุ่งเน้นในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และไม่มีความประสงค์ที่จะเกี่ยวข้องทางการเมืองเลย
หลวงพ่อธัมมชโยได้อุทิศตนมาตลอด ๔๗ ปี เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาและการทำสมาธิในแบบธรรมกาย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่มีความศรัทธาจำนวนกว่าล้านทั้งในประเทศไทยและ ๘๐ สาขาใน ๓๓ ประเทศทั่วโลก ในชีวิตที่เรียบง่ายและบริสุทธิ์ หลวงพ่อธัมมมชโยได้สนับสนุนเงินหลายพันล้านบาทให้แก่การกุศลมากมาย เช่น กองทุนช่วยเหลือครูใต้กว่า ๓๐,๐๐๐ คน จัดเตรียมสิ่งของจำเป็นและอาหารสำหรับงานอุปสมบทหมู่กว่า ๑๐,๐๐๐  รูป สองครั้งต่อปีในเมืองและตามหมู่บ้านต่างๆทั่วไทย และยังให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม พายุ และสึนามิ สิ่งก่อสร้างต่างๆ อันประณีตในวัดพระธรรมกายถูกสร้างจากเงินบริจาคของญาติโยมโดยไม่ใช้เงินรัฐเลย และสิ่งก่อสร้างเหล่านี้จะอยู่เป็นสมบัติของชาติและพระพุทธศาสนาต่อไปสำหรับลูกหลานในอนาคต
เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายตอนนี้อายุ ๗๒ ปี เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น เส้นเลือดดำอุดตันและมีแผลติดเชื้อที่ขาซึ่งทีมแพทย์ก็ได้ออกมายืนยัน แต่ดีเอสไอไม่สนใจในสุขภาพของเจ้าอาวาสและไม่คิดจะตรวจอาการของท่านเลย ความพยายามในการออกหมายจับหลวงพ่อธัมมชโยได้ถูกศาลสั่งยกคำร้องในวันที่ ๒๖ เมษายน กระนั้นดีเอสไอก็ยังประกาศเรียกเจ้าอาวาสเข้ารับทราบข้อกล่าวหาอีกในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม
จากหลักฐานที่ชัดเจน พระเทพญาณมหามุนีไม่ทราบถึงที่มาของเงินบริจาคของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งบริจาคก่อนจะเป็นคดีความ และการระดมทุนเพื่อเยียวยาสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นนั้น จึงมีคำถามว่าทำไมดีเอสไอถึงยืนหยัดที่จะสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้แก่วัดพระธรรมกายและการสถาปนาพุทธศาสนาในพระเทศไทย

ขอแสดงความขอบใจ
ประธาน
พระภัททันตะ ธรรมานัค
ชาราน พาหุเทสะนียะ เสวาภาวี สะนาถะ

เอกสารแนบถึง พลเอก ประยุทธ จันโอชา

ทำเนียบรัฐบาล, ถนนพิษณุโลก 1, ดุสิต, กรุงเทพ ๑๐๓๐๐


จดหมายต้นฉบับภาษาอังกฤษ



       President Bhadhant DhammanagSharan Bahuuddeshiya Sevabhavi
จดหมายนี้ เขียนโดย  พระภัททันตะ ธรรมานัค ชาราน พาหุเทสะนียะ เสวาภาวี สะนาถะ ถึงบุคคลผู้เกี่ยวข้อง ที่จะรับทราบและให้ความเป็นธรรมกับพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย 

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.sharanyoungbuddhistpeople.com/aboutus.html


วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

DSI ฟ้องพระธัมมชโย

คาด ดีเอสไอ...นั่งเทียนเขียนเรื่องฟ้องธัมมชโย


จากข่าวที่ปรากฏทางสื่อเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 ว่าดีเอสไอได้ประชุมกับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ประกาศจะสรุปหลักฐานฟ้องพระธัมมชโยฐานรับของโจรและฟอกเงินภายในกุมภาพันธ์นี้ จากแหล่งข่าวพบหลักฐานชัดว่า ตอนนี้คดีนายศุภชัย ศรีศุภอักษรในคดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนียนนั้นยังไม่จบและอยู่ในช่วงการดำเนินคดี และศาลยังไม่ได้ตัดสินว่านายศุภชัยถูกหรือผิด เพียงแต่ถูกสังคมตัดสินเท่านั้น “ว่าผิด”ตามสื่อพาดหัวข่าวต่างๆ นานา จึงชี้ชัดไม่ได้ว่านายศุภชัยเป็นโจร ซึ่งหากดีเอสไอระบุว่าพบหลักฐานที่จะมาฟ้องพระธัมมชโยฐานรับของโจรและฟอกเงินนั้น คาดว่าต้องเป็นหลักฐานแบบ “นั่งเทียนเขียนเอา” อย่างแน่นอน แม้ได้มาแล้วก็”ฟ้องไม่ได้อยู่ดี เพราะคดียังไม่จบ” คุณศุภชัยเป็นโจรหรือไม่ใช่โจรนั้น ยังไม่มีข้อสรุป

ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 ฝ่ายกฎหมายได้เข้าไปหารือกับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษว่าได้แจ้งให้ดีเอสไอปฏิบัติอย่างไรกับคดีดังกล่าว แล้วทราบชัดว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือแจ้งดีเอสไอว่า “ให้ไปแจ้งข้อหาลักทรัพย์นายจ้างและสอบสวนคุณศุภชัยเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่ามีผู้ร่วมกระทำผิดหรือรู้เห็นการกระทำผิดของคุณศุภชัยหรือไม่ก่อน แล้วค่อยสอบสวนดูว่ามีกลุ่มใดร่วมสมคบกับคุณศุภชัยบ้าง เมื่อได้ข้อสรุปก็ส่งมาให้ฝ่ายคดีพิเศษ เพื่อสั่งคดีต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาและสอบสวนคุณศุภชัย ข้างต้นแต่อย่างใด จึงไม่สามารถแจ้งข้อหารับของโจรหรือฟอกเงินกับใครได้”

และกรณีนี้ชี้ชัดว่าดีเอสไอกำลังใช้อำนาจนอกเหนือหน้าที่ของตน เพราะเจ้าทุกข์เองผู้เสียหายก็ได้ถอนฟ้องไปแล้วและได้ทำหนังสือแจ้งดีเอสไอเรียบร้อย แต่สงสัยคงไม่ได้อ่านกัน เรียกว่าหาเรื่องฟ้องเองก็ได้ ซึ่งมองว่าเริ่มทำตนเหนือกฎหมาย ส่อความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นต่อในสังคมไทย ในเมื่อหน่วยงานราชการ กำลังทำหน้าที่เหนือกฎหมายแต่เอากฎเองมาใช้ อันนี้มันถูกต้องแล้วหรือ ลองพิจารณากัน ขอบอกว่าไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ขอเข้าข้างความยุติธรรม เมื่อใดคนเรามีความยุติธรรมแล้วธรรมจะคุ้มครอง


ถิ่นธรรม ถิ่นไทย