แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธมณฑล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธมณฑล แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

“ทหารกับพระทะเลาะกัน??”

ปลด LOCK ความคิด “ทหารกับพระไม่ทะเลาะกัน”





ตามที่มีบุคคลบางคนตัดสินและวิพากษ์วิจารณ์ข่าวจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ที่พุทธมณฑล ว่า “ ทหารกับพระทะเลาะกัน “ ซึ่งอาจจะทำให้มองเห็นภาพที่ไม่งามของพระที่ไปทะเลาะกับทหาร เรามาลองเปิดใจดูอย่างผู้มีดวงปัญญาสักนิด

ความจริง เป็นอย่างไร ?

ทหารนำรถมาจอดบนถนน เพื่อดูแลความปลอดภัยของพระและสาธุชน และเนื่องจากจำกัดด้วยเวลาในการถวายภัตตาหารพระ ทำให้ต้องเร่งรีบ จึงเกิดความไม่เข้าใจของบุคคลผู้หวังดีที่อยู่ภายนอกคิดว่ามีการทำร้ายกัน จึงวิ่งเข้าไปช่วยเหลือเพื่อให้เหตุการณ์นั้นไม่ติดขัด แม้เสียงของผู้หญิงที่ร้องว่า “อย่าทำพระ ๆๆๆๆๆ” ก็คิดว่าทหารจะทำร้ายพระ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น

อีกประเด็นที่ทำให้แตกต่างคือ มุมกล้องที่ช่างภาพที่ถ่ายภาพคนละจุด จึงทำให้เห็นภาพที่แตกต่างกันออกมาและผู้สื่อข่าวนำเสนอภาพออกมาตามที่เห็น และอาจนำเสนอภาพไม่จบตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเวลาที่เกิดเรื่องก็เพียงน้อยนิดเพียงครู่เดียวแล้วต่างก็แยกย้ายกันไป ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเข้าใจและเห็นไม่ตรงกัน คิดง่าย ๆ อย่างแค่คนในครอบครัวพ่อแม่ลูก ยังคิดและตัดสินใจในเรื่องเดียวกันเหตุการณ์เดียวกันไม่เหมือนกันเลย

ความจริงคือ ทหารช่วยเหลือพระมาตลอด!!!

ยกตัวอย่าง เช่น การปกป้องดูแลพระใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เนื่องด้วยเหตุการณ์ที่ไม่สงบ ทำให้พระไม่ปลอดภัยเวลาออกบิณฑบาต และคอยปกป้องคุ้มครองช่วยเหลือวัดต่าง ๆ มาตลอด กว่า 12 ปี มาแล้ว



ทหารช่วยเหลือแจกสิ่งของอุปโภคบริโภคและช่วยเหลือ ยามที่วัดต่าง ๆ และพี่น้องคนไทยเดือดร้อนจากการประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในปี 2554 ที่ผ่านมา

ดังนั้นทหารที่เป็นรั้วของชาติ กับพระสงฆ์ก็จะคุ้นเคยและไม่แปลกแยกคอยช่วยเหลือกันมาตลอด จึงเป็นไปไม่ได้ที่ “ พระกับทหารจะทะเลาะกัน “ ดังที่กลุ่มคนบางคนวิพากษ์วิจารณ์และตัดสินอย่างแน่นอน

แม้สูงสุดคือสถาบันหลักของชาติไทย คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็ยังปรากฏเป็นสัญลักษณ์ในแถบสีของธงชาติ  ที่มี 3 สี 5 แถบ ที่มีความหมายที่สูงส่งว่า สีแดง คือ ชาติ สีขาว คือ ศาสนา และสีน้ำเงิน คือพระมหากษัตริย์ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีธงชาติที่มีความหมายที่ยกย่องเชิดชู 3 สถาบันหลักของประเทศไทย และคนไทยก็ได้อัญเชิญขึ้นสู่ยอดเสาเป็นประจำทุกวันตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปตราบนานเท่านาน....

พิณสายกลาง

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

พุทธอิสระ คนเหนือกฎหมาย




มหาเถรสมาคม หรือ มส. (Sangha Supreme Council of Thailand) เป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ไทยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 
ทำหน้าที่คล้าย ๆ คณะรัฐมนตรี โดยมีสมเด็จพระสังฆราชหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช   เป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง   สมเด็จพระราชาคณะทุกรูปเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และพระราชาคณะซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งไม่เกินสิบสองรูป เป็นกรรมการโดยการแต่งตั้ง


อำนาจหน้าที่มหาเถรสมาคม
มหาเถรสมาคม  ซึ่งเป็นองค์กรปกครองคณะสงฆ์สูงสุด  มีอำนาจหน้าที่ตามความในมาตรา  ๑๕  ตรี  ดังนี้
          มาตรา  ๑๕  ตรี  มหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
          (๑)  ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงาม
          (๒)  ปกครองและกำหนดการบรรพชาสามเณร
          (๓)  ควบคุมและส่งเสริมการศาสนศึกษา   การศึกษาสงเคราะห์    การเผยแผ่   การสาธารณูปการ  และการสาธารณสงเคราะห์  ของคณะสงฆ์
           (๔)  รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา
       (๕)  ปฏิบัติหน้าที่อื่น  ๆ  ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้  หรือกฎหมายอื่น

            เพื่อการนี้  ให้มหาเถรสมาคมมีอำนาจตรากฎมหาเถรสมาคม  ออกข้อบังคับ  วางระเบียบ  ออกคำสั่ง  มีมติหรือออกประกาศ  โดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายและพระธรรมวินัย  ใช้บังคับได้  และจะมอบให้พระภิกษุรูปใด  หรือคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา  ๑๙  เป็นผู้ใช้อำนาจหน้าที่ตามวรรคหนึ่งก็ได้"
https://th.wikipedia.org/wiki
www.watmoli.com/vittaya-2-chapter-1/part-5.html



ออกหมายจับพุทธอิสระ
ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์  นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  แถลงกรณีที่หลวงปู่พุทธะอิสระ แกนนำ กปปส.  ได้นำมวลชนขัดขวางการเลือกตั้งในพื้นที่เขตหลักสี่ วันที่ 1 ก.พ.ทำให้มีการปะทะกันระหว่างกลุ่ม กปปส.และกองกำลังไม่ทราบฝ่าย  ทำให้ทางสำนักพุทธฯ เกิดความไม่สบายใจ  จึงทำหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เพื่อให้ดำเนินการนิมนต์หลวงปู่พุทธะอิสระไปว่ากล่าวตักเตือน เพราะไม่สมควรที่จะไปกระทำการร่วมกับการชุมนุม เพราะถือเป็นการทำผิดพระธรรมวินัย แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากหลวงปู่พุทธอิสระแต่อย่างใด

จึงแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ประสานพูดคุยไปอีกครั้งหนึ่ง ล่าสุดจึงได้มีการแจ้งความดำเนินคดี โดยประชาชนที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมาย   คณะสงฆ์จึงสรุปว่า หลวงปู่พุทธอิสระได้ทำผิดพระธรรมวินัยของสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) เนื่องจากได้ชุมนุมและชักชวนประชาชนให้ทำผิดกฎหมายและล่าสุดทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งหมายเรียกให้หลวงปู่พุทธะอิสระมาให้ปากคำในข้อหากบฏ จึงถือว่าหลวงปู่พุทธะอิสระ มีความผิดทั้งธรรมวินัยและกฎหมายอย่างชัดเจน ขอชี้แจงว่าทางสำนักพุทธไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด
มติชนออนไลน์ 4ก.พ.57

ศาลอาญาออกหมายจับ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ขวางเลือกตั้งล่วงหน้าสำนักงานเขตหลักสี่ ชี้หลักฐานชัดเจน...วันที่ 6 ก.พ. 57 ศาลอาญามีคำสั่งออกหมายจับ พระสุวิทย์ ธีรธัมโมหรือ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และเป็นแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) เวทีแจ้งวัฒนะ ฐานขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าเขตหลักสี่ เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา
ศาลพิเคราะห์จากพยานบุคคลและวัตถุพยานภาพถ่าย ภาพวิดีโอที่นำมาประกอบการเบิกความแล้วเห็นว่า หลวงปู่พุทธะอิสระมีความผิดตามคำร้องของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง จึงอนุมัติหมายจับ

นอกจากหมายจับเรื่องขัดขวางการเลือกตั้งแล้ว หลวงปู่พุทธะอิสระยังมีหมายจับฐานกบฏอีกด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์ 6ก.พ.57, 29 ก.ค.57




นำข่าวเมื่อปี 57มาเตือนความจำคนไทยอีกครั้ง ผ่านไป 2ปี ก็ลืมแล้วว่าบุคคลคนนี้ได้สร้างความเดือดร้อนและเสียหาย ให้แก่บ้านเมืองและประชาชนมากมาย มีหมายจับชัดเจน แล้วทำไมตำรวจ หรือ DSI จึงไม่จับ ผู้ต้องหาเดินลอยนวลยังคงทำความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า แม้กระทั่งพระสงฆ์ระดับชั้นผู้ปกครองสูงสุด(มส.)ก็ไม่เว้น   แล้วพระสงฆ์ท่านจะพึ่งใคร ในเมื่อ ผู้รักษากฎหมายไม่รักษากฎหมาย ฝากให้ช่วยคิดกันครับ

ตะบองเพชร


#รถหรู #ดีเอสไอ #รับของโจร

ลุกมาสู้เพื่อสังฆมณฑล


“ลุกมาสู้เพื่อสังฆมณฑล” นี้เป็นแคมเปญใหม่ที่ติดแน่นอยู่ในใจคนไทยทุกคนแล้ว แค่รอเวลาลุยแค่นั้น ซึ่งสัญญาณนี้ได้คุกรุ่นขึ้นมาแล้วจากพระผู้ใหญ่หลายท่าน ที่จะไม่ทนกับกลุ่มผู้มีอำนาจที่ยืนอยู่เหนือกฎหมายและคณะสงฆ์

พระสงฆ์ท่านแรกที่ออกมาคือ พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย  ประกาศชี้ชัด “ดีเอสไอ จี้ ม.ส. ดำเนินการปรับอาบัติของพระ เป็นการขยายขอบเขตของตนเองสั่งหน่วยงานราชการ และคณะสงฆ์ตามที่ตนเองวินิจฉัย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่จะอันตรายมากทั้งในปัจจุบันและอนาคต”

ล่าสุดมาจาก พระราชปัญญามุนี เจ้าคณะจังหวัดยะลา ซึ่งได้กล่าวตอนหนึ่งว่า “มีบางกลุ่มบางคนอย่างนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ถามว่า “คิดได้อย่างไร มหาเถรสมาคมมีแต่ช่วยเหลือพระสงฆ์และประชาชน โดยเฉพาะกับพระ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการรักษาพระพุทธศาสนาและประเทศชาติ พระพุทธะอิสระ ก็ด้วย "นายไพบูลย์ และพวกเคยทำประโยชน์อะไรแก่พระพุทธศาสนาบ้าง หรือลงมาดูดำดูดีพระสงฆ์ชายแดนใต้บ้างไหม? หรือมีแต่หาเรื่องทะเลาะกับพระและโจมตีพระ หรือว่าท่านได้ประโยชน์อะไรจากการทำให้พระพุทธศาสนาอ่อนแอหรือเปล่า?" 

เราชาวพุทธรู้แล้วพึงทำอย่างไร เมื่อมีคนมุ่งจะทำลายสังฆมณฑลอันเป็นเสาหลักของศาสนาพุทธ 

ทะเลที่เงียบนั้นน่ากลัว รอเวลาซัดกระหน่ำ แม้หน้าผาแข็งย่อมทลายยับ บัดนี้คณะสงฆ์และชาวพุทธนับล้านจะไม่เงียบ จะพร้อมลุกสู้ ขอพึงระวัง!!!

ถิ่นธรรม ถิ่นไทย