แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระเทพญาณมหามุนี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระเทพญาณมหามุนี แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา ตอน "ไม่ยอมรับสมเด็จวัดปากน้ำ แล้วจะขอให้ท่านช่วยทำไม???" 27 พ.ค. 2559 ตอนที่ 2


จากประเด็นที่ทิ้งไว้ กรณี DSI "เตรียมประชุมถกหมายค้น เพื่อจับกุม "พระธัมมชโยมาติดตามกันต่อ

10 โมงเช้าวันนี้  DSI ประชุมร่วมถกหมายค้น และจับกุมพระธัมมชโย มี 4 แผน
1. ทำแผนเข้าไปตามหมายจับ
2. อนุมัติตำรวจเจอที่ไหน จับกุมได้ทันที
3. ทำหนังสือถึงฝ่ายปกครองคณะสงฆ์ทุกระดับ
4. ใช้ ม. 189 ดำเนินคดีผู้ช่วยเหลือให้ที่พักพิง โดยจะเร่งรัดคดีให้จบภายใน 2-3 สัปดาห์ 

โดยเฉพาะนายแพทย์มโน เลาหวณิชได้เข้าประชุมด้วย และเสนอให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ในฐานะพระอุปัชฌาย์ของพระธัมมชโย เข้ามาเกลี้ยกล่อมให้ท่านมอบตัว

ด้านบิ๊กต๊อก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมต.กระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวแนวทางจับพระเทพญาณมหามุนี โดยบอกว่า "ถ้าต้องเข้าวัดก็ต้องเข้า แต่หากไม่ได้ตัว "ธัมมชโย" ก็สามารถดำเนินการส่งฟ้องได้ แต่อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลว่า จะรับไม่รับเรื่อง"



ขณะที่วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปัดข้อเสนอให้สมเด็จช่วงเข้ามาเจรจากับพระเทพญาณมหามุนี โดยบอก "ไม่จำเป็น เพราะที่ผ่านมาการดำเนินคดีกับพระภิกษุหลายรูป มหาเถรสมาคมก็ไม่ได้เกี่ยวข้อง และเป็นหน้าที่ของ ดีเอสไอ ที่จะดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่


สอดคล้องกับบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ที่บอกว่า "เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของดีเอสไอ อย่าไปคิดใส่ใจอะไรให้มาก เรื่องนี้ก็เป็นคดีเล็กๆคดีหนึ่งเท่านั้น" !!!

ด้านวัดพระธรรมกายโดย นายองอาจ ธรรมนิทา และ ร.ท.น.พ.ชูชัย พรพัฒนาพันธุ์ แพทย์ผู้รักษาพระธัมมชโย ได้แถลงข่าวยืนยันอาการอาพาธของพระเทพญาณมหามุนี โดยบอกว่า "มีอาการป่วยเรื้อรังหลายโรค เช่น  โรคหลอดเลือดดำส่วนลึกที่ขาอุดตันเรื้อรัง เบาหวาน แพ้สารเคมี เกิดแผลเรื้อรังที่เท้า จำวัดหลับๆ ตื่นๆ ขาซ้ายบวมและปวดมาก  ฉันได้น้อย อ่อนเพลีย แพทย์ได้ถวายยาแก้ปวดอย่างแรง โดยรวมอ่อนเพลีย ร่างกายอ่อนแอมาก"

ด้านสื่อเองได้มีการนำเสนอข่าว ศิษย์วัดพระธรรมกายร่วมปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิให้กำลังใจพระเทพญาณมหามุนี พร้อมยืนยันไม่มีแนวคิดขัดขวาง หรือกดดันขบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด

ด้านพระพุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยระบุว่า "การที่พระเทพญาณมหามุนีไม่ออกมา ผิดกฎหมายทำให้แตกแยก ไม่ยอมรับกติกาสังคม" ??????


ด้านอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ชูชาติ ศรีแสง เห็นแย้งกับบิ๊กต๊อก ประเด็นดำเนินคดีในชั้นศาลที่ว่า แม้ไม่สามารถได้ตัวพระธัมมชโย ก็สามารถดำเนินการส่งฟ้องได้ โดยอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาบอกว่า "พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อหาและไม่ได้สอบปากคำ "อัยการ" ก็ไม่มีอำนาจฟ้องผู้ถูกกล่าวหา"


ล่าสุดวันนี้ (27 พฤษภาคม พ.ศ.2559) ทนายของพระธัมมชโยยื่นอุทธรณ์หลังศาลอาญายกคำร้องขอเพิกถอนหมายจับ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอฟังคำสั่งของศาล 


- รวมถึงรอการพิจารณาของแพทยสภาส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานกลางมาตรวจพิสูจน์ ยืนยันว่าพระเทพญาณมหามุนีอาพาธจริง!!! 
จึงขอให้ดีเอสไอชลอการจับกุม เพื่อดำรงไว้ซึ่งกระบวนการยุติธรรมและมิให้เกิดความเสียหายแก่ทุกฝ่าย

และเมื่อค่ำทีผ่านมา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ออกรายการถามตรงๆ กับจอมขวัญ ได้หลุดประเด็นชวนสงสัยว่า "ต้องจับหลวงพ่อให้ได้ ถ้าไม่ได้ เราอยู่ไม่ได้"!!!


ติดตามอ่านจดหมายเหตุ DSI ตอนที่ 1 และ 2 ได้ที่นี่

จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา  ตอน "ไม่ยอมรับสมเด็จวัดปากน้ำ แล้วจะขอให้ท่านช่วยทำไม???" 27 พ.ค. 2559 ตอนที่ 2 http://goo.gl/mEobco


จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา "ออกหมายจับ" พระเทพญาณมหามุนี สภอ.คลองหลวง 26 พ.ค.59 ตอนที่ 1 http://goo.gl/pBpKNs

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา "ออกหมายจับ" พระเทพญาณมหามุนี สภอ.คลองหลวง 26 พ.ค.59 ตอนที่ 1

นับเป็นหมายเรียกครั้งที่ 3 ที่ DSI แจ้งให้พระธัมมชโยไปรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เหล่าสานุศิษย์แสดงความรักและเคารพที่ตนเองมีต่อพระเทพญาณมหามุนี ด้วยการมาอยู่วัด เพื่อปกป้องพระเทพญาณมหามุนีจากภยันตรายต่างๆ ตามสติกำลังที่ตนมี ถือว่าเป็นการรวมพลังชาวพุทธ 
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัดพระธรรมกาย  คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในครั้งนี้ผ่านช่องพีซทีวีไว้ว่า "ในวัดมีคนเป็นแสน.."  ขณะที่ลูกศิษย์ทยอยเดินทางมุ่งสู่วัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมปฏิบัติธรรม ให้กำลังใจพระเทพญาณมหามุนี  



ความเคลื่อนไหววันนี้
10.00 น. กองทัพสื่อกว่า 30 สำนัก มารวมตัวกันที่หน้าสำนักสื่อสารองค์กร ในจำนวนนี้มีสื่อบางช่องนำเฮลิคอปเตอร์มาเก็บภาพบรรยากาศภายในวัด

12.00 น. มีการแจ้งว่า พระเทพญาณมหามุนี จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สภอ.คลองหลวง ซึ่งขณะนั้นเหล่าสานุศิษย์ทั้งพระ-เณร และญาติโยมหลายพันรูป/คน ได้เดินทางไปรอให้กำลังใจท่านที่สภอ.คลองหลวง ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัด เพื่อเอื้อต่อสุขภาพของท่าน ที่ไม่สามารถเดินทางไกลได้ 



14.30 น. ได้มีการแจ้งว่า ให้มีการรับทราบข้อกล่าวหาที่รถพยาบาลก่อนที่อัยการประกาศว่า "ไม่รับที่ข้างรถ ต้องเอาไปใส่รถของฝั่งดีเอสไอ??? ไปทำเรื่องราวที่โรงพยาบาล (ธรรมศาสตร์)!!!"

ในขณะนั้น สังเกตเห็นรถพยาบาลจากรพ.ตำรวจ 2 คันเข้ามาในบริเวณสภอ.คลองหลวง สร้างความน่าสงสัยอย่างยิ่ง ว่าเหตุใดจึงนำรถพยาบาลของรพ.ตำรวจเข้ามาในพื้นที่??? ทั้งที่พระเทพญาณมหามุนีเพียงแค่เดินทางมาเซ็นต์รับทราบข้อกล่าวหาเท่านั้น!!!

จากนั้นรถพยาบาลจากมูลนิธิศึกษาธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมได้เข้ามาในพื้นที่สภอ. คลองหลวง ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชน ต่างเก็บภาพรถดังกล่าว และต่างคาดการณ์ว่า พระเทพญาณมหามุนีจะอยู่ในรถพยาบาลคันนี้ แต่ผิดคาดเมื่อทนายสัมพันธ์ เสริมชีพ เดินทางมาพร้อมผู้ติดตามอีก 2-3 ท่าน ก่อนที่นักข่าวจะเปรยว่า "หลวงพ่อไม่มา"

15.00 น. DSI จัดแถลงข่าวที่สภอ.คลองหลวง แจ้งว่าพระเทพญาณมหามุนีไม่สามารถเดินทางมาได้ เพราะมีอาการป่วยคือ "บ้านหมุน" แต่ DSI ยังพยายามที่จะให้ท่านเดินทางมารายงานตัว พร้อมแจ้งว่าตนเองได้นำรถพยาบาลจากรพ.ตำรวจ พร้อมคณะแพทย์มาด้วย ทั้งยังบอกว่า "ให้เดินทางไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ร่วมกัน" 

และหนึ่งในคำถามที่นักข่าวถาม DSI ถึงเหตุผลว่า "ทำไมไม่ไปแจ้งข้อกล่าวหา ตามที่ศิษย์ร้องขอ?"
DSI : "การจะเข้าไปที่รโหฐาน เป็นกุฏิวัด ต้องมีหมายค้นจากศาล"
นักข่าว : ทำไมไม่ขอหมายค้น
DSI :.......
ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้ ก่อนที่จะยุติการแถลงข่าวทันที

------------------------




ในช่วงเวลาเดียวกัน ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายจัดแถลงข่าว โดยระบุ 4 เหตุผลที่พระเทพญาณมหามุนี ไม่สามารถเดินทางมารับข้อกล่าวหาที่สภอ.คลองหลวงได้ โดยยืนยันในความบริสุทธิ์และยินดีปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม แต่เนื่องจากขณะกำลังเคลื่อนย้ายจากเตียงผู้ป่วยเพื่อขึ้นรถพยาบาล ท่านได้เกิดอาการอาพาธระหว่างเคลื่อนย้าย โดยมีอาการลมตีขึ้น เวียนศรีษะ หน้ามืด เป็นลม จึงไม่สามารถไปรับทราบข้อกล่าวหาตามเวลาที่แจ้งไว้ในเบื้องต้นได้

ขณะที่มีการแถลงข่าวนี้ คุณวิรังรองหนึ่งในผู้ที่ไม่เข้าใจการทำงานของวัดพระธรรมกาย ได้โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว ความตอนหนึ่งว่า "DSI เตรียมจนท.ไปอายัดตัวธัมมชโยที่สภ.คลองหลวง" 

ขณะที่ไทยรัฐทีวีได้มีการสัมภาษณ์นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักคดีอาญา ถึงประเด็นการออกหมายเรียกพระธัมมชโย  ซึ่งนายปรเมศวร์เห็นแย้ง ระบุการแจ้งข้อกล่าวหาไม่จำเป็นต้องเป็นที่ทำงานของพนักงานสอบสวน สามารถดำเนินการแจ้งที่ไหนก็ได้ ที่วัดก็สามารถแจ้งได้เช่นกัน

ขณะที่สื่อเองได้ทวิต ยืนยันว่า "ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักคดีอาญา บอกแจ้งข้อกล่าวหาที่ไหนก็ได้/ดีเอสไอ เข้าไปแจ้งในวัดก็ได้"

ด้าน DSI ได้มีการออกข่าว "เตรียมถกหมายค้น จับกุม "พระเทพญาณมหามุนี" 10 โมงเช้าพรุ่งนี้ หลังเบี้ยวนัด ยันไม่บุกวัดจู่โจม

-รายงานโดย- "ห่านข่าว"

หากต้องการแชร์ข้อมูลต่อ สามารถคัดลอกลิ้งค์ของจดหมายเหตุฉบับนี้ได้

จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา "ออกหมายจับ" พระเทพญาณมหามุนี สภอ.คลองหลวง 26 พ.ค.59 ตอนที่ 1 http://goo.gl/pBpKNs

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

หมิ่นวิชาชีพแพทย์หรือไม่??? เมื่อแพทยสภายัน..ทำได้!!!

กดดันกัน...
จนไม่มีแพทย์ในประเทศไทย
กล้าออกใบรับรองแพทย์ให้อีก
กดดันกัน...
จนต้องไปเชิญแพทย์จากต่างประเทศ
มายืนยันกับสังคมว่าท่าน (พระเทพญาณมหามุนี หรือหลวงพ่อธัมมชโย) ป่วยจริงๆ

กดดันกัน...
จนไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากถ่ายทอดสดอาการป่วยให้สังคมเห็น

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้
เราจะอยู่กันแบบใช้อำนาจรัฐ ใช้สื่อมวลชน

กดดันกัน...
จนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ
โดยไม่สนใจความถูกต้อง 
ไม่สนใจความชอบธรรม
ไม่สนใจการตรวจสอบความจริง
แบบนี้จริงๆ หรือ ?

หลวงพ่อป่วย
DSI ดำเนินการข้ามขั้นตอนหรือไม่?

ใบรับรองแพทย์จะถือว่าเก๊ หรือเป็นเท็จได้ 
ต่อเมื่อออกให้กับผู้ที่ไม่ป่วย ว่าเป็นคนป่วยเท่านั้น

แต่ในกรณีนี้  
ผู้ป่วยป่วยจริงและไม่สามารถเดินทางไปรพ.ได้  
คุณหมอกรุณามาตรวจให้จริง (มีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน) 
และออกใบรับรองแพทย์ แนะนำข้อควรปฏิบัติให้ตามที่เป็นจริง 
ด้วยจรรยาบรรณของแพทย์ที่แท้ คือเมตตาธรรม อันเป็นพื้นฐานคุณธรรมของวิชาชีพที่ผู้คนจะต้องมาฝากชีวิตไว้ให้ดูแล 

หากจะมีข้อผิดบ้าง
ก็เพียงแค่ผิดขั้นตอนของโรงพยาบาล
ที่ไม่ได้เอาคนไข้มารับการรักษาภายในเขตโรงพยาบาลเท่านั้น เพราะการทำอย่างนั้นเป็นอันตรายต่ออาการของคนไข้

การออกใบรับรองแพทย์ของคุณหมอก็ถูกต้องทุกประการ
ตามระเบียบของแพทยสภาว่าด้วยจริยธรรมของวิชาชีพและการออกใบรับรองแพทย์ 
ซึ่งในกรณีนี้จะต้องออกจากโรงพยาบาลที่ตนสังกัด
 http://www.tmc.or.th/news_file/tmc-rule-2549.pdf
ดูข้อ 28, 33-35, 39-40

ข้อบังคับแพทยสภา
ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙
ข้อ ๒๘ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ปฏิเสธการช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในระยะอันตรายจากการเจ็บป่วยเมื่อได้รับคำขอร้องและตนอยู่ในฐานะที่จะช่วยได้ 
เว้นแต่ผู้ป่วยไม่อยู่ในสภาวะฉุกเฉิน อันจำเป็นเร่งด่วนและเป็นอันตรายต่อชีวิตโดยต้องให้คำแนะนำที่เหมาะสม

ข้อ ๓๓ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมพึงยกย่องให้เกียรติและเคารพในศักดิ์ศรีของผู้ร่วมงาน

ข้อ ๓๔ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ทับถมให้ร้ายหรือกลั่นแกล้งผู้ร่วมงาน

ข้อ ๓๕ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมพึงส่งเสริม และสนับสนุนการประกอบวิชาชีพของผู้ร่วมงาน

ข้อ ๓๙ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใดไปทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาล
มีสิทธิที่จะประกาศหรือยินยอมให้มีการประกาศชื่อของตน ณ สถานพยาบาลนั้นเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติงานเป็นเวลาแน่นอน 
หรือปฏิบัติงานเป็นประจำเท่านั้น โดยต้องมีข้อความระบุ วัน เวลาที่ไปปฏิบัติงานประกอบชื่อของตนไว้ในประกาศนั้นให้ชัดเจนด้วย

ข้อ ๔๐ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใดที่ไปทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาล
ถ้ามิได้เป็นผู้ปฏิบัติงานประจำหรือไปปฏิบัติงานไม่เป็นเวลาที่แน่นอน ไม่มีสิทธิที่จะให้มีการประกาศชื่อของตน ณ สถานพยาบาลนั้น 
เว้นแต่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจะมีการทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ดำเนินการสถานพยาบาลนั้นๆ 


ท่านนายกแพทยสภาก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า การออกใบรับรองแพทย์นั้นสามารถทำได้แม้ว่าจะตรวจในคลีนิคหรือที่อื่นที่ไม่ใช่ภายในโรงพยาบาล http://www.nationtv.tv/main/content/social/378502394/

เมื่อเป็นเช่นนี้ ควรแล้วหรือที่คุณหมอจะถูกประนามว่าขาดจรรยาบรรณของแพทย์ ??? 

จรรยาบรรณของแพทย์ที่แท้จริงคือจิตเมตตาในการดูแลรักษาผู้ป่วยมิใช่หรือ ??? 

สำหรับวิชาชีพแพทย์แล้ว 
ระหว่าง “ชีวิตของคนไข้” กับ “ขั้นตอนเอกสารของ รพ.” นั้น 
อะไรสำคัญกว่ากัน ???

สรุปว่า คุณหมอ รองผอ. โรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี
ควรแก่การประนามจริงหรือ ??? 
หรือควรแก่การยกย่องเชิดชูกันแน่ ??? 

... ประเทศชาติของเราต้องการ “หมอ” แบบนี้ไม่ใช่หรือ ??? 

หรือว่า เราต้องการเพียงคนที่ใช้ชื่อหมอแต่ไม่แคร์ชีวิตของคนไข้เท่ากับขั้นตอนเอกสารของโรงพยาบาล ???



ภญ.รักษ์ธรรม

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559

วัดพระธรรมกายปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทำความดีมาตลอดกว่า 50 ปี ด้วยใจบริสุทธิ์

กรณีมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณ มหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร วัดพระธรรมกายขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) และปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด
ตัวตนพระเทพญาณมหามุนี
พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ปัจจุบันอายุ 72 ปี ท่านเริ่มศึกษาธรรมะเมื่อปี 2506 ขณะเรียนอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยได้ไปปฏิบัติสมาธิภาวนากับคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ศิษย์เอกของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ
เมื่อจบสวนกุหลาบ ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านเป็นผู้รักการปฏิบัติธรรมมาก ไปปฏิบัติกับคุณยายอาจารย์ทุกวัน ไม่เว้นเลยแม้แต่วันสอบไล่ปลายภาค
เมื่อสำเร็จการศึกษาในปี 2512 จึงได้ตัดสินใจอุปสมบทตลอดชีวิต เมื่อบวชได้เพียง 1 พรรษา คุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี มีจิตศรัทธาถวายที่ดินจำนวน 196 ไร่ ที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลวงพ่อธัมมชโยจึงได้นำหมู่คณะเริ่มบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่วันมาฆบูชา ปี 2513 
วัดได้เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ มีญาติโยมมาปฏิบัติธรรมในวันสำคัญคราวละหลายหมื่นคน จนพื้นที่ไม่พอรองรับญาติโยมจึงได้รวบรวมปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่มขยายมาเป็น 2,500 ไร่ ในปัจจุบัน
หลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพระเทพญาณมหามุนี
คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้ ทั้งทางดีทางร้าย “สิ่งที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือการกระทำ” โดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอดชีวิตกว่า 50 ปี
เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ พระเทพญาณมหามุนีเป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน นั้นก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน แต่ไม่อาจกล่าวหาว่าท่านมีเจตนาไม่สุจริต เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต ทำเพื่อหวังลาภสักการะ จะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ และก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น
- การสร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ 1 ล้านคน เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำด้วยชีวิต เจดีย์ วิหาร ศาลา ศาสนสถานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่สร้างขึ้นมาก็จะเป็นสมบัติของประเทศชาติและพระพุทธศาสนา โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว 
- การสร้างพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนากว่า 4,000 รูป / คน ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน
พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วม” คนที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบๆปี ใครนิสัยเป็นอย่างไรก็จะรู้กันหมด ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้ ชีวิตของใครใครก็รัก จะสละชีวิตของตนได้ต้องชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง มีคุณค่าจริงเท่านั้น
เราไม่สามารถกล่าวหาผู้ทำความดีตลอดชีวิตว่าแกล้งทำได้ เพราะเมื่อทำตลอดชีวิตมันคือเรื่องจริง 
อุทิศตนช่วยเหลือสังคมมาตลอด
พระเทพญาณมหามุนีได้บริจาคเพื่อสาธารณกุศลรวมมูลค่านับหมื่นล้านบาท อาทิ
- ทอดผ้าป่าถวายคณะสงฆ์ 323 วัด ใน 4 จังหวัดภาคใต้เป็นประจำทุกเดือนมา 12 ปีแล้ว 
- ตั้งกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้เป็นประจำทุกเดือนกว่า 30,000 กองทุน
- สนับสนุนอัฐบริขารและภัตตาหารแก่โครงการอุปสมบทหมู่ 100,000 รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยเป็นประจำทุกปีๆละ 2 ครั้ง เพื่อแก้ปัญหาวัดร้างและโครงการบรรพชาสามเณร 1 ล้านรูปเพื่อฟื้นฟูศีลธรรมแก่เยาวชนของชาติ
- ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม พายุ สึนามิ
ขอความเป็นธรรม
พระเทพญาณมหามุนีได้พิสูจน์ตนเองด้วยการทำความดีอย่างยิ่งยวดมาตลอดชีวิต จนอายุ 72 ปีแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดี อยู่ในช่วงท้ายของชีวิต การกล่าวหาท่านว่าสมคบกันฟอกเงินและรับของโจร เป็นการกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริงโดยสิ้นเชิง ท่านจะทำอย่างนั้นไปทำไม เมื่อตลอดทั้งชีวิตท่านมีแต่อุทิศให้กับพระพุทธศาสนาและสังคมประเทศชาติ มีผลงานทั้งศาสนสถานและศาสนบุคคลมากมาย เป็นหลักฐานประจักษ์ชัดแจ้ง
จึงขอวิงวอนทางราชการและสังคมได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับท่านด้วย
พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส
ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย
1 เมษายน 2559