แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหาเถรสมาคม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหาเถรสมาคม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

จดหมายเหตุ DSI "เลี้ยงกระแสข่าว สร้างความชอบธรรมในการจับกุมพระธัมมชโย!!!" ตอนที่ 4 (30 พ.ค. 59)

เป็นอีกหนึ่งวันของการสร้างประเด็นหาเหตุ สร้างความชอบธรรม เพื่อเข้ามาดำเนินการจับกุมพระธัมมชโย เมื่อหลายสื่อนำเสนอประเด็นทั้งเก่าและใหม่วนเวียนเพื่อเลี้ยงกระแส อาทิ 

1. มาตรการรักษาความปลอดภัยของวัดเพื่อป้องกันมือที่ 3


2.การประชุม มส. ไม่มีการพูดเรื่องวัดพระธรรมกาย
3. DSI ดอดพบเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี มีการพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนที่จะมอบเอกสารข้อกล่าวหาพระธัมมชโย แก่ท่าน


4.  การปล่อยข่าวว่า พระธัมมชโยนีออกนอกประเทศ ทั้งที่ท่านไม่มีหนังสือเดินทาง อีกทั้งชราภาพและอาพาธหนัก ไม่สามารถเดินทางไกลๆได้
5. หยิบยกคำพูดพระเกจิอาจารย์ ที่เคยให้ความเห็นกรณีธรรมกาย


ขณะที่เริ่มมีนักวิชาการ (อ.สิโรจน์ คล้ามไพบูลย์) ออกมาให้ความเห็นถึงความเป็นกลางของ DSI เมื่อการประชุมที่ผ่านมา DSI เชิญคุณหมอมโนมาร่วมประชุม ทั้งที่คุณหมอมโนประกาศตัวเป็นปรปักษ์กับวัดพระธรรมกายอย่างชัดเจน 

คลิกชมวีดีโอสัมภาษณ์ อ.สิโรจน์ คล้ามไพบูลย์

เช่นเดียวกับ ผศ.รท.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งข้อสังเกตว่า "เหตุใดจึงไม่ปรึกษาไต่ถามทางคณะสงฆ์เสียก่อนว่า ควรทำอย่างไรกับพระ? ทั้งที่มหาเถรสมาคมได้ตัดสินไปแล้วว่า พระธัมมชโยไม่ปาราชิกแต่อย่างใด...ฯลฯ"

สอดคล้องกับอ.พิศาฬเมธ แช่มโสภา ป.ธ.9 ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.สมุทรปราการ โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุความตอนหนึ่งว่า "เนื่องจากมีธงอยู่แล้ว ถ้าสึกเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ได้....เอง"

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมยังคงลอยตัว ยันไม่ยุ่งเกี่ยว ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
อีกประเด็นที่มีการพูดถึงในวันนี้ ก็คือ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมต.ยุติธรรม ปัดกระแสข่าว คสช. เรียก 2 พันล้านบาท จบคดี "พระธัมมชโย"

อย่างไรก็ตาม ได้มีความพยายามสร้างความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง กรณีพระธัมมชโย กับอดีตนายกทักษิณ ทั้งที่วัดพระธรรมกายยังคงยืนยัน ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง


ทั้งนี้ สำนักข่าวเนชั่น นำเสนอข่าว ระบุ DSI จะขอออกหมายจับพระธัมมชโยภายในสัปดาห์นี้


นอกจากนี้มีข่าวในโซเชียลมีเดีย ระบุว่า "ปูด! 'บิ๊กดีเอสไอ' ได้รับส่วนแบ่งการขายที่ดิน ศุภชัย 477 ล้าน เผยมีการตั้งกก.สอบฯ แล้ว ผ่านมาปีกว่ายังไม่คืบ"


และนี่คือความเคลื่อนไหวตลอดวันนี้ ความคืบหน้าจะเป็นอย่างไร มาติดตามในตอนต่อไป...


ติดตามอ่านจดหมายเหตุ DSI ตอนที่ 1-4 ได้ที่นี่

จดหมายเหตุ DSI "เลี้ยงกระแสข่าว สร้างความชอบธรรมในการจับกุมพระธัมมชโย!!!" ตอนที่ 4 (30 พ.ค. 59) http://goo.gl/vJdO8b

จดหมายเหตุ DSI วันที่ 28-29 พ.ค.59 ตอน "ขีดเส้นตายดำเนินการจับกุมพระธัมมชโยภายใน 3 สัปดาห์" ตอนที่ 3 http://goo.gl/Q5jBSq

จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา  ตอน "ไม่ยอมรับสมเด็จวัดปากน้ำ แล้วจะขอให้ท่านช่วยทำไม???" 27 พ.ค. 2559 ตอนที่ 2 http://goo.gl/mEobco


จดหมายเหตุ DSI แจ้งข้อกล่าวหา "ออกหมายจับ" พระเทพญาณมหามุนี สภอ.คลองหลวง 26 พ.ค.59 ตอนที่ 1 http://goo.gl/pBpKNs

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สังฆราชองค์ปัจจุบัน

กฎหมาย กฎหมู่ กฎกรู?

            เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ๆ ปู่ย่าตายายมักพูดให้ได้ฟังเสมอ ๆ ว่า อย่าไปมีเรื่องกับใครเชียวนา ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลไม่ดีเลย มีแต่เสียกับเสีย สิ่งที่ท่านบอกว่าเสีย เราเป็นเด็กก็งง คืออะไร เริ่มโตขึ้นมาหน่อยเลยเข้าใจ เสียอย่างแรกที่ว่าคือเสียอารมณ์ หรืออารมณ์เสีย เสียต่อมาเสียเงินเสียทอง ยังไม่พอเสียชื่อเสียงตามมาอีก จนบางครั้งพูดกันไปถึงไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้แล้ว เลยถึงขึ้นใช้อำนาจที่มีข่มขวัญเลย เมื่อจัดการกันแรงจนเลยเถิดไปถึงขึ้นลงไม้ลงมือ หรือให้ฝ่ายตรงข้ามพินาศย่อยยับไปกับมือของตนเองก็ย่อมเป็นไปได้ จนเป็นแรงอาฆาต ที่ถูกพัฒนามาจาก โลภ โกรธ หลงนั่นเอง เขาเรียกว่ากิเลส เข้ามาเรื่องพระเสียเลย แต่ที่แท้มันก็เป็นอย่างที่ว่าแหละ เพราะสามตัวนี้ที่มีอยู่ในมนุษย์ขี้เหม็นทุกคน ยกเว้นพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายที่หมดกิเลส และบุคคลที่ฝึกฝนตนเพื่อความหลุดพ้นที่เรียกว่าพระโพธิสัตว์ก็พออนุโลมเพราะมันเริ่มเบาบางแล้ว

            สถานการณ์นี้ช่างสอดคล้องเสียจริงทำให้เห็นอะไรในสังคมไทยชัดขึ้น เรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็บังเกิดขึ้นเป็นเรื่องราวใหญ่โตโอฬารบานหทัย คนบริโภคอาหารเช้าแทบอยากจะอ้วกไปตาม ๆกันเพราะดูสื่อที่ออกแต่ละเรื่องไม่น่าจะเป็นไปได้ก็ชักนำทำให้มันน่าจะเป็นไปได้นี่ก็กรณีหนึ่ง  เรื่องที่ว่าก็ไม่ใช่อะไรอื่น การเสนอชื่อแต่งตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่ เมื่อพระสังฆราชองค์เดิม สิ้นพระชนม์ (มรณภาพ) ลง ทางกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) จะเสนอชื่อผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทางรัฐบาลนำขึ้นกราบบังคมทูลฯ เพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชต่อไป

ดังนั้นการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20  ต้องยึดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ โดยเฉพาะ ตาม มาตรา 7 แต่งตั้ง สมเด็จพระสังฆราช  ขณะนี้สมเด็จพระราชาคณะที่อาวุโสโดยสมณศักดิ์ เห็นจะเป็นสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ สังกัดมหานิกาย ดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สมควรที่จะได้รับการแต่งตั้งโดยพฤตินัยและทางนิตินัยตามบทบัญญัติของทางคณะสงฆ์ และได้สังฆามติจากมหาเถรสมาคมแล้ว แต่เรื่องไม่เป็นไปตามเนื้อผ้าที่ว่า เกิดอดีตพระผู้ทุศีล และมนุษย์ประหลาดสองสามตน ทำการขัดขวางการแต่งตั้งในครั้งนี้ เรื่องจึงลุกลามมาถึงทุกวันนี้ ในส่วนของฝ่ายสงฆ์ได้ทำสมบูรณ์แล้ว แต่ไม่เข้าใจว่ายังติดขัดอะไร ขอย้ำว่าหน้าที่นี้คือ บทบาทของสงฆ์เท่านั้น หรือจะรอให้ใครแปลงสาส์นเสียก่อน ถ้าอย่างนั้นเห็นจะเล่นเกินบทบาทหน้าที่แล้วมั้ง เหมือนนักฟุตบอล ชอบล้ำหน้าอยู่เรื่อย งานนี้จะหวังพึ่งไลน์แมน(กรรมการผู้กำกับเส้น)ผู้เที่ยงธรรม ใช้กฏกติกาที่มีอยู่ตัดสิน และควรที่จะมีดวงตาเอกซ์เรย์ หรือเอาเป็นว่าตาสว่างเสียที  เกมนี้จะหาคนพันธุ์นี้ได้ใหม???  แต่เราก็เชื่อลึกๆ ว่ารัฐบาลรักพระพุทธศาสนา...
( Cr.อิสรชน)








วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

มิใช่ของใหม่!!!

ของใหม่และของเก่า เล่าสู่กันฟัง

       ต้องขออภัยสำหรับผู้ที่อาจจะมีจิตใจที่งดงามอยู่แล้ว แม้ไม่อยากจะอ่านจะเห็น หรืออาจจะไม่อยากได้ยิน แต่เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ถ้าผู้ติดตามข่าวทางหนังสือพิมพ์หรือสื่อทุกประเภท จะพบว่า ข่าวในเมืองไทย ส่วนใหญ่แล้วเป็นข่าวที่ลงต่อว่าพระสงฆ์ไม่เว้นแต่ละวัน จาบจ้วงแม้กระทั่งสถาบันสูงสุดของพระพุทธศาสนาคือ มหาเถรสมาคม ที่มีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประมุข หรือเรียกง่าย ๆ ว่าสถาบันที่มีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นพระราชาแห่งคณะสงฆ์ทั้งแผ่นดินนั่นเอง ซึ่งในฐานะเราเป็นชาวพุทธคนหนึ่งที่เฝ้าดู และติดตามการกระทำของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ประทุษร้ายพระสงฆ์ด้วยคำพูดที่เสียหาย ทำลายศรัทธาของชาวพุทธมานานนับหลาย 10 ปี จะขอเล่าเรื่องราวที่คล้ายในอดีตสู่กันฟัง...

          จริง ๆ แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวพุทธไม่ใช่ของใหม่ เป็นคล้ายเรื่องเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เรามาดูตัวอย่างกัน

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบุญได้เกิดเป็นลูกกษัตริย์

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบุญที่ได้เกิดเป็นชาย ที่มีโอกาสได้บวชเป็นพระ ผู้หญิงบวชพระไม่ได้

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบุญได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบุญ : เกิดเป็นญาติกับพระนางยโสธรา พระชายาของเจ้า

ชายสิทธัตถะ ซึ่งต่อมาได้บวชและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบุญ : ได้มาบวชเป็นพระภิกษุ ในสำนักของพระพุทธโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบาปเข้ามาแทรก : ได้มาบวชในสำนักของพระพุทธองค์ แล้วอยากเป็นใหญ่ ด้วยการคิดล้มล้างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วสถาปนาตนเองขึ้นปกครองสงฆ์ทั้งหมดแทน แล้วเขาก็มีความพยายามทุกวิถีทางเช่นกัน

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบาปเข้ามาแทรก : จนเขาพยายามฆ่าพระพุทธองค์ด้วยการจ้างนายขมังธนูมาลอบยิงหวังปลงพระชนม์

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบาปเข้ามาแทรก : ทำให้เขาคนนั้นพยายามชักชวนหมู่สงฆ์ให้แตกแยกทั้งที่ตอนนั้นยังมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปกครองอยู่ซึ่งเป็นกรรมหนังหรือเรียกว่า สังฆเภท
ใครคนหนึ่ง : ที่มีบาปเข้ามาแทรก : ทำให้เขามีฤทธิ์มากขนาดหลอกให้พระเจ้าอชาติศัตรูฆ่าพระบิดาของตนเองได้

ใครคนหนึ่ง : คนๆ นั้น ในพระไตรปิฎกบันทึกเอาไว้คือ พระเทวทัต ที่ทุกคนรู้จักดีนั่นเอง 
        
       ด้วยผลการกระทำต่าง ๆ ที่เป็นกรรมหนักหรือครุกรรมของพระเทวทัต ท้ายที่สุดแม้แผ่นดินที่หนาและแข็งแกร่งขนาดรองรับภูเขาได้แต่ไม่สามารถรองรับวิบากกรรมชั่วที่สะสมอยู่ในใจของพระเทวทัตได้ จึงแยกออกและมีเปลวไฟนรกพุ่งออกมาและสูบร่างของพระเทวทัตลงสู่อเวจีมหานรกในที่สุด 

      โชคดีที่ก่อนตาย แม้จะประกอบกรรมชั่วไว้มากมาย แต่พระเทวทัตกลับสำนึกได้เมื่อธรณีสูบเหลือแค่คอ ได้น้อมเอาศรีษะถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระศาสดา พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาลพระเทวทัตจะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า พระนามว่า อัฏฐิสสระ ด้วยผลบุญนั้น

       พระเทวทัตต้องไปเสวยวิบากกรรมในอเวจีมหานรกอย่างทุกข์ทรมานไม่มีสิ่งใดเปรียบอีกยาวนานนับประมาณมิได้ กรรมหนักเช่นนี้ทำให้ต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ ยืดเยื้อเวลาในการบรรลุธรรมเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าไปอีกยาวนานแสนนาน... กว่าจะถึงวันหมดกิเลส!!! 

 พิณสายกลาง



พุทธอิสระ คนเหนือกฎหมาย




มหาเถรสมาคม หรือ มส. (Sangha Supreme Council of Thailand) เป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ไทยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 
ทำหน้าที่คล้าย ๆ คณะรัฐมนตรี โดยมีสมเด็จพระสังฆราชหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช   เป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง   สมเด็จพระราชาคณะทุกรูปเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และพระราชาคณะซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งไม่เกินสิบสองรูป เป็นกรรมการโดยการแต่งตั้ง


อำนาจหน้าที่มหาเถรสมาคม
มหาเถรสมาคม  ซึ่งเป็นองค์กรปกครองคณะสงฆ์สูงสุด  มีอำนาจหน้าที่ตามความในมาตรา  ๑๕  ตรี  ดังนี้
          มาตรา  ๑๕  ตรี  มหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
          (๑)  ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงาม
          (๒)  ปกครองและกำหนดการบรรพชาสามเณร
          (๓)  ควบคุมและส่งเสริมการศาสนศึกษา   การศึกษาสงเคราะห์    การเผยแผ่   การสาธารณูปการ  และการสาธารณสงเคราะห์  ของคณะสงฆ์
           (๔)  รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา
       (๕)  ปฏิบัติหน้าที่อื่น  ๆ  ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้  หรือกฎหมายอื่น

            เพื่อการนี้  ให้มหาเถรสมาคมมีอำนาจตรากฎมหาเถรสมาคม  ออกข้อบังคับ  วางระเบียบ  ออกคำสั่ง  มีมติหรือออกประกาศ  โดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายและพระธรรมวินัย  ใช้บังคับได้  และจะมอบให้พระภิกษุรูปใด  หรือคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา  ๑๙  เป็นผู้ใช้อำนาจหน้าที่ตามวรรคหนึ่งก็ได้"
https://th.wikipedia.org/wiki
www.watmoli.com/vittaya-2-chapter-1/part-5.html



ออกหมายจับพุทธอิสระ
ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์  นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  แถลงกรณีที่หลวงปู่พุทธะอิสระ แกนนำ กปปส.  ได้นำมวลชนขัดขวางการเลือกตั้งในพื้นที่เขตหลักสี่ วันที่ 1 ก.พ.ทำให้มีการปะทะกันระหว่างกลุ่ม กปปส.และกองกำลังไม่ทราบฝ่าย  ทำให้ทางสำนักพุทธฯ เกิดความไม่สบายใจ  จึงทำหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เพื่อให้ดำเนินการนิมนต์หลวงปู่พุทธะอิสระไปว่ากล่าวตักเตือน เพราะไม่สมควรที่จะไปกระทำการร่วมกับการชุมนุม เพราะถือเป็นการทำผิดพระธรรมวินัย แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากหลวงปู่พุทธอิสระแต่อย่างใด

จึงแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ประสานพูดคุยไปอีกครั้งหนึ่ง ล่าสุดจึงได้มีการแจ้งความดำเนินคดี โดยประชาชนที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมาย   คณะสงฆ์จึงสรุปว่า หลวงปู่พุทธอิสระได้ทำผิดพระธรรมวินัยของสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) เนื่องจากได้ชุมนุมและชักชวนประชาชนให้ทำผิดกฎหมายและล่าสุดทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งหมายเรียกให้หลวงปู่พุทธะอิสระมาให้ปากคำในข้อหากบฏ จึงถือว่าหลวงปู่พุทธะอิสระ มีความผิดทั้งธรรมวินัยและกฎหมายอย่างชัดเจน ขอชี้แจงว่าทางสำนักพุทธไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด
มติชนออนไลน์ 4ก.พ.57

ศาลอาญาออกหมายจับ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ขวางเลือกตั้งล่วงหน้าสำนักงานเขตหลักสี่ ชี้หลักฐานชัดเจน...วันที่ 6 ก.พ. 57 ศาลอาญามีคำสั่งออกหมายจับ พระสุวิทย์ ธีรธัมโมหรือ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และเป็นแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) เวทีแจ้งวัฒนะ ฐานขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าเขตหลักสี่ เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา
ศาลพิเคราะห์จากพยานบุคคลและวัตถุพยานภาพถ่าย ภาพวิดีโอที่นำมาประกอบการเบิกความแล้วเห็นว่า หลวงปู่พุทธะอิสระมีความผิดตามคำร้องของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง จึงอนุมัติหมายจับ

นอกจากหมายจับเรื่องขัดขวางการเลือกตั้งแล้ว หลวงปู่พุทธะอิสระยังมีหมายจับฐานกบฏอีกด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์ 6ก.พ.57, 29 ก.ค.57




นำข่าวเมื่อปี 57มาเตือนความจำคนไทยอีกครั้ง ผ่านไป 2ปี ก็ลืมแล้วว่าบุคคลคนนี้ได้สร้างความเดือดร้อนและเสียหาย ให้แก่บ้านเมืองและประชาชนมากมาย มีหมายจับชัดเจน แล้วทำไมตำรวจ หรือ DSI จึงไม่จับ ผู้ต้องหาเดินลอยนวลยังคงทำความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า แม้กระทั่งพระสงฆ์ระดับชั้นผู้ปกครองสูงสุด(มส.)ก็ไม่เว้น   แล้วพระสงฆ์ท่านจะพึ่งใคร ในเมื่อ ผู้รักษากฎหมายไม่รักษากฎหมาย ฝากให้ช่วยคิดกันครับ

ตะบองเพชร


#รถหรู #ดีเอสไอ #รับของโจร

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สังคมไทยจะไปทิศทางไหน? ถ้าคนเหล่านี้ชี้นำ (๒)




ตอนที่ ๒

แฉ !!! ปมอาฆาตวัดพระธรรมกาย

          เมื่อวานผมได้พูดถึงนายมโน ที่ผูกอาฆาตวัดพระธรรมกาย  ที่ขัดใจแกเรื่องขอทำคดีดัง และถูกปฏิเสธเรื่องการขอกลับมาอยู่วัดเช่นเหมือนเดิม แกเลยหาแนวร่วมกับทุกหน่วยงานที่โจมตีวัดพระธรรมกาย เลยได้จับมือกับนายไพบูลย์ที่มาแก้แทนอาจารย์ แถมได้พุทธอิสระผู้บัญชาการม๊อบบนถนนแจ้งวัฒนะที่โด่งดัง "กรวยข้าใครอย่าแตะ" ที่แค้นพระชั้นปกครอง ทำให้แกเสียหน้าเพราะโดนคดีโกงอายุพรรษา เพราะอยากได้ตำแหน่งเจ้าคณะตำบล ต้องบวชๆ สึกๆ ทั้งที่แกประกาศว่า แกเป็นหลวงปู่ แกเลยคิดปกครองสงฆ์เสียเอง เมื่อสามคนมีอุดมการณ์เดียวกัน จึงรวมตัวกันปฏิบัติการล้างแค้น เอาชนิดกัดไม่ปล่อย ไม่สนใจกม. ไม่เกรงใจใครขอเพียงบรรลุจุดหมายที่ตั้งไว้เท่านั้นพอ  ด้วยเหตุนี้ทำให้คนบางพวกถือโอกาสยืมมือคนกลุ่มนี้โจมตีวัดพระธรรมกายและสถาบันศาสนา เมื่อมีแบ็คใหญ่หนุนหลัง สามคนนี้จึงไม่เกรงกลัวอาญาใดๆทั้งสิ้น สื่อแทบทุกสื่อ ถูกสั่งให้เสนอข่าวสามคนนี้ ให้ดูมีพลังชี้นำสังคม และสื่อยังโหมกระหน่ำไปทิศทางเดียวกันให้ รื้อฟื้นคดีพระธัมมชโยที่จบไปสิบกว่าปีเพื่อโจมตีวัดพระธรรมกาย ทั้งเรื่องที่ดินที่คนเอามาถวาย สหกรณ์คลองจั่นที่โด่งดังก็ยังเอามาโยงได้ ทั้งที่เงินหายตั้งสองหมื่นล้านแต่มาไล่บี้ที่เขามาทำบุญหกร้อยกว่าล้านกับวัดพระธรรมกาย วัดอื่นมากมายไม่สนใจ สภากาชาดไทยอีกเป็นพันล้านไม่พูดถึง และให้ทำลายความน่าเชื่อถือของมหาเถรสมาคม เพื่อสร้างกระแสให้คนในสังคมเกลียดชัง 


          สังเกตว่าหน่วยงานพิเศษชื่อ ดี เอส ไอ จะขานรับทุกเรื่องของคนทั้งสาม สังเกตว่าทั้งสามคนนี้แทบไม่มีอะไรที่เสียหายจากสื่อให้เห็น ทั้งที่ข้อกล่าวหาทั้งวัดพระธรรมกายและมหาเถรสมาคม …ล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมของทั้งสามคนนี้ทั้งนั้น เมื่อทิศทางของกระแสสื่อช่วยสามคนชี้นำ ทำให้คนที่ไม่รู้เชื่อถือ และตกลงเป็นเครื่องมือสนองอุดมการณ์คนบางพวก ถ้าล้มสถาบันศาสนาได้ ล้มวัดพระธรรมกายได้แล้ว ถูกปกครองด้วยคนกลุ่มนี้ สังคมเราจะไปทิศทางไหน ????

พรุ่งนี้เรามาดูกันนะครับผลของการชี้นำคนเหล่านี้ ทำให้เกิดอะไรขึ้นในสังคมไทย 

วันนี้โชคดีครับ!!!!!!!


พ.ริมฝั่งอโนมา