หลักกฎหมายสากลที่อารยประเทศทั่วโลกใช้กันคือ...
ไม่ว่าใครก็ตาม จะคดีใดก็ตาม ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ซึ่งอันนี้ก็ว่าตาม ==ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ มาตรา 11 วรรค 1== เป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก
“จับก่อน ลงโทษก่อน พิสูจน์ทีหลัง”
อันนี้ไม่รู้หลักอะไร
แต่เป็นที่นิยมมากในประเทศแห่งหนึ่ง
ณ ซีกโลกตะวันออกเฉียงใต้
โดยเฉพาะยุคที่อำนาจอธิปไตย
อันประกอบด้วย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ
ซึ่งควรแยกกันเป็นอิสระ
ถูกรวบยอดเบ็ดเสร็จอยู่กับกลุ่มคนในเครื่องแบบ
ทำตนเป็นทั้งตำรวจ อัยการ ศาล
และกรมบังคับคดีหรือกรมราชทันฑ์ในคนเดียว
หลายครั้งหลายครา ก็เป็นศาลเตี้ย
จับมาพิพากษาลงโทษ
เบ็ดเสร็จกันในสองสามวันเลยทีเดียว
เราก็ได้เห็นได้ยินมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล
ดูกรณี พระพิมลธรรมสมัย 53 ปีก่อน เป็นตัวอย่าง
คดีที่เป็นตราบาปแห่งวงการยุติธรรมไทยมาถึงทุกวันนี้
ท่านก็ใจเย็น พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนจนสำเร็จ
มิวายอีก 2 ปีต่อมา เอาเรื่องคอมมิวนิสต์มาให้ท่านอีก
งวดนี้ล้อมจับกระชากผ้าเหลืองกันคากุฏิ
ขังคุกแบบผู้ต้องหาไว้ก่อน
มาพิสูจน์อีกที 4 ปีต่อมาว่าท่านบริสุทธิ์
ดีนะว่าท่านไม่ได้กล่าวคำลาสิกขา
และมีพยานรับรองว่า ท่านถูกกระชากผ้าเหลืองโดยไม่ยินยอม
จึงได้กลับมาครองสมณเพศนับพรรษาต่อไป
ถ้าเป็นคนไม่ทันกัน ก็คงเสียพระเถระไปหนึ่งรูป ออกจากคุกมา ก็ไปนับหนึ่งวันบวชใหม่
นี่ไงตัวอย่าง จับก่อน ลงโทษก่อน พิสูจน์ทีหลัง
ประวัติศาสตร์คงไม่แคล้วซ้ำรอยกับคดีหลวงพ่อธัมมชโย
ที่มี รมต.ทหารดำรงความยุติธรรม ออกมาเรียกร้องปาวๆ
เร่งรัดคดีชนิด จะเอาให้จบในสามวันเจ็ดวัน
ท่านคงลืมไปว่า...
ท่านไม่ใช่ “ศาล”
ท่านไม่ใช่ “ตุลาการ”
ท่านจะมาก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรมไม่ได้
ขอเลื่อนเพราะอาพาธ ท่านก็ไม่ให้ รู้ดีกว่า “แพทย์” อีก
ตกลง--เป็นมันซะทุกอย่างในคนเดียว--
ทำไมขยันผิดปกติขนาดนี้
คดีสหกรณ์ เช็ค 800 กว่าฉบับ เงินกว่าสองหมื่นล้าน ไม่สน
จะเอาเรื่อง 20 ฉบับกับ 600ล้าน ให้ได้
เมื่อออกหมายเรียก สื่อมวลชนได้เอกสารลงข่าว ก่อนเจ้าตัวจะรู้อีก
ท่านทำอะไรไม่เนียน เปิดเผยซะขนาดนี้
DSI ของท่านก็พยายามตั้งข้อหา ทั้งๆ ที่คดีเดิม อัยการไม่ตั้งข้อหา เพราะไม่มีมูล ปปง.ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติ ก็ยังจะมาตั้งคดีใหม่ ไม่ผ่านอัยการ จะฟ้องได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่โดยประวัติแล้วไม่น่าได้นะ
แล้วรมต.ไพบูลย์ กับ DSI ต้องการอะไร???
ก็คงหนีไม่พ้น การบิดเบือน ใช้อำนาจโดยมิชอบ
เวลาคนในเครื่องแบบมีอำนาจล้นฟ้า สั่งชี้เป็นชี้ตาย ตั้ง “ศาลเตี้ย” ได้ ขนาดอาพาธยังไม่ให้เลื่อน
ถ้าโผล่ไปรับข้อหา เดี๋ยวก็ไม่ให้ประกัน
“ขังก่อน” จับสึกถอดจีวรก่อน
อีก 10 ปีค่อยมา “ยกฟ้อง” ไม่ผิด
หลวงพ่อธัมมชโยอายุ 72 แล้ว
คงไม่มีแรงมาต่อกรย้อนหลังอีก 10 ปีข้างหน้าหรอก
สุดท้าย ก็เอาแนวทางเดียวกับพระพิมลธรรมมาใช้ จับก่อน ลงโทษก่อน พิสูจน์ทีหลัง









