วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ดักประเด็น ตอน คดีธรรมกายรอก่อน แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ใช่ไหมท่านผู้นำ?? (14 ก.ค. 59) ตอนที่ 10

ที่ดินป่าสงวน 300 ไร่ ติดคอพระพุทธะอิสระคำโต หลังมีการแฉหลวงปู่ซื้อที่ดินป่าสงวนใน ต.แม่วิน อ.แม่วาง เชียงใหม่ พร้อมมีการปลูกสิ่งก่อสร้าง ทั้งห้องประชุมสัมมนา ที่พัก ซึ่งหลวงปู่ท่านก็ออกมายอมรับนะครับว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นป่าสงวนจริง โดยซื้อมาในราคา 3 ล้านบาท พร้อมๆ กับท่านให้สัมภาษณ์สวนกลับไปยังคนแฉภาพการซื้อที่ดังกล่าวว่า 

"ฉันไปช่วยปลูกป่าให้ ถามไอ้คนที่เอาภาพขึ้นมานี่ มันเป็นคนไทยหรือเปล่า ที่จริงมันต้องขอบคุณฉันนะ ฉันช่วยสร้างป่าให้แผ่นดิน"


ก่อนจะมีการตั้งคำถามใน  Social Media ว่า  ที่ดินป่าสงวนซื้อได้ด้วยเหรอ?? พร้อมปลูกสิ่งก่อสร้างได้ด้วยเหรอ?? โดยมีการนำภาพถ่ายทางอากาศมาแนบให้เห็นถึงพื้นที่ป่าสงวน ในการครอบครองของพระพุทธะอิสระ 


ภาพถ่ายทางอากาศ ที่ดินครอบครองของพระพุทธะอิสระ
วันนี้พระพุทธะอิสระกลับคำให้สัมภาษณ์ โดยบอกว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่ป่าสงวนแต่อย่างใด ท่านซื้อไว้ 3 ปีก่อนที่มีพื้นที่โล่ง  และวันนี้มีต้นไม้จำนวนมาก (เป็นเพราะท่านเหรอ??)  อีกทั้งไม่มีสิ่งก่อสร้างในพื้นที่แต่อย่างใด  

อ๋อ...เหรอครับ

และเพื่อไม่ให้เกิดข้อกังขาหรืออย่างไร ทราบว่าหลวงปู่จะเดินทางไปพบอธิบดีกรมป่าไม้วันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.59) เพื่อแสดงความจริงใจ(นะ) โดยท่านได้ให้สัมภาษณ์นะครับว่า 

"หากกรมป่าไม้เอาคืนก็ไม่มีปัญหา อาตมาก็ต้องการเอาให้กรมป่าไม้อยู่แล้ว... แต่หากคุณ (กรมป่าไม้) เอาคืน แล้วปล่อยให้คนอื่นไปบุกรุก อาตมาก็จะฟ้องกรมป่าไม้เหมือนกัน เพราะอาตมาได้ไปปลูกป่าจนเขียวขจีหมดแล้วตอนนี้"  

เหอ เหอ เหอ กราบสิครับ รออะไร




ทำให้นึกถึง ประเด็นที่สุดของความดราม่าที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ท่ามกลางความสนใจของชาว Social Media กับกรณีปิดวัดตกสำรวจ วัดถ้ำเนรมิต โดนสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และให้พระทุกรูปออกจากพื้นที่  วัดแห่งนี้มีพระครูวิสุทธิ์กาญจนกิจ (สมบูรณ์ สุวณฺโณ) อายุประมาณ 57 ปี เป็นเจ้าอาวาสที่มีอาการป่วย พร้อมพระลูกวัด โดยใน Social Media ได้มีการตั้งคำถามไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่า 

เจ้าหน้าที่ไม่รู้เลยเหรอ ว่ามีอดีตวัดร้างอยู่ในพื้นที่ กระทั่งมีพระเข้าไปพลิกฟื้นโดยมีการจัดงานบุญมากมาย ทั้งบวชพระ บวชเณร อบรมเด็กและเยาวชน  ผมว่าหากต้องใช้เวลากว่า 24 ปีกว่าพวกคุณจะรู้ว่า มีวัดในพื้นที่มันนานไป เท่ากับพวกคุณไม่ใส่ใจในการทำงาน ซึ่งถ้าเป็นผม "ไล่พวกคุณออกไปแล้วครับ"   


และยิ่งบังเอิญ ดันมารู้เอาตอนที่เขาพยายามยัดข้อกล่าวหา ผมว่ามันมีวาระแอบแฝงนะครับ  แถมมียังมีหน้ามาบอก "ให้พระออกนอกพื้นที่ พร้อมรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเอง" กระทั่งเจ้าอาวาสถึงกับเพ้อเลยว่า "ทำไมทำกันถึงขนาดนี้"

กราบนมัสการครับ รัฐบาลโจร ปล้นเขามานะครับ พระคุณเจ้าอย่าได้เสียใจครับ เพราะคลื่นลูกใหญ่กำลังเริ่มถาโถมรัฐบาลทหาร จากที่เคยมีแต่คลื่นใต้น้ำให้พอรัฐบาลรำคาญ

และจากประเด็นของพระคุณเจ้านี้เอง ทำให้นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หาญกล้าออกมาแสดงความเห็นในรื่องนี้ว่า  ...ถ้าวัดมิได้ทำลายป่า และบริเวณโดยรอบยังคงรักษาความเป็นป่าไว้ได้ และวัดก็ควรเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา....

และตามหลักนิติศาสตร์ ต้องเอาผิดกรมการศาสนาด้วย เพราะได้รับขึ้นทะเบียนวัดจากกรมการศาสนา ตั้งแต่ปี 2535 ได้อย่างไร??? ...

พร้อมๆ กับท่านรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ยังเป็นหน่วยกล้าตาย ติงสื่อโดยเรียกพระว่า "......." (ผมขอไม่พูดคำนี้นะครับ) คำพูดดังกล่าวเข้าข่าย เฮทสปีช หรือวาทะที่สร้างความเกลียดชังหรือไม่.....!! 



ผมไม่รู้นะ ว่ารองปลัดท่านนี้เหตุใดถึงหาญกล้า ในการลุกขึ้นมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่กลัวอำนาจของใคร ซึ่งผมไม่รู้ว่า หลังจากนี้คำพูดของท่านจะส่งผลกระทบอย่างไร กับอนาคตข้าราชการประจำ แต่ผมคิดว่า นี่คือข้าราชการมืออาชีพกว่าอีกหลายๆ ท่าน อย่าให้ผมพูดว่าคือใคร... ที่พยายามยัดข้อกล่าวหา ด้วยความที่ได้ยศ ได้ตำแหน่งมาเพราะมีเงื่อนไขบางอย่าง ซึ่งคุณรู้ว่า ผมกำลังหมายถึงใครนั่นแหละครับ  ท่านรองปลัดครับ ผมดีใจที่ข้าราชการไทยยังมีคนดีๆ อย่างนี้อยู่บ้างครับ

จากประเด็นตั้งแต่ลากการแต่งตั้งสังฆราช ความปากดีของหัวหน้ารัฐบาลที่ว่า "จะยังไม่แต่งตั้งสังฆราช จนกว่าจะดำเนินการปัญหา (คดี) ที่พวกคุณยัดเยียด"  กระทั่งพระเมธีธรรมาจารย์ออกมาบอกว่า "ให้เวลาท่านผู้นำ 7 วันในการดำเนินการ ไม่เช่นนั้นมีแนวโน้มว่าพระทั่วสังฆมณฑลจะเดินทางมาร่วมกันแสดงจุดยืน"

ตรงนี้ผมขอไม่แสดงความเห็นครับ มาดูข่าวนี้ดีกว่า ที่มีนัยยะสำคัญ เมื่อ "ท่านผู้นำงัดม.44 สั่ง 'งดสรรหาองค์กรอิสระ' อ้างเหตุอยู่ช่วงประชามติ"  ซึ่งแหล่งข่าวบอกว่า  อาจเป็นไปได้ว่า แท้จริงคือการปิดทาง นพ.เรวัต วิศรุตเวช ในการขึ้นเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน เนื่องด้วยหมอเรวัตมีประวัติเคยเป็นที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย แล้วยังไงต่อ...

...ก็จะบอกว่า การกำจัดคนๆ เดียวสำหรับท่านผู้นำนะ "มันง่ายมาก" ครับ แต่ครั้งนี้มีนัยยะสำคัญ ย้ำครับว่า สำคัญ  เหอ เหอ เหอ เอาละเว้ยเห้ย



ส่วนคดีวัดพระธรรมกาย รอก่อน หากไม่มีอุบัติเหตุครั้งใหญ่นะ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ เหอ เหอ เหอ  ใช่ไหมครับท่านผู้นำ   


--สวัสดี--

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ดักประเด็น ตอน รัฐบาลทหารไทย หากจะล้มไม่เป็นท่า ก็เพราะไม่ปลูกศรัทธาดังเช่นธรรมกาย ผมว่าเขารอดนะ (12 ก.ค. 59) ตอนที่ 9

ถึงกับดิ้นสุดติ่งกันทีเดียว สำหรับลุงไพบูลย์ นิติตะวัน ภายหลัง "คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่า มติมหาเถรสมาคม หรือมส.ที่เสนอนามสมเด็จช่วงเพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่นั้น ไม่ขัดพระราชบัญญัติคณะสงฆ์"


ซึ่งลุงให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า อย่างไรเสีย " 'สมเด็จช่วง' ต้องเคลียร์คดี" ซึ่งก็เป็นคดีที่ลุงไพบูลย์พร้อมพรรคพวกแอนด์เดอะแก๊งค์ ยัดข้อกล่าวหา "รถโบราณ" อดีตซากรถ ที่อู่วิชาญเป็นผู้ประกอบขึ้นมาใหม่ โดยวัดปากน้ำหวังเพื่อนำมาจัดแสดงให้พุทธศาสนิกชนได้ศึกษา แต่จะด้วยความโลกสวยไม่ทันเกมส์อย่างไรไม่ทราบได้ เมื่ออู่วิชาญได้ทำการปลอมแปลงเอกสาร พร้อมนำเข้าอะไหล่ผิดกฏหมาย จึงมีความพยายามผลักความซวยเหล่านั้นให้สมเด็จช่วงอย่างมีนัยยะ แถมกลุ่มคนที่ประกอบ ปลอมแปลง ยังมีเบื้องหลังเบื้องลึกซับซ้อน

ซึ่งวัดปากน้ำเองก็ยังพอมีโชคเข้าข้างอยู่บ้าง เมื่อยังพอมีเอกสารการปลอมแปลงดังกล่าวให้เห็น ก่อนที่นายวิชาญจะตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จว่า บอกว่าเป็นแค่คนซ่อมรถ แถมยังขอสิทธิคุ้มครองพยาน



นายวิชาญ รัษฐปานะ กรรมการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย

แต่ จุ๊ จุ๊ ผมมีอะไรจะบอกครับ คืออู่วิชาญหรือชื่อจริงว่า นายวิชาญ รัษฐปานะ เป็นกรรมการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย และด้วยความบังเอิญว่า สมาคมดังกล่าวมีนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แกนนำกปปส. (ผู้ร่วมชัตดาวน์กรุงเทพ shutdown Bangkok)  เป็นอุปนายก   และสุดแสนจะบังเอิญ โคตรบังเอิญว่า นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ที่นายวิชาญผู้รับประกอบรถให้วัดปากน้ำนั้น นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายทุนกระเป๋าหนักม๊อบ กปปส. เป็นนายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย  แล้วคุณว่าคดีจะไปทางไปทางไหนครับ



นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อุปนายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย
นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย
ดูสิ มีใครอยู่ในรูปบ้าง
ส่วนตำแหน่งสุดแสนอันทรงเกียจ (รู้สึกเกียจ) ลุงไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นลูกหม้อคนสนิทพระโพธิรักษ์ ผู้ตั้งแง่รังเกียจมหาเถรสมาคม และมักชอบนำพาบรรดาลูกศิษย์ยุ่งการเมือง นอกจากนี้ลุงไพบูลย์ยังเป็นแกนนำคนสำคัญม๊อบ กปปส . รวมถึงอดีตที่ปรึกษาหญิงเป็ด "ผู้ว่า สตง.ฉาว เบิกงบหลวงทัวร์งานกฐิน"

และการที่ลุงรีบออกมาดิ้น ภายหลังกฤษฎีกาวินิจฉัยสนับสนุนมติมหาเถรสมาคม สนับสนุนสมเด็จช่วงขึ้นเป็นพระสังฆราชนั้น คาดว่าอาจผิดแผนที่ตั้งใจไว้ และจะด้วยเกรงโรคติดเชื้อในกระแสเลือดแบบเฉียบพลัน โดยไม่ทราบสาเหตุหรือไรก็ไม่ทราบได้ 

วันนี้ (12 ก.ค. 59) ลุงพร้อมคู่หู หมอมโน อดีตศิษย์เก่าผู้มีความอกตัญญูเป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิต เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายก 




ข่าวบอกว่า แรกเริ่มตั้งใจยื่นกับ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งานนี้หม่อมไม่ให้ราคา เพราะส่งผู้ช่วยมารับหนังสือแทน

ส่วนพระพุทธะอิสระ แกนนำกปปส.อีกเช่นกัน และได้มีส่วนคดีกบฏ ทั้งยังเป็นผู้สร้างเหรียญอัปมงคล โดยนำตราสัญลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทั้งสองพระองค์มาเป็นส่วนประกอบในเหรียญ ทั้งยังเจาะเลือดตนเองไปทาทับที่เหรียญ กระทั่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นต้นเหตุที่ทั้งสองพระองค์ประชวรอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเข้าข่ายกฏหมายหมิ่น 112 

วันนี้ (12 ก.ค. 59)  สื่อหลายฉบับเล่นข่าว "พระพุทธะอิสระรุกป่า 300 ไร่ในจังหวัดเชียงใหม่" พร้อมๆ กับส่วนงานราชการในพื้นที่ส่งข้อมูลยืนยันมาว่า "นั่นคือเรื่องจริง" 

แต่พระคุณเจ้าก็มาให้ข่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยว่า "ฉันไปช่วยปลูกป่าให้ ถามไอ้คนที่เอาภาพขึ้นมานี่ มันเป็นคนไทยหรือเปล่า ที่จริงมันต้องขอบคุณฉันนะ ฉันช่วยสร้างป่าให้แผ่นดิน และ 10 ปีจะคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้"  หุ หุ หุ  ครับหลวงปู่ครับ 




โดยส่วนตัวผมว่า หลวงปู่รอดครับ แต่ไม่รู้นานเท่าไหร่ ก็แหม ขนาดออกหมายจับ และข้อหากบฏยังรอดเลย ก็ต้องยอมรับครับ ลูกศิษย์ปู่เขา ใหญ่จริงไรจริง วัดท่านประหนึ่งค่ายทหารเต็มไปด้วยตำรวจ ทหารคอยคุ้มกันมากมาย  วันดีคืนดีลุกขึ้นมาทำกับข้าว ต้ม ผัด แกง ทอดซะงั้น กราบนมัสการครับ

ส่วน DSI วันนี้ นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ หนึ่งในผู้ผลักดันยัดเยียดข้อกล่าวหา ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "อัยการฝ่ายคดีพิเศษได้มีคำสั่งให้คณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวเพิ่มเติม หลายประเด็น"  สรุปคือ "สอบสวนยังไม่เสร็จ  รีบส่งสำนวนอัยการเพื่อ??" จงใจข้ามขั้นตอนใช่ไหมครับ??



และข่าวนี้ ผมว่าธรรมกายต้องขอบคุณ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินะครับ ที่ขยันตรวจการบ้าน ตรวจศูนย์สาขาวัดพระธรรมกายทั้งภายในและต่างประเทศ โดยสื่อมวลชนถามว่า ทำไมต้องขอบคุณ?? อ่าววว 



ก็นี่ไงครับ ที่ผ่านมามีข่าวบอกว่า วัดร้างเพิ่มขึ้น ชายไทยบวชน้อยลง กระทั่งธรรมกายจัดบวชแสน บวชแล้วบวชอีก ใช้งบเท่าไหร่ โดยรัฐไม่ได้สนับสนุนงบสักบาท (ในต่างประเทศก็ใช่) วันนี้ถึงบางอ้อว่า พระเหล่านั้นหากท่านบวชต่อ ก็กลับไปประจำจังหวัดท่าน ของใครของท่าน โดยเฉพาะวัดร้าง (ในต่างประเทศอีกเช่นกัน) ชาวบ้านก็นิมนต์ท่านไปประจำวัดเหล่านั้น ดังเช่นวัดบ้านขุน ที่เป็นอดีตวัดร้างที่มีอายุ 100 ปี ปัจจุบันเป็นวัดรุ่ง ที่แวดล้อมไปด้วยพี่น้องชาวเขาชาวดอย ขณะที่พระเณรที่บวช ก็ล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานชาวเขาชาวดอยทั้งนั้น  

และยิ่งตลกครับ เมื่อทราบแต่ละวัดที่พระท่านไปรักษาพื้นที่ ก็เนื่องด้วยหลายรัฐบาลที่ผ่านมานิมนต์ท่านเข้าไปทางหนึ่ง นอกจากรักษาพื้นที่แล้ว ยังปลูกสัมมาทิฐิให้กับญาติโยม ทั้งยังเป็นรั้วป้องกันยาเสพติดที่จะทะลักเข้ามาในประเทศไทยเราด้วย เดี๋ยวจะเข้าตำรา "ฆ่าช้างเอางา เผาป่าหาเต่า" ความหมายหาเอาใน google ครับ

ผมว่าจะให้ดี รัฐบาลไทยควรไปศึกษาวิถีธรรมกาย ทำอย่างไรถึงบริหารจัดการโดยไม่ใช้งบประมาณรัฐสักบาท แถมผลงานมีกว่า 40 ปีที่ผ่านมาวัดเขามีเรื่องราว จากพระไม่กี่รูป ปัจจุบันมีหลายหมื่นรูป มีศูนย์สาขาทั่วโลก ไปบุกเบิกก็ไม่มีเงินสนับสนุนจากรัฐ ขยันจัดบวชพระ งานเยาวชน งานเสี่ยงภัยภาคใต้ อะไรต่อมิอะไรมีให้เห็น 

รัฐบาลซะอีกนะครับ ปลูกศรัทธาไม่ได้ ยังรักษาศรัทธาของตัวเองไม่เป็น แถมยังขยันบั่นทอดศรัทธาที่มีอยู่น้อยนิดของตัวเองเข้าไปอีก

ลุงๆ ครับ อย่าหาว่าผมสอนเลยครับ คือรัฐบาลลุงหากจะล้มไม่เป็นท่า ก็เพราะการบริหารงานไม่เข้าท่าของลุงๆ เองแหละ สวัสดีครับ

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ดักประเด็น ตอน ศรีวราห์ ขยันเว่อร์ คืนวัดร้าง เปิดทางยาเสพติดให้ชุมชน (8 ก.ค. 59) ตอนที่ 8

แค่อ้าปากก็เห็นไปถึงลำไส้ใหญ่ เมื่อกระแสสังคมเริ่มเอียนกับประเด็นยัดข้อกล่าวหาฟอกเงิน-รับของโจร ให้กับพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย โดย DSI ภายใต้การให้คำปรึกษาของ 2 คู่หู ไพบูลย์-หมอมโน และอีกหนึ่งคีย์แมนคนสำคัญ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา และธงที่ยังไม่มีทีท่าจะยอมลด แต่อย่าถามผมนะว่า ธงนั้นพวกเขาได้แต่ใดมา เพราะเดี๋ยวผมจะไอ คุก คุก คุก 555

กระทั่งพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.มารับไม้ต่อ (จากเหตุที่ผมเล่าให้ฟังในตอนที่ผ่านมา คลิ๊กที่นี่) ซึ่งศรีวราห์ก็ฟิตเข้มติดหนวด เดินสายสำรวจศูนย์สาขาของวัดพระธรรมกาย ทั้งไปด้วยตัวเอง และส่งทหารตำรวจไปสำรวจ ขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปภาคตะวันออก มาอีสาน โดยเฉพาะที่ศูนย์สมาธิอย่าง World Peace เขาใหญ่ ที่สร้างข่าวมากมายว่า มีปัญหากินพื้นที่เขาใหญ่ รวมถึงอยู่ในพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคอง


ดูสิ รีสอร์ทไหนใกล้เขาใหญ่

ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าว ถ้าเทียบกับรีสอร์ทดังอย่าง ทอสกาน่า และ คีรีมายา ที่มีพื้นที่ใกล้และใหญ่กว่ามากกกกก แต่กลับเงียบสนิท  ซึ่งใน Social Media เขาคุยกันนะครับว่า "ถ้า World Peace ร่วมลงขัน ลงแรงเป่านกหวีด เหมือนโครงการใกล้เคียง จะไม่เดือดร้อนเหมือนวันนี้ วันที่สองมาตรฐานเบ่งบานในใจมาร" หูยแรง.. แต่ผมชอบ



และในที่ประชุมการแก้ปัญหาพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ หนึ่งในผู้ร่วมประชุมเป็นเจ้าของพื้นที่ด้วย พูดกลางที่ประชุมครับว่า  "เมื่อวานนี้ตนถูกขอร้องให้แจ้งความไปก่อน แต่จริงๆ แล้ว อบต.ก็ยังไม่แน่ใจว่าสร้างผิดจุด หรือเลยจากที่มีเอกสารสิทธิ์หรือไม่" อ่านต่อที่: http://www.nationtv.tv/main/content/social/378508264/



เชื่อผมไหม นายคนนี้โดนเล่น--ฐานหมูจะเข้าปากหมา ดันเอาคานเข้ามาสอด-- นี้แสดงว่าไม่ได้ศึกษาเคสหมอท่านหนึ่ง ที่ริอ่านออกใบรับรองแพทย์ยืนยันพระธัมมชโยป่วยจริง ไงล่ะโดนเล่นเลย

ส่วนผู้ที่อยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ คือ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหารศูนย์ข้อมูลวิจัย และประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ออกมายืนยันว่า


…"ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซไม่ได้รุกป่าสงวนแห่งชาติ ไม่ใช่ที่ ส.ป.ก. มีมูลค่าเฉพาะที่ดินประมาณ 1,200 ล้านบาท ในพื้นที่ใกล้เคียงมีโครงการที่หมิ่นเหม่ต่อการอยู่ในผืนป่ามากมาย หากจะ 'สังคายนา' ควรจัดทำผังชนบท และผังจังหวัด ห้ามการพัฒนาอื่นนอกจากเกษตรกรรม และเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับกิจกรรมนอกภาคเกษตรกรรมในอัตราสูง ที่สำคัญไม่ควรเลือกปฏิบัติ"........


พูดอะไรหยาบคาย ดูโน่นสิครับ มาตรฐานทหารไทย บ้านพักตากอากาศเขายายเที่ยง และเขาสอยดาวนั่นปะไร หรือต้องดูว่าของใครครอบครอง 

และล่าสุดวันนี้ (08-07-59)  ศรีวราห์ลงทุนนั่งฮ. สำรวจรวด 4 วัดดังในอำเภอฮอด จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยการขยันลงพื้นที่ หมายเพื่อสร้างภาพธรรมกายเป็นผู้ทรงอิทธิพล ปูทางใช้ ม.44 เล่นงานวัด แท้จริงแล้ว วัดเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นวัดที่เคยร้าง อยู่ในชุมชนชาวกะเหรี่ยง ซึ่งก็มีผู้ถามมานะครับว่า



"อยากคืนสภาพวัดร้างให้ชุมชน หรือเปิดทางให้ต่างศาสนิกที่กำลังบุกหนักอยู่บนดอยและตะเข็บชายแดน ใช้เป็นช่องทางกระจายยาเสพติดใช่หรือไม่" หรือเพื่อให้ล้อไปกับในนโยบาย รมต.ยุติธรรม เปิดทางยาบ้าให้ถูกกฎหมาย 

ว่าแต่วันนี้ลุงตู่ของผมออกมาบอกนี่ครับว่า จะไม่ใช้มาตรา 44 เข้ามาดำเนินการกับพระธัมมชโย ซึ่งผมไม่ค่อยให้เครติดลุงตู่ และรัฐบาลทหารนักหรอกครับ  



แต่ที่แน่ๆ ลุงประสงค์ สุ่นศิริ ผู้เคยออกเรียกร้องรัฐบาลทหารปล้นอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ถามลุงตู่นะครับว่า 

"จะ "ลงจากหลังเสือ" โดยไม่ถูกเสือกัด หรือลงแล้วเดินถนนหนทางมีแต่คนยกมือไหว้ด้วยความชื่นชม ศรัทธา หรือไปไหนมาไหนมีแต่คนด่าว่า ถ่มน้ำลายรด ก็ต้องเลือกเอาตั้งแต่บัดนี้ เพราะเวลาที่เหลืออยู่นั้นน้อยเต็มที" 


อิ อิ นับวันสิครับรออะไร

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ดักประเด็น ตอน ไม้ผลัดเปลี่ยนมือ ธรรมกายล้ม ล่มทั้งสังฆมณฑล (7 ก.ค. 59) ตอนที่ 7

ต้องยอมรับว่า หลายปีที่ผ่านมาวัดพระธรรมกายไม่เคยพยายามลุกขึ้นมาแจกแจงสังคมว่า กิจกรรมงานบุญที่ทำอยู่เพื่ออะไร ทำไม อย่างไร จนคนทั่วไปรวมถึงพระสงฆ์องคเจ้าบางรูปบางท่าน ก็ไม่เข้าใจถึงแนวทางการจัดการ ดำเนินงานของวัดพระธรรมกาย กระทั่งมีการเอาไปพูดว่า วัดพระธรรมกายล้างสมอง วัตถุนิยม บ้าบุญ ก็สามารถทำให้คิดไปได้

มาปีนี้วัดพระธรรมกาย ก็โดนตั้งคำถามจากสังคม เรื่องการรับบริจาคที่อาจไม่โปร่งใสโดยการชี้นำของสื่อ และส่วนงาน DSI ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หนึ่งในหัวหอกคนสำคัญของคสช.ที่ร่วมปล้นอำนาจมาจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 


และความพยายามของ DSI ในการยัดข้อกล่าวหาให้วัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย ครั้งนี้ไม่ง่ายเมื่อคณะลูกศิษย์ของพระธัมมชโยมีนับล้านคน ว่ากันว่า ลูกศิษย์มีอยู่ในทุกวงการที่ล้วนแล้วประสบความสำเร็จ รวมถึงพระภิกษุสงฆ์ของที่นี่เองมีหลายหมื่นรูปกระจายครอบคลุมทั่วโลก ซึ่งต่างก็ผนึกกำลังในการแก้เกมส์ยัดข้อกล่าวหาครั้งนี้ภายใน 6 เดือน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อฐานข้อมูลใน Social Media ที่มีการให้ร้ายพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย ที่ก่อนหน้านี้หาได้ง่ายเพียงแค่คลิกค้นหาใน google ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นมีทั้งการตัดต่อ ให้ร้าย ด้วยคำหยาบคาย ปั้นแต่งเรื่อง ซึ่งล้วนแล้วมาจากคนที่ไม่เคยสัมผัสวัดทั้งสิ้น  
มาครั้งนี้ข้อมูลเปลี่ยนไป...

 เมื่อผลงานพระธัมมชโย ถูกกระจายเต็มทุกช่องทางใน Social Media และด้วยเหตุนี้เองล่าสุดมีข่าวว่า มีความพยายามล้มวัดพระธรรมกายกระทั่งจัดจ้างบริษัทออร์แกไนเซอร์ ที่เคยรับงานชัตดาวน์แบงคอก (Shutdown Bangkok) ด้วยเม็ดเงินมหาศาล ข้อมูลการกล่าวร้ายวัดพระธรรมกายถูกหยิบยกกลับมาเล่นอีกครั้งโดยเฉพาะในยูทูป และช่องทีวีดิจิตอลบางช่องที่กำลังจะล้ม ก็ร่วมรับงานล้มวัดพระธรรมกายนี้เช่นกัน





และด้วยความที่ผลัดกันชิงไหวชิงพริบที่กินเวลากว่า 6 เดือน ซึ่งก็สร้างความเบื่อหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป เรียกว่า กระแสจุดไม่ติด DSI ไม่สามารถปิดเกมส์ได้ ว่ากันว่าด้วยความที่ไม่สามารถปิดเกมส์ได้นี้เอง ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนตัวเล่น โดยผู้ที่เปิดเกมส์เล่นไม้แรกคือ ไพบูลย์ นิติตะวัน, นพ.มโน เลาหวณิช และพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อาจจะต้องพัก แต่กระนั้นก็ขออย่าให้พักยาว ผมขอภาวนาว่า อย่าให้เป็นโรคติดเชื้อในกระแสเลือดเฉียบพลัน ฐานรู้มากเกินไป

ไม้ต่อมาที่ได้รับการส่งต่อให้ดำเนินการวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโยคือ พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ว่ากันว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ มีส่วนได้ส่วนเสียกับการล้มคดี 91 ศพของเสื้อแดง ด้วยความเป็นหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีระเบิดกรุงเทพ ทำให้ได้ขึ้นมาเป็นรอง ผบ.ตร. 
อ้างอิง https://goo.gl/NPAi3phttps://goo.gl/0tiYoX

และความที่พล.ต.อ.ศรีวราห์เป็นคนละเอียด จึงได้รับเลือกให้เข้ามาจัดการกับวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย โดยเฉพาะการพยายามยัดข้อกล่าวหาบุกรุกที่เขาใหญ่ พร้อมๆ กับมีการส่งทหารตำรวจลงตรวจศูนย์สาขาทั่วประเทศของวัดพระธรรมกาย เพื่อพยายามหาช่องเอาผิด ทั้งยังหยั่งกระแสด้วยการออกหมายเรียกพระระดับผู้บริหารวัดพระธรรมกายไปให้ปากคำ 5 รูปเพื่อหวังข่มขวัญ กดดันลูกศิษย์



พร้อมพยายามสร้างความชอบธรรมหยิบม. 44 เข้ามาจัดการวัดพระธรรมกาย และส่งหนังสือกดดันไปยังคณะสงฆ์ทั่วประเทศให้ระงับความเกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกาย


แต่ก็อาจจะสายไป เมื่อพระสงฆ์เริ่มตื่นตัวกับผลกระทบมาตรา 7 ที่จะเกิดขึ้นกับตน โดยเฉพาะการรับบริจาคเข้าข่ายรับของโจร และการฟอกเงิน ดังเช่นที่วัดพระธรรมกายที่กำลังโดนเล่นงาน และหากธรรมกายที่มีระบบการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบล้ม แน่นอนล้มทั้งระบบสังฆมณฑล วัดอื่นไม่เหลือ เพราะเป็นการเข้ามาควบคุมคณะสงฆ์โดยฆราวาสอย่างเบ็ดเสร็จ และนี่คือตัวเร่งให้พระพุทธศาสนาหมดไปอย่างรวดเร็ว แตกต่างกับอีกศาสนาหนึ่ง ที่ในปัจจุบันรัฐบาลทหารให้การสนับสนุนออกหน้าออกตาอย่างเห็นได้ชัด


ว่ากันว่า มีความพยายามทำให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เนื่องด้วยปัญหาเศรษฐกิจ การลงประชามติ (ที่รัฐบาลทหารหมายจะสืบอำนาจต่อ) การใช้กฏหมายไม่เป็นธรรม การทุจริต คอรัปชั่นที่ไม่สามารถวิจารณ์ และตรวจสอบได้ รวมถึงกลุ่มอำนาจเก่าที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยหวังให้กรณีธรรมกายและพระธัมมชโยเป็นตัวเร่ง 



หากแต่วัดพระธรรมกายเองยังคงยืนยันไม่ใช้ความรุนแรง พร้อมๆ กับเดินหน้าจัดกิจกรรม ท่ามกลางการเฝ้าระวัง ท่ามกลางลูกศิษย์ที่ต่างมุ่งหน้ามาร่วมกิจกรรม พร้อมๆ ให้กำลังใจพระธัมมชโย ซึ่งแม้จะมีความพยายามปล่อยข่าวสร้างความตื่นตะหนกตกใจ แต่ไม่ได้ทำให้คณะลูกศิษย์พระธัมมชโยลดน้อยถอยไป กลับยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ว่ากันว่า ขณะนี้มีลูกศิษย์พระธัมมชโย ปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดต่อวันหลายหมื่นคน

ต้องบอกว่า เกมส์นี้วัดพระธรรมกายสบายๆ เรื่องตัวผู้เล่นซึ่งมีอยู่มากมาย แถมลูกศิษย์แต่ละคนล้วนมาด้วยใจ ไม่มีอะไรแอบแฝง ต่างจากกลุ่มตรงข้ามที่พยายามยัดข้อกล่าวหาที่ตัวเล่นน้อยเต็มที แถมผู้เล่นแต่ละคนล้วนมีชนักติดหลังมากมาย แถมใครต่อใครพร้อมให้ข้อมูลมากมาย ก็ด้วยความที่ไปกร่าง สร้างศัตรูกับเขาไปทั่ว 

หมัดต่อหมัด อย่ากระพริบตา!! งานนี้ธรรมกายชกสวย มีชั้นเชิง ไม่โฉ่งฉ่าง มีความอึด ความทน และความจริงที่คอยให้ทุกคนได้ชม อย่ากระพริบตาครับ อีกไม่นานได้เผยโฉม ครบจบสวย สวัสดีครับ!

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ดักประเด็น ตอน ศึกษาก่อนด่า "สนช.วิวัฒนาการไดโนเสาร์ วิวัฒนาการวัดไทยในต่างแดน" (5 ก.ค. 59) ตอนที่ 6

เมืองไทย ประเทศของการกล่าวหา เห็นใครดีกว่าไม่คิดพัฒนาตัวเองขึ้นไป แต่เตะสะกัดขาเขาซะงั้น

ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยครับ หายไปซะหลายวัน เนื่องจากติดภารกิจนั่นนี่ตามประสา เข้าเรื่องเลยครับตามที่ผมขึ้นหัวข้อเลยที่ว่า เมืองประเทศของการกล่าวหา เห็นใครดีกว่าก็เตะสกัดขา ไม่คิดจะพัฒนาตัวเอง ประเทศที่ผู้คนไม่เคารพสิทธิพื้นฐาน ประเทศที่เต็มไปด้วยนักพูด เพ้อเจ้อ  

ดูอย่างวานนี้ มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จากสายวิชาชีพสื่อมวลชนท่านหนึ่ง โพสต์ประเด็นการก่อสร้างวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล พร้อมมีการเขียนชี้นำตั้งข้อสงสัยไว้ ประมาณว่า ใช่กิจของสงฆ์หรือไม่? หรูหราฟุ่มเฟือยหรือป่าว? เงินทองมาจากไหน? ซื้อเสร็จใส่ชื่อใคร? พร้อมๆ กับสื่อได้นำไปเล่นข่าว 


และจากประเด็นดังกล่าว มีผู้แสดงความเห็นถึงแนวคิดผีเจาะปากมาพูดของสนช.ท่านนี้ ที่เพิ่งมีวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์ กระทั่งเพิ่งยืนได้ 2 ขา และอีกไม่นานคงเดินออกมาถึงปากถ้ำ โอ๊ยยย เจ็บแสบขนาดนี้ วันนี้จึงขอยกพื้นที่บล็อกให้กับ ดักประเด็น ตอน ศึกษาก่อนด่า "สนช.วิวัฒนาการไดโนเสาร์ วิวัฒนาการวัดไทยในต่างแดน" 

************* 
                         
"ขัดใจตั้งแต่เช้ากับพาดหัวข่าวเรื่องวัดวาอารามในต่างประเทศ...

"อลังมั้ยจ๊ะ? วัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล สนช.ถามซื้อแล้วใส่ชื่อใคร"




"อื้อหือ! วัดพระธรรมกายสวิตเซอร์แลนด์ เปลี่ยนโรงแรมบนเขาเป็นศาสนสถาน"



ตามประสาคนรวย เคยไปต่างประเทศ และตามประสาคนจิตใจดีงาม ไปต่างแดนก็สงสัยว่า วัดไทยที่นั่นเป็นอย่างไรกันบ้าง

เพราะเคยไป เคยเห็น จึงเข้าใจ (อย่างน้อยก็มากกว่าคนเขียนพาดหัวข่าวข้างบน) และรู้สึกขัดใจกับทัศนคติแบบไดโนเสาร์ของสื่อไทย ที่ไม่เคยทำการบ้าน ไม่เคยตั้งคำถาม (และแน่นอน ไม่เคยได้คำตอบที่ควรเอามาเขียนให้คนอ่าน) กับคนไทยประเภทเชื่อข่าว เหมือนคนเขียนมันเป็นคนเบ่งเราออกมาดูโลก

อยากเล่าสู่กันฟังว่า

วัดไทยไม่ว่าวัดไหน ล้วนเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยในประเทศนั้น เป็นความปลื้มของชาวพุทธ ที่สามารถไปหยั่งราก เผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าที่ประเทศนั้น ๆ ได้สำเร็จ

การตั้งคำถามงี่เง่า เรื่องความอลังการ การตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับชื่อวัด ซื้อแล้วใส่ชื่อใคร หรือสงสัยว่ามันเป็นวัด เป็นสำนักสงฆ์ หรือเป็นอะไร ล้วนแล้วแต่เป็นคำถามของมนุษย์ที่เพิ่งวิวัฒนาการมายืน 2 ขาได้ (อีกไม่นานคงเดินมาถึงปากถ้ำ) โดยไม่ได้เข้าใจโลกพระพุทธศาสนาในต่างประเทศเลย ยังคงหมกมุ่นอยู่กับอะไรแบบ "ไทย ๆ" 

และคิดแต่ว่า ถ้าสร้างวัดเมื่อไหร่ หรูหราไม่ได้เลย ยิ่งเก่า ยิ่งโทรม ยิ่งดี บางทีจึงมีคนเอาภาพกุฏิพระมาบลัฟกัน ประมาณว่า กุฏิใครโทรม ใครเก่ากว่ากัน พระองค์นั้นน่านับถือ

ฮ่วย...คงเป็นประเทศเดียวในโลกแล้วมัง ที่วัดคุณความดีของพระด้วยกุฏิ

เสพติดช่อฟ้า ใบระกา หางหงษ์ ลายกนก ซะจนไม่ลืมหูลืมตาดูความเป็นจริงในโลกกว้างใบนี้เลย

พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนาให้เป็นศาสนาของคนทั้งโลก อยากให้คำสอนแพร่ขยายออกไป คนจะได้หมดทุกข์ มีศีลมีธรรม มีคุณความดี ดังนั้น ยิ่งขยายออกไปมากยิ่งดี ไม่ใช่ให้พระไปเก็บตัวลีบอยู่ในป่า (ป่าสมัยนี้ก็หายากซะด้วย)

เข้าเรื่องดีกว่า...บังเอิญเคยไปวัดที่สวิตมาคราวหนึ่ง เลยรู้ว่า

วัดพระธรรมกายเวลาส่งพระไปเผยแผ่ต่างประเทศ ให้ไปแบบไปตายดาบหน้า คือไปหาทางสร้างวัดกันเอง ห้ามนำเงินจากเมืองไทยไปสร้างเด็ดขาด พระที่ไปสมัยแรก จึงมักเริ่มต้นด้วยการเช่าบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ และอาศัยคนไทยมาช่วยดูแลพระ 

จากนั้นก็ค่อย ๆ ชวนคนมานั่งสมาธิ สอนธรรมะ จนนานวันเข้า (หลายปี) คนมามาก ที่ทางคับแคบ ก็หาทางขยับขยาย แรก ๆ ก็ย้ายไปเช่าบ้านที่ใหญ่กว่า พอคนมากก็ย้ายอีก 

ในที่สุดเมื่อเกิดความมั่นใจว่าด้วยกำลังของญาติโยมที่มี น่าจะสร้างวัดปักหลักเป็นที่เป็นทางได้ ตอนนี้แหละ จึงได้กลายมาเป็นวัดอย่างที่ลงข่าวแล้วเข้ามาด่ากัน (ซึ่งอาจใช้เวลาเป็น 10 ปี)

ซึ่งคนที่ด่าวัดเขานั้น ก็คือคนที่กำลังด่าความเพียรพยายามของพระที่ทุ่มเทชีวิตจิตใจทำงานศาสนา และด่าว่าศรัทธาของคนไทยที่เจียดเงินมาช่วยกันสร้าง เพื่อเป็นที่พึ่งพิงทางใจของพวกเขา

คนด่าพวกนี้ ไม่ทราบกินข้าวกับอะไร ถึงโตมาเป็นคนจิตใจคับแคบอย่างนี้

รู้ไหมครับ... 

กว่าจะได้วัดแบบที่เห็น ต้องใช้เวลานานปีเท่าไหร่ เรี่ยวแรงกำลัง ความสามัคคีของคนที่นั่นขนาดไหน?

การสร้างหรือปรับปรุงวัดแต่ละวัดต้องถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้น จะมาใช้เส้นแบบเมืองไทยไม่ได้ ต้องสร้างเอง ติดต่อราชการเอง ไม่มีราชการไทยไปช่วยนะครับ

และเพราะเราไปเผยแผ่ในบ้านเมืองเขา จะเอาแต่ความเป็นไทยไปขายไม่ได้ พระวัดนี้รู้ว่าที่มาต่างประเทศ เพราะจะเอาคำสอนพระพุทธเจ้าไปเผยแผ่ ไม่ได้เอาช่อฟ้าใบระกาหรือความเป็นไทยไปใช้ ท่านจึงปรับตัวให้เข้ากับสังคมของคนที่นั่นได้ด้วย 

ทั้งสิ่งก่อสร้างต้องดูดี (แบบที่เห็นในรูป ที่ต่างประเทศเขาเรียกธรรมดา แต่เมืองไทยเห็นว่าหรูหราไปได้ อยู่กระต๊อบกันจนเคย) ใครเห็นก็อยากมาเยี่ยมเยียน

พระก็ต้องมีศีลาจารวัตร มีมารยาท ไม่เป็นที่น่ารังเกียจของคนในประเทศเขา และแม้วัดจะสร้างอย่างดี แต่ชีวิตหลวงพี่ที่นั่นก็อยู่ง่าย เรียบง่าย ศีลยังครบ 227 ข้อ วัตรปฏิบัติก็เหมือนพระที่อยู่เมืองไทย สวดมนต์ นั่งสมาธิ เทศนาสั่งสอน ศึกษาธรรมะ หาช่องทางเผยแผ่ไปสู่คนประเทศนั้น ๆ ทำงานหนักกว่าพวกเอาแต่ด่าเยอะ

บอกตรง ๆ เห็นวัดนี้ครั้งแรก เห็นพระ เห็นญาติโยมที่นั่น รู้เลยว่า พระพุทธศาสนาปักหลักที่ต่างประเทศได้แน่ เพราะไม่มีอะไรที่เราจะด้อยกว่าเขาเลย ในทางตรงข้าม เรามีคำสอนดี ๆ มีรูปแบบการใช้ชีวิตดี ๆ มีมุมมองชีวิตแบบพุทธ ซึ่งเป็นเรื่องแปลกใหม่ และผู้คนในประเทศนั้นไม่เคยเจอ เขาจึงสนใจ อยากเรียนรู้ อยากศึกษา นี่เป็นทางมาของการเผยแผ่ที่แท้จริง

ไปถามดูได้ว่า วัดที่ประสบความสำเร็จในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดน คือวัดอะไร??

ตอบให้ว่าคือ วัดพระธรรมกายนี่แหละ

คนไทยครับ พวกคุณถูกเป่าหูว่าพระพุทธศาสนาต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ผิดจากที่เคยได้ยินมาไม่ได้ แต่เคยถามตัวเองไหมว่า คุณรู้จักพุทธศาสนามากแค่ไหนกัน ลองเปิดพระไตรปิฎกอ่านกันบ้าง แล้วจะเห็นว่า พระพุทธเจ้าเป็นบุคคลผู้เปิดกว้าง ให้โอกาส และหาช่องทางเพื่อเผยแผ่คำสอนอย่างถูกต้องตามธรรมตลอดเวลา

คนไทยถูกเป่าหูเรื่องพุทธศาสนาจากคนไม่กี่คน (ไปลองนับดูสิ ว่าคุณได้อิทธิพลความคิดเรื่องพุทธศาสนามาจากพระกี่รูป คนกี่คน คุณนึกชื่อได้กี่ชื่อ) จนกลายเป็น "ชาวพุทธติดกรอบ" ใจแคบ คอยติเตียนคนที่คิดไม่เหมือนตนเองในที่สุด

ถามกลับดีกว่า ในขณะที่พวกคุณกล่าวหา ตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ตำหนิทุกเรื่องจากแค่ได้้เห็นรูปภาพ และอ่านข่าว พวกคุณได้สร้างคุณประโยชน์อะไรให้กับพุทธศาสนาบ้าง??

ทำทานทุกวันไหม??
ศีล 5 ครบถ้วนดีเป็นปกติหรือไม่??
นั่งสมาธิบ่อยแค่ไหน??

พอถามแบบนี้ คุณก็มักจะตอบว่า "เป็นพุทธด้วยใจ"
คุณก็แถกสีข้างถลอกเรื้อนไปเรื่อย ๆ
เป็นพุทธด้วยใจ ก็จงเก็บความคิดเลว ๆ ไว้ในใจ อย่าได้พ่นน้ำลายออกมาว่าร้ายคนที่เขาทุ่มเทชีวิตจิตใจเพื่อศาสนาเลย
ถ้าเห็นวัดแบบนี้แล้วทำเป็นปรี๊ดแตก ก็แสดงว่ายังไม่เข้าใจความเป็นพุทธมากพอ

เริ่มต้นจึงขอแนะนำให้ไปถามตัวเองก่อนว่า...

คุณแยกความแตกต่างของคำว่า "อนาถา" กับความ "มักน้อย สันโดษ" ออกไหม ว่ามันต่างกันอย่างไร??

ถ้าแยกออก คุณจึงจะพอเป็นคนพุทธได้ และคุณจะเริ่มหายสงสัย ว่าทำไมพระพุทธศาสนา จึงเป็นศาสนาที่ทันสมัยที่สุดตลอดกาล และทำไมพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า คำสอนของท่านเป็นอกาลิโก

ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปขนาดไหน ความเจริญจะมากเท่าไหร่ พุทธศาสนา คือศาสนาที่เหมาะกับโลกใบนี้เสมอ

โชคดีที่เมื่อยนิ้วซะก่อน ไม่งั้นจะด่าต่ออีก 555"

************* 


มันก็เป็นเช่นนั้นแล ผมนี่ปรบมือให้เลย สนช.วิวัฒนาการไดโนเสาร์ ตำแหน่งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ นะ เหอ เหอ เหอ ขรำชิหาย

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ดักประเด็น ตอน หลวงปู่ครับ ปากกล้าขาสั่นนะครับ (30 มิ.ย.59) ตอนที่ 5

โหยย... ผมก็นึกว่าหลวงปู่แน่ หลังจากวานนี้ทนายท่านหนึ่ง เดินทางไปที่วัดอ้อน้อยเพื่อยื่นหนังสือกับเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นหนังสือกล่าวหาพระพุทธะอิสระ ต้องอาบัติปาราชิกสิกขาบทข้อ 2 ให้พ้นจากความเป็นพระ 



จากการเดินทางไปครั้งนี้ไม่เจอเจ้าอาวาส หากแต่เจอพระพุทธะอิสระแทน พร้อมด้วยกำลังทหารล้อมหน้าล้อมหลัง ซึ่งกว่าจะเข้าไปได้ ต้องฝ่าการปาขวดน้ำ คำด่าทอสารพัด หมายสกัดการเข้าไปของทนายท่านนี้ 

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทนายท่านนี้ไม่รู้กินดีหมี สวมหัวใจเสือมาจากไหน ไปเหยียบถึงถิ่นเลย เป็นการเหยียบจมูกโดยแท้ 



งานนี้พระพุทธะอิสระ และทนายคู่ใจประกบซ้ายขวา รวมถึงทหารตำรวจต่างซักไซ้ไล่เลียงต่างๆ นาๆ ก่อนจะบอกว่า เจ้าอาวาสไม่อยู่ นั่งกรรมฐานออกมา 2 ทุ่ม พร้อมให้ทนายรายนี้ ยื่นเอกสารกล่าวหาไว้กับตน (คือพระพุทธะอิสระ) ทนายปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า "ท่าน (พุทธะอิสระ) เป็นผู้ได้รับการสอบสวนคดีนี้ อีกทั้งไม่ใช่พระสังฆาธิการ" ก่อนที่ทนายท่านนี้จะเดินทางกลับ และบอกว่าจะเดินทางมายื่นหนังสืออีกครั้งในเร็ววันนี้



รุ่งขึ้น..มาเลย ไม่ใช่ทนายท่านนี้นะครับที่มา แต่เป็นพระพุทธะอิสระจัดฉากโชว์กล่าวโจทย์ตัวเอง โดยให้เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย และคณะสงฆ์ในอาวาสพิจารณา เรียกว่า ชิงด่าตัวเองเพื่อตัดตอนคู่ต่อสู้ไม่ให้เจ้าคณะสูงกว่าเจ้าอาวาสมาจัดการ  สรุปคือ ชงเอง-กินเอง



คาดว่า น่าจะแว่วจากข่าวว่า ทนายท่านนี้เปลี่ยนแผน โดยจะไปยื่นหนังสือที่เจ้าคณะตำบลแทน



โหย...พระเดชพระคุณครับ เดินสายฟ้องคนนั้นคนนี้ไปทั่ว พอเจอคนจริงบุกถึงรังเท่านั้นแหละ 5555+ 



"ผมนึกว่าแน่" ว่าแต่เดี๋ยวผมจะดูนะครับว่า หลวงปู่จะแก้เกมส์ยังไงกับภาพที่ท่านนำเลือดตัวเองมาทาทับตราสัญลักษณ์ของพระองค์ท่านทั้งสอง (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ) โดยบอกว่า เป็นของแถมจากการทำวัตถุมงคล  อยากรู้เหมือนกันว่า ทนาย 2 คู่หูที่ประกบซ้ายขวา จะช่วยชี้ทางออกยังไง  




"ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้ากังวลว่า การที่พระพุทธะอิสระนำเลือดของตน มาทาทับตราสัญลักษณ์ของใต้ผ่าละอองธุลีพระบาททั้งสอง เป็นเหตุมิบังควร และเกรงว่าการกระทำดังกล่าว มีผลกระทบต่อสุขภาพของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททั้งสองในปัจจุบัน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าผู้มีใจรักภักดีต่อพระองค์เสมอมา"




นี่ยังไม่รวมคำวลีของพระคุณเจ้าที่ยอมรับว่า "...ทุกวันนี้ ก็อาศัยผ้าเหลืองหากิน........"..... รวมถึงการร่วมเป็นคณะกรรมการ กปปส.


video
คลิปวีดีโอ พระพุทธะอิสระ


ที่สุดผมอยากฝากบอกหลวงปู่ครับว่า ด้วยความที่พฤติกรรมที่เจ็บแสบหลวงปู่ที่ผ่านมา ได้สร้างแนวร่วมมากมายไม่เฉพาะศิษย์ธรรมกาย แต่ยังมีผีเสื้อแดงที่รอฟื้นคืนชีพ รวมถึงบรรดาผู้ค้า ประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการปิดถนนแจ้งวัฒนะของหลวงปู่ ตลอดจนคนที่ลูกศิษย์หลวงปู่ไปรุมกระทืบ ฐานไปขยับกรวย และตบทรัพย์อีกมากมาย  





ขณะที่หน่วยงานราชการอย่างตำรวจก็รังเกียจทหาร ทหารเองก็แบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า ยิ่งตอนนี้ทหารตำรวจต่างวิ่งกันขาขวิด เส้นใครเป็นเส้นใครวุ่นไปหมด  

รักษาลมหายใจไว้ดูตอนจบครับคุณผู้ชม หลวงปู่ครับ อย่าปากกล้าขาสั่นนะครับขอร้อง

กราบนมัสการด้วยความเคารพครับ เอิ๊ก เอิ๊ก เอิ๊ก

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ดักประเด็น ตอน DSI กุนซือคุณคือใคร?? เกมส์จบไว ไล่ออกเถอะครับ!! (29 มิ.ย.59) ตอนที่ 4

ถือเป็นการแก้เกมส์ที่...เห้ย จริงดิ!!!  เสียชื่อ DSI ผู้มีอำนาจอยู่ในมือ หลังจากวานนี้ลูกศิษย์พระธัมมชโย เดินทางไปยื่นหนังสือให้ DSI เพื่อทวงถามความคืบหน้าการดำเนินคดี ข้อหากบฏในการชัตดาวน์กรุงเทพ ของพระพุทธะอิสระ และคุณไพบูลย์ นิติตะวัน



ผมเองก็ดูว่า DSI จะแก้เกมส์ยังไง โถ!! จัดแถลงข่าวโดยบอกว่า "อยู่ในขั้นตอนประกันตัวในชั้นพนักงานอัยการ และสอบสวนเพิ่มเติม แต่มีบางประเด็นอยู่ระหว่างดำเนินการ"  

เอิบ..เกือบ 2 ปียังไม่เรียกสอบ ศิษย์ธรรมกายเลยหยิบภาพคุณไพบูลย์ที่ไปหา DSI ถึงที่ เฉพาะปีนี้ก็ 3 ครั้ง เค้าถามมาว่า ทำไมไม่เรียกสอบสักที 2 ปีแล้ว โดยเปรียบเทียบคดีพระธัมมชโยปุ๊บปั๊บฉับไว ดั่งกามนิตหนุ่ม นี่คือการแก้เกมส์?? ช่างอ่อนด้อยจริง เพราะภาพที่คุณไพบูลย์ไปหาถึงที่ เล่นเอาตาสว่างทั้งบาง จะยิ่งเร่งให้จบไวขึ้นไปสิไม่ว่า เหอ เหอ เหอ



นอกจากนี้ DSI แก้เก้อด้วยการฟ้องหมิ่นประมาท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย คือ "พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ"  โดยมีการนำซีดีบันทึกภาพ และเสียงที่มีเนื้อหาพาดพิง DSI ในการพิจารณาจับกุมพระธัมมชโย ที่เผยแพร่ผ่านช่อง DMC ของธรรมกาย  ไล่เลี่ยกับการฟ้องนายองอาจ ธรรมนิทา ในนามลูกศิษย์วัดข้อหาหมิ่นประมาทเช่นกัน   นี่คือการแก้เกมส์ของ DSI เขา ซึ่งการแก้เกมส์ดังกล่าวหวังเพื่อปิดปาก ปรามศิษย์วัด ผมว่าไม่ได้ผลนะ คุณว่าศิษย์วัดเขาจะไม่รู้เหรอว่า DSI ต้องมาไม้นี้  55555 ช่างอ่อนด้อยจริงๆ  เพราะเขาแค่ปล่อยภาพคุณไพบูลย์เข้าหา DSI ในหลายห้วงเวลาที่ผ่านมานี้ ก็ทำให้ตาสว่างกันเป็นแถว จะยิ่งจบเกมส์เร็วขึ้นสิไม่ว่า เหอ เหอ เหอ



ฝั่ง Social Media ปล่อยภาพชอตเด็ด พระพุทธะอิสระจัดสร้างวัตถุมงคล ระบุทำเพียง 1,600 องค์เศษ ที่สำคัญด้านหลังของวัตถุมงคลดังกล่าว ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พร้อมมีการนำเลือดของพระพุทธะอิสระมาทาโดยบอกว่า เป็นของแถม เห้ยยยย!!! คิดได้ไง?? 

เล่นของนี่หว่า นี่จะเป็นสาเหตุให้พระองค์ท่านทั้ง 2 มีอาการประชวรในปัจจุบันที่ทรงกับทรุดหรือไม่ แต่ที่สำคัญผิด 112 เห็น 



และประเด็นนี้เอง ก็มีข้าราชการท่านหนึ่ง ขอไม่เอ่ยชื่อละ มาตั้งคำถามถึงภาพดังกล่าวว่า "ขอพระราชทานหรือยัง เป็นการหลบหลู่เบื้องสูง....." ซึ่งข้อความดังกล่าวก็ได้ถูกลบไปอย่างรวดเร็ว 

ส่วนพระพุทธะอิสระรีบแก้เกมส์ ส่งข้อความ "ไม่เคยใช้เลือดปลุกเสก ภาพและข้อความเป็นของปลอม....."

..... ยากจะเชื่อครับ เพราะภาพดังกล่าวถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็วก่อนหน้านี้มานานแล้ว ประกอบกับพฤติกรรม+คำพูดของท่านที่ผ่านมา ทั้งชัตดาวน์กรุงเทพ ขยับกรวย และตบทรัพย์ มันการันตีพฤติกรรมท่านได้ดี งั้นจะเพิ่มอีกซักคดี คือ 112 ฐานนำเลือดตนเองมาทาทับรูปตราสัญลักษณ์ทั้งสองพระองค์ท่าน อีกซักคดีจะเป็นไรไป เหอ เหอ เหอ



ด้าน 2 คู่หู  คุณไพบูลย์ นิติตะวัน หนึ่งในผู้ร่วมชัตดาวน์กรุงเทพ เป็นผู้ที่ยืนหนังสือคัดค้านแต่งตั้งสังฆราช รวมถึงแนวคิดตบย่ามพระ ที่ว่า "ทรัพย์สินพระ ทรัพย์สินวัด ทรัพย์สินใคร" ร่วมด้วยนายแพทย์มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์ทรพีที่พระธัมมชโยเคยให้ข้าวให้น้ำ ให้ที่ยืนในสังคมด้วยการส่งเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดัง อย่างฮาร์วาร์ด และอ๊อกซ์ฟอร์ด ซึ่งทั้ง 2 ท่านได้เดินทางไปยื่นหนังสือให้เจ้าคณะภาค 1 ไต่สวนตามกฎมหาเถรสมาคม ยก 5 เหตุ ธัมมชโยอาบัติปาราชิก 

ให้ตายเถอะ!! ผมมีความรู้สึกว่า กลุ่มคนที่พยายามยัดเยียดข้อกล่าวหาพระธัมมชโย ทำไมประวัติถึงดูขาวสะอาดน้อย จนถึงแทบไม่มีเอาซะเลย นี่ผมพยายามสุภาพสุดแล้วนะครับ ถึง DSI ก็เถอะ อุ๊บส์.. หลุด 555  จะโดนฟ้องไหมเนี่ย??

แต่ผมว่าตายหนึ่ง เกิดสิบก็งานนี้ งานธรรมกายนี่แหละวะ จะได้เห็นในเร็ววัน ว่าแต่หากมีโอกาสผมจะนำข้อมูลเผยโฉม ใครเป็นใครที่แวดล้อม DSI และคดีพระธัมมชโย ตำแหน่งที่ได้มาแต่ละท่านไม่ใช่เพราะโชคด้วย แต่เพราะด้วยธงที่ถูกตั้งขึ้น อย่างว่าละ ปลางับเหยื่อแล้ว จะถอนตัวก็ไม่ทัน งานนี้ DSI เดินหน้าอย่างเดียว พร้อมบิ๊กต๊อกร่วมประสานเสียง ชักขาเข้า-ออกเป็นบางครั้งเมื่อรู้สึกพลาดพลั้งเท่านั้นเอง อิอิอิ


และวันนี้วัดพระธรรมกายได้ทำหนังสือชี้แจง กรณี DSI ฟ้องหมิ่นประมาทพระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยบอกว่า แค่เป็นการเทศนา ปัดเผยแพร่ลงเน็ต แต่ก็พร้อมให้ความร่วมมือให้ตรวจสอบด้วยกระบวนการยุติธรรม โดยชอบด้วยกฎหมาย   


และวันนี้อีกเช่นกัน ศิษย์ธรรมกายได้เดินทางไปวัดอ้อน้อย เพื่อยืนหนังสือกล่าวหาพระพุทธะอิสระว่า ต้องอาบัติปาราชิก ท่ามกลางบรรยากาศภายในวัดที่เต็มไปด้วยทหาร และตำรวจ นี่วัดหรอ?? จริงๆ ในสายตาโยมๆ อย่างผม ท่านน่าจะพ้นจากความเป็นพระเมื่อครั้งขยับกรวยแล้วนะครับ



อีกเรื่องคืออย่างที่ผมเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ว่า เริ่มมีคนกลางๆ ให้ความสนใจคดีวัดพระธรรมกายมากขึ้น โดยตั้งข้อสังเกตถึงความพยายามยัดข้อกล่าวหา ล่าสุดมีทนายความท่านหนึ่งที่ออกตัวว่า ไม่ใช่ลูกศิษย์ และไม่เคยมาวัดพระธรรมกาย ให้ความเห็นว่า

"คดีพระธัมมชโย ปปง.เคยตรวจสอบแล้วในคดีเก่า เงินที่ถูกนำไปสร้างสิ่งต่างๆ ในกิจการของวัด ท่านไม่เคยจับเงิน รับแต่เช็ค เช็คไม่ใช่ของโจรนะครับ เงินท่านก็ไม่เคยจับ แล้วจะไปรับของโจรตรงไหนวะ"......

เงินที่ประธานสหกรณ์ยักยอกไปบริจาค ถ้าผิดก็ต้องผิดทุกองค์กรที่รับ ไม่ใช่ผิดแต่พระธัมมชโยเพียงผู้เดียว  



แถมเงินที่รับบริจาคยังได้รับน้อยกว่าที่อื่น พร้อมกันนี้ทนายความท่านนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า คดีความพระธัมมชโยมีเบื้องหลัง 100%  เป็นไปได้ว่าจะเป็นการปล้น แต่จะปล้นให้ใคร ไม่ทราบได้"

ก็ผมบอกแล้วไง คดีธรรมกายงานนี้สว่างกันทั้งบาง แถมสร้างแนวร่วมธรรมกายมากขึ้น พร้อมๆ กับช่วยประชาสัมพันธ์ศูนย์สาขา กิจกรรม ไปจนถึงที่ปฏิบัติธรรมให้เขาด้วย 

เห็นว่างานนี้ มีคนอยากรู้จักวัดพระธรรมกายกันตรึม ถึงขนาดเดินทางมาดูด้วยตาตัวเอง แม่เจ้าโว้ยยย DSI ครับ กุนซือคุณเป็นใคร?? ไล่ออกเถอะครับ ผมเชียร์ เอิ๊ก เอิ๊ก เอิ๊ก