แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระสงฆ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระสงฆ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559

คุณมองเฉพาะจุด...หรือเปล่า!!!

คนที่สวนกระแสเป็นคนแปลกเพราะไม่ทำตามสิ่งที่คนส่วนใหญ่กระทำ 

แม้พระพุทธองค์ก็เป็นคนแปลกในสมัยพุทธกาลเพราะปฏิบัติตนสวนกับความเชื่อดั้งเดิมที่มีอยู่ 

โดยการนำความจริงอันสุดยอดที่เรียกว่า "ธรรมะ"ออกมาสั่งสอนให้ได้คนได้ศึกษาและปฏิบัติจนได้รู้เห็นเช่นเดียวกับพระองค์ท่านในเรื่องที่ว่า 

"ตนนั้นเป็นที่พึ่งแห่งตน และตนนั้นสามารถชนะสิ่งที่เอาชนะได้ยากที่สุด คือกิเลสในใจของเราเองได้”

มาถึงวันนี้คนที่ตั้งใจทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์กลายเป็นคนแปลก เพราะพยายามปฏิบัติและรักษาพระธรรมวินัยในภาพรวมอันประกอบด้วย 
๑.การฝึกฝนตนเอง 
๒.การเผยแผ่ธรรมะอย่างยิ่งยวด ซึ่งขัดกับ"ความคุ้น"ในท้องถิ่นปัจจุบันที่มักจะยกเอาหลักธรรมในการฝึกฝนขัดเกลาตนเข้ามาปนกับเรื่องของการนำธรรมะเข้าไปในกลุ่มชนส่วนรวม 

ยกเอา"ความสันโดษหลีกออกเร้น"มาปนกับ"การเตรียมพื้นที่สร้างศูนย์เผยแผ่"เพื่อสั่งสอนธรรมะไปในวงกว้างดังเช่นอารามเชตวันในสมัยพุทธกาล 

คงต้องช่วยกันนำธรรมะในภาพรวมๆ มาบอกกล่าวให้คนได้ศึกษาเพื่อทำความเข้าใจกันเสียใหม่ 

คนที่ทำถูกจะได้ไม่กลายเป็นคนแปลกในสังคมที่กำลังยุ่งเหยิงเพราะติดในรายละเอียดมากกว่าจะมองในหลักการ 

มาถกเถียงกันในเรื่องของน็อตตัวนึงแทนที่จะพูดถึงรถทั้งคัน..

โสตฺถิโก ภิกฺขุ
๕ ก.พ. ๒๕๕๙

สมัยนี้...เราจะทำอย่างไรกับพระสงฆ์ดี??

สองสามเดือนมานี้ได้ติดตามข่าวสารจากทางสื่อมวลชนและทางโซเชียล จนรู้สึกว่าเหมือนกับว่าพระทั้งประเทศ"พร้อมใจกันลุกขึ้นมาทำความเลวโดยมิได้นัดหมาย"

จะว่าไปก็มีเหตุการณ์แบบนี้อยู่ทุกปีเพียงแต่มักจะเป็นช่วงเข้าพรรษา, ออกพรรษาและก่อนกฐินซึ่งเป็นช่วงที่คนจะเข้าวัดทำบุญกันเป็นจำนวนมาก ที่ทราบเพราะวงการใครก็วงการคนนั้น เรื่องราวที่เกิดซ้ำๆ ก็จะทำให้จำได้ พอมีอะไรผิดช่วงผิดเวลาก็เลยรู้ว่าเรื่องนี้  "ไม่ใช่เรื่องปกติ" 

จะว่าไปการมีข่าวพระเสียๆ หายๆ อยู่บนหน้าสื่อทุกวันก็ไม่ใช่เรื่องปกติ เพียงแต่พอคนเสพคุ้นมากๆ บ่อยๆ เรื่องผิดปกติก็กลายเป็นเรื่องปกติได้



พระบ้าน(คามวาสี)อยู่ใกล้กับชาวบ้าน เมื่อเห็นพระ ชาวบ้านก็มีความคาดหวัง จนบางทีก็ลืมไปว่าตัวพระเองหากยังไม่เป็นพระอรหันต์ก็ยังมีเรื่องที่ยังต้องปรับปรุงตัวอีกมาก พระพุทธองค์จึงทรงแนะให้คน "คิดพูดทำกับพระด้วยจิตเมตตา" พระและชาวบ้านต่างก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน พระพุทธศาสนาจึงจะเดินหน้าต่อไปได้

พระในบ้านนี้เมืองนี้คงไม่ได้นัดกันมาทำความเลวโดยพร้อมเพรียงกัน แต่มีกลุ่มคนพยายามให้ภาพของพระออกมาเป็นแบบนั้นโดยอาศัยความคาดหวัง อคติ และความไม่รู้ของคนในบ้านเมืองเป็นเครื่องมือ..

จึงอยากจะขอให้มาช่วยกันเติมเรื่องราวดีๆ เรื่องราวที่ถูกต้องของพระลงในสื่อที่เรามีอยู่ในมือกันทุกคนอยู่แล้ว คือ โทรศัพท์หรืออุปกรณ์ติดต่อสื่อสารที่ใช้กันอยู่ทุกวัน บอกเล่าเรื่องราวดีๆ ลงไปในนั้นให้มากๆ "ให้เรื่องปกติยังคงเป็นเรื่องปกติ" พระดีๆ มีอยู่อีกมาก ธรรมะดีๆ ก็มีอีกเยอะที่พระท่านได้ตั้งใจเทศน์สอนเอาไว้ 


สื่อที่ดีต้องส่งสารจากต้นทางไปถึงปลายทางโดยไม่ผิดเพี้ยน ดังนั้นเรามาทำตัวเป็นสื่อที่ดีกันดีกว่า อย่าถือว่าธุระไม่ใช่ เพื่อสร้างประเทศไทยของเราให้เป็นเมืองพุทธที่งดงามและสงบสุขอย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่สมัยที่ปู่ย่าตายายยังมีชีวิตอยู่ 

"ให้ความดียังคงเป็นความดี ให้คนยังคงเป็นคนที่สังคมเคารพยกย่อง ให้พระยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาแห่งมหาชนต่อไป" 

หากทุกคนช่วยกัน ความฝันนี้จะกลายเป็นความจริงได้ในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน.. 

โสตฺถิโก ภิกฺขุ
๑๕ มีนาคม ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความประทับใจเมื่อได้รู้จักวัดพระธรรมกาย- Was mich beeindrucken vom Wat Phra Dhammakaya.

พระอาจารย์ท่านสอนว่า ความสะอาดของสถานที่ไม่ว่าจะเป็นวัดหรือบ้านหรือโรงเรียน ทุกที่ที่เราใช้งาน จะทำให้ใจเราสะอาดอันเป็นเบื้องต้นแห่งความสะอาดบริสุทธิ์ภายใน และทำให้เราเข้าถึงธรรมภายในได้ง่าย ความเป็นระเบียบของทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งของสาธุชน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของและพิธีกรรม แม้เป็นระเบียบทางกาย แต่จะเป็นการจัดระเบียบใจของเรา ทำให้ใจเราคุ้นเคยและรักความเป็นระเบียบ ฝึกนิสัยให้เป็นคนมีระเบียบวินัย เพียงแค่ 2 เรื่อง ความสะอาดและความมีระเบียบวินัยก็สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับกานต์ทุกครั้งที่ได้มาวัด
 เมื่อมีโอกาสได้รับบุญเป็นอาสาสมัคร รับบุญเป็นพิธีกรในงานบุญต่างๆ ยิ่งทำให้กานต์มีความสุขและปีติในบุญเป็นอย่างมาก เพราะได้ทำบุญทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น ได้ปลื้มใจที่ได้เห็นสาธุชนมาทำบุญแล้วได้รับความสะดวกมีความสุขในการทำบุญอันเกิดจากการเตรียมความพร้อมในการจัดงานของเหล่าอาสาสมัครทั้งหลาย รวมทั้งได้โอกาสในการฝึกนิสัยเรื่องความสะอาดและความมีระเบียบวินัยตลอดต่อเนื่องจากการได้รับบุญเป็นอาสาสมัคร และพระอาจารย์ท่านจะสอนบทฝึกนิสัยที่ดีที่สุด คือ การนั่งสมาธิ ด้วยการนั่งเฉยๆ วางใจไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ที่กึ่งกลางตัวของเรา ทำใจให้สงบ ผ่อนคลาย ไม่นึกคิดเรื่องใดๆ เหมือนไม่เคยมีเรื่องราวใดๆ ในชีวิต ทำไปเรื่อยๆ อย่างสบายๆ ทำให้กานต์มีใจสงบและมีความสุขทุกครั้งเพียงแค่หลับตา

Die Mönche habe uns geleert, dass die Sauberkeit für uns gläubiger eine wichtige rolle spielt. Ob in die Tempel, im Haus oder sogar in unsere Arbeitsplatz etc. Sauberkeit herrscht werden unsere Geistinneren sauber und rein. Diese Leere gibt uns eine einfache Zugang zur unsere inneren Dhammakaya. Die Ordnung, Sauberkeit und die Zeremonie in Tempel hat mich sehr begeistert, sei es die uniform von Tempel, sei es die gegenseitige Respekt hat mich sehr berührt.
Deshalb habe ich mich seit 2 Jahre als freiwillige gemeldet. Ich helfe beim Moderator während der Zeremonie, ausfüllen und übersetzen von wichtige Dokumente und Einkomme/Ausgabe von Tempel. Ich freue mich immer wenn ich in Tempel bin.
Das wichtigste was die Mönche mich geleert hat sind die Meditation. Von meditieren werden unsere geist theoretisch frei und wir werden in ganz andere Welt, keine sorge, kein stress. Nach der Mediation merke ich, dass ich ruhiger bin, hat mehr Konzentration und kann mich besser kontrollieren.


กัลฯ วรกานต์ หลวงนวน วัดพุทธไฮล์บรอนน์ ประเทศ เยอรมันนี
05.มี.ย. 2559

Worakan Luangnuan
Wat Buddha Heilbronn
05. März.2016http://www.xn--12c9b1afca1i.com

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

“ทหารกับพระทะเลาะกัน??”

ปลด LOCK ความคิด “ทหารกับพระไม่ทะเลาะกัน”





ตามที่มีบุคคลบางคนตัดสินและวิพากษ์วิจารณ์ข่าวจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ที่พุทธมณฑล ว่า “ ทหารกับพระทะเลาะกัน “ ซึ่งอาจจะทำให้มองเห็นภาพที่ไม่งามของพระที่ไปทะเลาะกับทหาร เรามาลองเปิดใจดูอย่างผู้มีดวงปัญญาสักนิด

ความจริง เป็นอย่างไร ?

ทหารนำรถมาจอดบนถนน เพื่อดูแลความปลอดภัยของพระและสาธุชน และเนื่องจากจำกัดด้วยเวลาในการถวายภัตตาหารพระ ทำให้ต้องเร่งรีบ จึงเกิดความไม่เข้าใจของบุคคลผู้หวังดีที่อยู่ภายนอกคิดว่ามีการทำร้ายกัน จึงวิ่งเข้าไปช่วยเหลือเพื่อให้เหตุการณ์นั้นไม่ติดขัด แม้เสียงของผู้หญิงที่ร้องว่า “อย่าทำพระ ๆๆๆๆๆ” ก็คิดว่าทหารจะทำร้ายพระ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น

อีกประเด็นที่ทำให้แตกต่างคือ มุมกล้องที่ช่างภาพที่ถ่ายภาพคนละจุด จึงทำให้เห็นภาพที่แตกต่างกันออกมาและผู้สื่อข่าวนำเสนอภาพออกมาตามที่เห็น และอาจนำเสนอภาพไม่จบตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเวลาที่เกิดเรื่องก็เพียงน้อยนิดเพียงครู่เดียวแล้วต่างก็แยกย้ายกันไป ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเข้าใจและเห็นไม่ตรงกัน คิดง่าย ๆ อย่างแค่คนในครอบครัวพ่อแม่ลูก ยังคิดและตัดสินใจในเรื่องเดียวกันเหตุการณ์เดียวกันไม่เหมือนกันเลย

ความจริงคือ ทหารช่วยเหลือพระมาตลอด!!!

ยกตัวอย่าง เช่น การปกป้องดูแลพระใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เนื่องด้วยเหตุการณ์ที่ไม่สงบ ทำให้พระไม่ปลอดภัยเวลาออกบิณฑบาต และคอยปกป้องคุ้มครองช่วยเหลือวัดต่าง ๆ มาตลอด กว่า 12 ปี มาแล้ว



ทหารช่วยเหลือแจกสิ่งของอุปโภคบริโภคและช่วยเหลือ ยามที่วัดต่าง ๆ และพี่น้องคนไทยเดือดร้อนจากการประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในปี 2554 ที่ผ่านมา

ดังนั้นทหารที่เป็นรั้วของชาติ กับพระสงฆ์ก็จะคุ้นเคยและไม่แปลกแยกคอยช่วยเหลือกันมาตลอด จึงเป็นไปไม่ได้ที่ “ พระกับทหารจะทะเลาะกัน “ ดังที่กลุ่มคนบางคนวิพากษ์วิจารณ์และตัดสินอย่างแน่นอน

แม้สูงสุดคือสถาบันหลักของชาติไทย คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็ยังปรากฏเป็นสัญลักษณ์ในแถบสีของธงชาติ  ที่มี 3 สี 5 แถบ ที่มีความหมายที่สูงส่งว่า สีแดง คือ ชาติ สีขาว คือ ศาสนา และสีน้ำเงิน คือพระมหากษัตริย์ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีธงชาติที่มีความหมายที่ยกย่องเชิดชู 3 สถาบันหลักของประเทศไทย และคนไทยก็ได้อัญเชิญขึ้นสู่ยอดเสาเป็นประจำทุกวันตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปตราบนานเท่านาน....

พิณสายกลาง

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

มิใช่ของใหม่!!!

ของใหม่และของเก่า เล่าสู่กันฟัง

       ต้องขออภัยสำหรับผู้ที่อาจจะมีจิตใจที่งดงามอยู่แล้ว แม้ไม่อยากจะอ่านจะเห็น หรืออาจจะไม่อยากได้ยิน แต่เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ถ้าผู้ติดตามข่าวทางหนังสือพิมพ์หรือสื่อทุกประเภท จะพบว่า ข่าวในเมืองไทย ส่วนใหญ่แล้วเป็นข่าวที่ลงต่อว่าพระสงฆ์ไม่เว้นแต่ละวัน จาบจ้วงแม้กระทั่งสถาบันสูงสุดของพระพุทธศาสนาคือ มหาเถรสมาคม ที่มีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประมุข หรือเรียกง่าย ๆ ว่าสถาบันที่มีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นพระราชาแห่งคณะสงฆ์ทั้งแผ่นดินนั่นเอง ซึ่งในฐานะเราเป็นชาวพุทธคนหนึ่งที่เฝ้าดู และติดตามการกระทำของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ประทุษร้ายพระสงฆ์ด้วยคำพูดที่เสียหาย ทำลายศรัทธาของชาวพุทธมานานนับหลาย 10 ปี จะขอเล่าเรื่องราวที่คล้ายในอดีตสู่กันฟัง...

          จริง ๆ แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวพุทธไม่ใช่ของใหม่ เป็นคล้ายเรื่องเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เรามาดูตัวอย่างกัน

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบุญได้เกิดเป็นลูกกษัตริย์

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบุญที่ได้เกิดเป็นชาย ที่มีโอกาสได้บวชเป็นพระ ผู้หญิงบวชพระไม่ได้

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบุญได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบุญ : เกิดเป็นญาติกับพระนางยโสธรา พระชายาของเจ้า

ชายสิทธัตถะ ซึ่งต่อมาได้บวชและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบุญ : ได้มาบวชเป็นพระภิกษุ ในสำนักของพระพุทธโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบาปเข้ามาแทรก : ได้มาบวชในสำนักของพระพุทธองค์ แล้วอยากเป็นใหญ่ ด้วยการคิดล้มล้างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วสถาปนาตนเองขึ้นปกครองสงฆ์ทั้งหมดแทน แล้วเขาก็มีความพยายามทุกวิถีทางเช่นกัน

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบาปเข้ามาแทรก : จนเขาพยายามฆ่าพระพุทธองค์ด้วยการจ้างนายขมังธนูมาลอบยิงหวังปลงพระชนม์

ใครคนหนึ่ง : ที่มีบาปเข้ามาแทรก : ทำให้เขาคนนั้นพยายามชักชวนหมู่สงฆ์ให้แตกแยกทั้งที่ตอนนั้นยังมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปกครองอยู่ซึ่งเป็นกรรมหนังหรือเรียกว่า สังฆเภท
ใครคนหนึ่ง : ที่มีบาปเข้ามาแทรก : ทำให้เขามีฤทธิ์มากขนาดหลอกให้พระเจ้าอชาติศัตรูฆ่าพระบิดาของตนเองได้

ใครคนหนึ่ง : คนๆ นั้น ในพระไตรปิฎกบันทึกเอาไว้คือ พระเทวทัต ที่ทุกคนรู้จักดีนั่นเอง 
        
       ด้วยผลการกระทำต่าง ๆ ที่เป็นกรรมหนักหรือครุกรรมของพระเทวทัต ท้ายที่สุดแม้แผ่นดินที่หนาและแข็งแกร่งขนาดรองรับภูเขาได้แต่ไม่สามารถรองรับวิบากกรรมชั่วที่สะสมอยู่ในใจของพระเทวทัตได้ จึงแยกออกและมีเปลวไฟนรกพุ่งออกมาและสูบร่างของพระเทวทัตลงสู่อเวจีมหานรกในที่สุด 

      โชคดีที่ก่อนตาย แม้จะประกอบกรรมชั่วไว้มากมาย แต่พระเทวทัตกลับสำนึกได้เมื่อธรณีสูบเหลือแค่คอ ได้น้อมเอาศรีษะถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระศาสดา พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาลพระเทวทัตจะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า พระนามว่า อัฏฐิสสระ ด้วยผลบุญนั้น

       พระเทวทัตต้องไปเสวยวิบากกรรมในอเวจีมหานรกอย่างทุกข์ทรมานไม่มีสิ่งใดเปรียบอีกยาวนานนับประมาณมิได้ กรรมหนักเช่นนี้ทำให้ต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ ยืดเยื้อเวลาในการบรรลุธรรมเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าไปอีกยาวนานแสนนาน... กว่าจะถึงวันหมดกิเลส!!! 

 พิณสายกลาง



วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สกัดแผนล้มการคณะสงฆ์ไทย


เจ้าคุณเบอร์ลิน เตือนรัฐบาล : ใกล้จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประเทศ.
..........
- ด้วย "สัญชาตญานพิเศษ"
ในการรับรู้ที่รวดเร็วซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะตนของตัวผม
"เจ้าคุณเบอร์ลิน" ที่มีผลงาน "จดหมายน้อย" การันตีมาแล้ว
อันตัวผมนั้น ได้ประกาศตัวชัดเจน ออกมาปกป้องภัยพระศาสนา โดยเปิดเผยตนเดินหน้า
"ชนกับขบวนการ แก๊งค์ชั่ว"
คือกลุ่มที่มีอิทธิพลการเมืองในมุมมืดหนุนหลัง
ที่ออกมาทำทีอ้างศาสนาบังหน้า แล้วเคลื่อนไหวทำลายพุทธศาสนาในประเทศไทย อย่างต่อเนื่องโดยเดินแผนร่วมหน่วยราชการ และข้าราชการชั่ว ๆ ที่หลงผิด
วางเป้าหลายเพื่อทำลายสงฆ์ และล้มล้าง มส. เป็นเบื้องต้นนั้น.
....
- ผมใช้โดยวิธี ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ตอบโต้ทุกรูปแบบ กับ แก๊งค์ชั่ว
ด้วยยึดเหตุผล และความจริง เป็นที่ตั้ง
ในแนวสันติวิธีมาตลอดกว่า 2 เดือนนั้น.
......
- ผมเชื่อว่า และรู้สึกได้ด้วยตนเองได้ว่า ผมมีความรับรู้ที่
"ไว"
ต่อเหตุการณ์ทึ่กำลังจะเกิดเป็น"พิเศษ"
ไม่อยากจะบอกว่า ด้วยเครือข่ายของเจ้าคุณเบอร์ลินนั้น
เทียบระดับ "หน่วยงานความมั่นคงหนึ่ง"เลยที่เดียว.
........
- งานนี้ ผมอยากจะขอเตือนไปยังรัฐบาลไทย พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า
"อย่าได้ประมาทพลังศรัทธา และพลังบริสุทธิ์
ของชาวพุทธครั้งนี้ โดยเด็ดขาด
เพราะนี่เป็นการชุมนุมที่เกี่ยวกับความเชื่อ และความศรัทธา".
......
- มีคำเตือน และข้อเสนอต่อรัฐบาลในเบื้องต้น "ด่วน" ดังนี้
1..ขอให้ท่านนายกบิ๊กตู่ เตรียมพร้อมในการรับมือ และแก้
"ปัญหาพิเศษ ความขัดแย้งพิเศษ" ครั้งนี้ให้ดี ๆ
2. เบื้องต้นขอให้เรียกใช้ทีมงาน ดร. วิษณุ เครืองาม และ
ห้ามใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบทหาร หรือบุคคลอื่น หรือหน่วยงานอื่น
ที่ไม่ชำนาญเรื่องศาสนาโดยเด็ดขาด
3. ให้รีบตัดไฟแต่ต้นลม อย่าได้ให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียขีวิตของพระสงฆ์หรือผู้ชุมนุม แม้แต่รูปเดียวโดยเด็ดขาด
4. ท่องคาถาไว้กับผู้ปฏิบัติงานในครั้งนี้ว่า
"ละเอียดอ่อน ๆ ระวัง ๆ"
5. อย่าให้มีมวลชนเกิดการปะทะกันโดยเด็ดขาด
6. ปล่อยให้ผู้ชุมนุมครั้งนี้ ได้ดำเนินกิจกรรมไปตามที่ประสงค์ อย่าได้คิดนำกำลังมาสกัดกั้นผู้ชุมนุมโดยเด็ดขาด.
.......
นี่คือ สิ่งที่ผมจะเตือน และแนะนำได้ ในวันนี้
"หากไม่เชื่อผม แผ่นดินไทย จะลุกเป็นไฟทันที".
ย้ำว่า นี่คือ คำเตือน จาก
"เจ้าคุณเบอร์ลิน".
.........
ลำดับเหตุการณ์
- 15 ก.พ.59 เวลา เวลา 0600-0730น. งานสัมมนา “สกัดแผนล้มการปกครองคณะสงฆ์ไทย”
โดยเครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ (คสพ.)
ณ สวนพุทธมณฑล ต.ศาลายา จว.น.ฐ.
ขณะรายงานเริ่มมีพระสงฆ์เดินทางมาร่วมงานประมาณ 500 รูป
คาดการณ์ว่า น่าจะมีพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ประมาณ 30000 รูป/คน
ขณะมีการตั้งเต็นท์ โรงอาหาร น้ำดื่ม ภายในสวนพุทธฯ
จนท.ทหาร ช.พัน.9 ได้ประสาน สภ.พุทธมณฑล และสั่งปิดประตูทางเข้าหน้าสวนพุทธมณฑล ไม่ให้รถที่นำพระสงฆ์มา เข้าไปในพื้นที่บริเวณสวนพุทธฯ
และดำเนินการชี้แจงทำความเข้าใจกับพระสงฆ์ในที่อยู่บริเวณภายใน
เพื่อไม่ให้มีการปัดหลักชุมนุมและเชิญออกนอกบริเวณดังกล่าว .
.......
- เวลา 0800น.งานสัมมนา “สกัดแผนล้มการปกครองคณะสงฆ์ไทย”
โดยเครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ (คสพ.)
ณ สวนพุทธมณฑล ต.ศาลายา จว.น.ฐ. จนท.ทำการปิดประตูทางเข้าสวนพุทธมณฑลทั้งหมด โดยให้เข้าได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านใน
ขณะรายงานเริ่มมีพระสงฆ์และฆราวาสเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
จนท.ทหาร และ จนท.ตร.สภ.พุทธมณฑลได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้จะมาร่วมชุมนุมบริเวณด้านนอกและไม่ให้เข้าไปในพื้นที่
พระสงฆ์และฆราวาสยังไม่เดินทางกลับรวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้าสวนพุทธมณฑล.
........
- เวลา 0830น.งานสัมมนา “สกัดแผนล้มการปกครองคณะสงฆ์ไทย” โดยเครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ (คสพ.)
ณ สวนพุทธมณฑล ต.ศาลายา จว.น.ฐ.
ขณะรายงานพระสงฆ์และฆราวาสเริ่มทะยอยเดินเท้าเข้าภายในสวนพุทธมณฑลบริเวณทางด้านข้างสวนพุทธฯ เป็นจำนวนมาก
จนท.ดำเนินการเจรจาให้ออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งรถยนต์,รถบัส ที่นำมามา
ที่มาของพระสงฆ์ที่มาร่วมชุมนุมครั้งนี้ จ.เชียงใหม่,จ.ลำพูน,กทม.,จ.มุกดาหาร,จ.ศรีสะเกษ,จ.มหาสารคาม,จ.กาฬสินธุ์,จ.ร้อยเอ็ด,จ.ขอนแก่น,จ.อุบลราชธานี
ส่วนใหญ่ที่เดินทางมาร่วมชุมนุมในครั้งนี้มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบโดยด่วนต่อไป.
#############
สถานการณ์โดยรวม
นครปฐม ประเทศไทย
1. 15กพ.59 ตั้งแต่เวลา
เวลา 08.00น.
2. จำนวนพระสงฆ์ 1,000รูป ประชาชน 300คน แกนนำ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เป็นผู้ประสานงาน ยังไม่เดินทางมา.
3. วัตถุประสงค์/ข้อเรียกร้อง.
- เพื่อจัดงานสัมมนา ให้หัวข้อ "สกัดแผนล้มการปกครองคณะสงฆ์ไทย"
-ในเชิงลึกให้บัญญัติศาสนา ประจำชาติใน รธน และเคลื่อนไหวการแต่งตั้งสังฆราช.
4. ผู้เข้าร่วมกลุ่ม มาจากที่ใด เท่าไร ใครนำพามา และเดินทางมาอย่างไร.
-ผู้เข้าร่วมมาจากสถานที่ต่างๆในเบื้องต้นปรากฎจาก วัดใน จว.ต่างๆเช่น ปทุมธานี สกลนคร
-การเดินทางโดยรถยนต์บัส รถยนตู้ เหมา และรถยนต์ส่วนตัว.
5. รูปแบบการรวมกลุ่ม และการเรียกร้อง.
-รูปแบบเบื้องต้นเป็นการจัดสัมนาควบคู่กับการปฏิบัติธรรมโดยจะมีการปักกรดพักค้างคืน และพูดคุยประเด็นเหล่านี้.
6. การแสดงสัญลักษณ์มีหรือไม่ อย่างไร.
-เบื้องต้นยังไม่ปรากฎ แต่เชื่อว่าน่าจะใช้วิธีการ ถือป้ายจังหวัดตนเองที่มาร่วมกิจกรรม และอาจมีการใช้ข้อความตัวหนังสือในการแสดงสัญลักษณ์.
7. รูปแบบการเคลื่อนไหว มีหรือไม่ อย่างไร.
-รูปแบบการเคลื่อนไหวจะใช้การเสวนาอยู่กับที่เป็นหลัก ไม่ใช้การเดินขบวน.
8. แนวโน้มสถานการณ์จะเป็นอย่างไร.
-แนวโน้ม จะเป็นการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ในการแสดงออกทางความคิดในการที่จะคัดค้าน ร่าง รธน และสนับสนุนการแต่งตั้งพระสังฆราช ในเบื้องต้นตรวจสอบ พระพุทธอิสระจะยังไม่เคลื่อนไหวคู่ขนานโดยจะรอดูท่าที.
9. หน่วยงานของรัฐ มีหน่วยใดเข้าดำเนินการหรือไม่ มีแนวทางดำเนินการอย่างไร.
- หน่วยงานของรัฐ โดย มส. ได้แจ้งว่า จะพูดคุยทำการตกลงให้การจัดกิจกรรมเป็นไปโดยสงบ ส่วนประเด็นข้อเรียกร้องนั้น จะได้จัดการพูดคุยร่วมกันทุกภาคส่วนอีกครั้ง.
....
สรูปว่า
ขอให้รัฐบาลไทย และผู้เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาครั้งนี้ทุกท่าน
ได้โปรดกลับไปอ่านคำเตือนข้างต้นของผมหลาย ๆ รอบนะครับ
ส่วนเมื่ออ่านแล้ว จะทำอย่างไรต่อไป
ก็เป็นเรื่องของพวกท่านครับ
แต่ขอบอกสั้น ๆ ก่อนจบว่า
"งานนี้ เกิดจากความเหลืออด ต่อพฤติกรรมทำลายพระศาสนา คิดล้มล้าง มส. ของกลุ่ม พุทธอิสระนะแหละครับ"
หากรัฐบาลมองผิดไปจากนี้
ก็เกิดไฟเผาแผ่นดินแน่นอนครับ.
โชคดีมีชัยทุกท่าน และ
ขอให้มีข้าวฉันเพลช่วงอยู่พุทธมณฑลนะครับ เพื่อนสหธัมมิกทุกท่าน.
เจ้าคุณเบอร์ลิน
15.02.2016
แนบ นสพ. เดลินิวส์.
http://www.dailynews.co.th/education/379746

ที่มา facebook : เจ้าคุณเบอร์ลิน https://goo.gl/9sdB5p