แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมตตา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมตตา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

แค่คนเห็นต่าง ก็คิดทำลายล้าง.. บ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ?

6/5/59

เอากองพันทหารล้อมกรอบ แล้วยิงนกในกรงให้ลือลั่นทั่วโลกเลยทั่น  คราวนี้ขอ999เลยดีป่ะ”
ยิงนกในกรง

นี่เป็นความเห็นของคนระดับผู้อำนวยการในกระทรวงแห่งหนึ่ง  ที่โพสต์ในโซเชียลมีเดีย  ท่านเชียร์ให้ใช้ความรุนแรงกำจัดบุคคลที่มีความเชื่อต่างกับท่านในเรื่องศาสนา

อ่านแล้วตกใจมาก !!!  ทำไมข้าราชการในระดับนี้  จึงมีความเห็นที่รุนแรงอย่างไร้เหตุผล  คิดทำลายล้างบุคคลที่เห็นต่าง  เชื่อต่างได้อย่างโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ 

ทั้งที่ความเชื่อต่างในด้านศาสนานั้น ไม่ได้ทำลายชีวิตใครเลย  และวิธีการอื่นที่ใช้แก้ปัญหาได้ก็ยังมีอยู่

พอทราบกระทรวงที่ท่านสังกัดแล้ว  ยิ่งหนักใจไปกันใหญ่ 

บ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ?  วัฒนธรรมแห่งความเมตตากรุณา ที่บรรพบุรุษปลูกฝังกันมามันจะเหลือไหม ?
ถ้าทุกคนมีศีล 5 ดิน อากาศ ฟ้า จะสดใส โลกกับสวรรค์จะใกล้กัน

ที่จริงดิฉันชั่งใจอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีไหม  เพราะไม่อยากแตะต้องความคิดเห็นส่วนบุคคลของใคร  แต่พอนึกถึงความเสียหายที่จะเกิดในอนาคต  จึงคิดว่าจำเป็นต้องเขียนค่ะ

ก็เพราะบ้านเมืองเรามีผู้ใหญ่ที่นิยมแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงแบบไร้เหตุผลเช่นนี้ไงคะ  มันถึงมีเหตุการณ์เยาวชนใช้ความรุนแรงอยู่เนืองๆ เช่น ล่าสุดที่มีกรณีเด็กวัยรุ่น 6 คนรุมฆ่าคนพิการ 
นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ผู้เสียชีวิต

สมมุติว่าท่าน ผอ. บอก “โพสต์เล่น ๆ เอามัน”  ดิฉันก็ยังเห็นว่าไม่ควรทำ  เพราะใครจะรู้ว่าท่านพูดเล่นหรือพูดจริง แต่ไม่ว่าจะจริงหรือเล่น มันก็สามารถสร้างค่านิยมผิด ๆ ให้ผู้อ่านได้ทั้งนั้น

ผู้ที่ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอ  อ่านความเห็นของท่าน  แล้วอาจคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติ  ที่คนเราสามารถใช้ความรุนแรงกำจัดผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของตนเอง 

!!! ก็ทีผู้ใหญ่ยังคิดแบบนี้เลย !!!  แล้วจะให้เด็กมีความเมตตากรุณาต่อกันได้อย่างไร
แผ่นดินจะไม่ลุกเป็นไฟ ถ้าผู้นำคนไทยมีใจเป็นธรรม

แล้วมันก็เป็นไปไม่ได้  ที่จะทำให้ทุกคนเชื่อเหมือนกันหมด 

หากเยาวชนนึกว่านี่เป็นแนวทางที่ถูกต้อง  ในการกำจัดผู้ที่มีความคิดเห็นและความเชื่อที่ต่างกัน  ก็เลยใช้วิธีการที่ป่าเถื่อน  ในการกำจัดคนที่ไม่เห็นด้วยกับตน  

ถ้าเป็นเช่นนี้  แล้วสังคมเราจะอยู่ยังไงคะ ?

ถึงเวลาแล้วล่ะค่ะ  ที่คนไทยจะต้องรณรงค์ปลูกฝังค่านิยมด้านคุณธรรมกันอย่างแท้จริง 

ให้เป็นคนดีด้วยการคิดดี พูดดี ทำดี  ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร  สร้างแต่ความสงบร่มเย็น  ให้สามารถอยู่ด้วยกันแบบเอื้ออาทร
อย่าให้เครดิตคนพาล จงให้เครดิตคนดี

ไม่ใช่แค่ชี้หน้าด่าคนที่เห็นต่างว่า “เลว”  ก็กลายเป็น “คนดี” ได้แล้ว

ช่วยกันรณรงค์ให้ชาวไทยมีใจที่เปิดกว้าง  เคารพความเชื่อ  และความเห็นที่แตกต่างกันนะคะ 

ขอให้มองแบบเข้าใจว่า  แต่ละคนมีจริตอัธยาศัยแตกต่างกัน  ตามประสบการณ์  การเลี้ยงดู  การปลูกฝัง  และนิสัยส่วนตัว  จึงมีความเชื่อความชอบที่ต่างกันไป

เคารพสิทธิ์ในความเป็นมนุษย์ของกันและกัน ไม่คุกคามผู้ที่ความเชื่อและความชอบที่แตกต่างจากตน

โดยเริ่มจากตัวเราก่อนเลยค่ะ

...

มีแต่คนใจแคบเท่านั้นที่นึกว่า
ต้องคิดเหมือนตนจึง “ถูก”
ใครคิดต่าง “ผิด” หมด
มีแต่คนโง่เท่านั้นที่นึกว่า
ต้องเชื่อเหมือนตนจึง “ฉลาด”
ใครเชื่อต่าง “โง่” หมด
มีแต่คนใจร้ายเท่านั้น
ที่คิดจะกำจัดคนเห็นต่าง
ด้วยวิธีการอันโหดเหี้ยม

#เปิดใจให้กว้างยอมรับความต่าง
#คนดีไม่แก้ปัญหาด้วยความโหดเหี้ยม
#เป็นผู้ใหญ่ต้องทำตัวอย่างที่ดีให้เด็กดู
#ข้อคิด #พัฒนาตนเอง #ความสุข 
#ชุลีพรช่วงรังษี #OhLifeStory 

ขอให้โชคดีและมีความสุขนะคะ
ชุลีพร ช่วงรังษี
www.facebook.com/OhLifeStory
Line : @OhLifeStory ( http://line.me/ti/p/%40ohlifestory )
Instagram : Oh_Life_Story

รูปประกอบ : นกในกรง https://www.google.com.sg/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&source=images&cd=&cad=rja&uact=8&ved=&url=http%3A%2F%2Fwww.birdslover.com%2Fforum%2Fview.php%3Fgid%3D11%26id%3D304637&psig=AFQjCNE10OgYZiw3dCN_UPOHMzJpJKOH2A&ust=1462613317955469

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

นี่หรือคือ "ความยุติธรรม"!!!

จริงอย่างที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ อคติบดบังปัญญา... คนมีอคติย่อมมองไม่เห็นความจริง ทำให้วินิจฉัยผิดพลาด ขาดความเป็นธรรม เมื่อเกิดขึ้นกับผู้ที่มีหน้าที่รักษาความยุติธรรม การทำหน้าที่ของเขาจึงย่อมบกพร่องไปอย่างน่าเสียดาย...

กรณีการตัดสินใจของทีมงาน DSI ต่อเรื่องของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย บ่งชี้ถึง “อคติ” อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลของการขาดคุณธรรมหลายประการที่ “ผู้รักษาความยุติธรรม” จะพึงมี

ประการแรกคือ ความเคารพ หมายถึงการตระหนักในคุณความดีของใครๆ ตามที่มีอยู่จริง  เมื่อขาดคุณธรรมข้อนี้ จึงทำให้ตัดสินคนผิดพลาด  เกิดการจับผิด มองคนดีว่าเป็นคนเลว มองบัณฑิตว่าเป็นพาล มองผู้มีศีลว่าไร้ศีล และมองถ้อยคำที่เป็นจริงว่าโกหก เข้าทำนอง “เอาจิตใจคนพาลมาวัดจิตใจของวิญญูชน”



ประการที่สองคือ ขาดเมตตาธรรม ซึ่งเป็นคุณธรรมสำคัญที่ผู้รักษาความยุติธรรมจะพึงมี เพราะหน้าที่ในการรักษาความยุติธรรมนั้นเกิดขึ้นเพื่อรักษาความอยู่เป็นสุขของประชาชน เมื่อผู้มีหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมขาดคุณธรรมข้อนี้แล้ว จึงแทนที่จะรักษาความผาสุกของประชาชนก็กลับกลายเป็นกลั่นแกล้งรังแกประชาชนไปเสีย สิ่งที่ตามมาจึงทำให้ เกิดการ “ขาดมนุษยธรรม” กลายเป็นทีมงานโหดร้าย คอยย่ำยีทำลายผู้บริสุทธิ์



ใครที่ไม่เคยแก่ ไม่เคยเจ็บป่วย ไม่เคยมีอาการขนาดที่หลวงพ่อเป็น อาจยากที่จะนึกออกว่ามันเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยหากมีสติปัญญาและมีมนุษยธรรมสักนิด ย่อมจะพิจารณาได้บ้างว่า ผู้เฒ่าที่อายุ 72 ปีแล้วนั้น ไม่แข็งแรงเหมือนคนหนุ่มสาว ยิ่งเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ไม่เคยหยุดพักผ่อน ทำงานเพื่อสาธารณชนทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างที่หลวงพ่อวัดพระธรรมกายทำ ยิ่งไม่ใช่เรื่องที่จะหายได้ง่ายๆ นอกเหนือจากอาการเรื้อรังที่เป็นอยู่แล้ว อาการลมตีขึ้นศีรษะ อาการวิงเวียน บ้านหมุน ทรงตัวไม่ได้ ยังเป็นอีกอาการหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และฉับพลัน ... ใครไม่เคยเป็นอาจไม่รู้ ใครเคยเป็นจะรู้ดีว่ามันทรมานขนาดไหน และมันเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้...

แต่ถึงจะเป็นคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์เจ็บป่วยอย่างนี้ก็เถอะ ถ้าคิดสักนิดก็จะตัดสินได้ว่า พระท่านย่อมไม่โกหก ในชีวิตของท่านกล้าหาญที่จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่มหาชนมากมาย แม้มันจะแตกต่างจากสิ่งที่คนอื่นคุ้นเคย แต่ตรงกับคำสอนของพระพุทธองค์ แล้วท่านจะมากลัวอะไรกับเรื่องเล็กน้อยแค่ DSI ... และถ้ายังสงสัย ก็หาข้อมูลเพิ่มเติมสักหน่อยก็จะทราบว่า ท่านไม่ได้ออกมาสอนเป็นเวลาสองวันแล้ว ตั้งแต่ 23 เม.ย.59 เป็นต้นมา ... หากยังไม่มั่นใจอีกก็สามารถที่จะส่งแพทย์ไปตรวจได้ ว่าท่านอาการป่วยท่านเป็นอย่างไร แค่ไหน จริงหรือเปล่าที่ไม่สามารถมาได้ แต่กลับไม่ทำ และยังตัดสินในทำนองที่ว่าท่านให้การเป็นเท็จ ซึ่งเป็นการตัดสินไปเองโดยขาดความเป็นธรรม และเป็นการหมิ่นประมาทท่านซึ่งเป็นพระมหาเถระเป็นอย่างมาก

ความจริง ทีมงาน DSI ก็เคยเห็นอาการที่หลวงพ่อเป็นอยู่อยู่แล้วและย่อมทราบดีว่าท่านไม่สามารถที่จะมารับฟังข้อกล่าวหาได้ด้วยตนเอง ... แต่ก็น่าสังเกตว่า ทำไมจึงตัดสินออกมาเช่นนี้ มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่??? 



ขอความกรุณาท่านผู้ใหญ่ใน DSI ได้โปรดพิจารณาตนเองด้วยค่ะ 



มีเพียงคนที่รู้จักให้เกียรติผู้อื่นเท่านั้น จึงจะนับว่าเป็นคนมีเกียรติ

มีเพียงคนที่มี “มนุษยธรรม” ในใจเท่านั้น 
จึงควรค่าที่จะเรียกตนเองว่าเป็น "มนุษย์" อย่างสมภาคภูมิ

รักษ์ธรรม
ภาพขาปัจจุบันของหลวงพ่อที่เป็นเป็นแผลเรื้อรังเพราะโรคเบาหวาน




ขาซ้ายมีลักษณะเข้ม คล้ำ และเป็นแผลเรื้อรัง