วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

จดหมายเหตุบุกจับ ตอน เข้าแผนบิ๊กต๊อก จับ“ธัมมชโย”ทุกวิธีตามกฏหมาย เหรอ?? (23 มิ.ย.59) ตอนที่ 6

แถลงข่าวรายวัน พอๆ กับสร้างประเด็นเท็จรายวัน  นี่ต้องชื่นชม IO ของทีม DSI และ รมต. ยุติธรรมมากๆ สำหรับความคิดสร้างสรรค์เลวได้ใจ พ่อแม่ต้องภูมิใจที่ลูกนำวิชาความรู้ที่ได้เล่าเรียนมา ใช้ทำลายล้างคนดีมีศีล พระเจ้าก็ไม่เว้น ชื่นชมด้วยใจจริงนะครับ เหอ เหอ เหอ

เอ้าเข้าเรื่องกันดีกว่า ช่วง 1-2 วันนี้มีประเด็น DSI พบเงินบริจาคงอก 400 ล้าน และช่างสอดคล้องที่มีกลุ่มคนที่อ้างว่า เป็นสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ออกมาถือป้าย แย้งไม่ยอมความธรรมกาย

ซึ่งก่อนจะเข้าเนื้อหา การกล่าวอ้างดังกล่าวต้องขอชื่นชม DSI ที่ลาก แถกระแสสังคมมาจากประเด็นหลักไกลซะออกอ่าว หลงประเด็นว่าแรกเริ่มของเรื่องคือ 

เงินบริจาคคุณศุภชัย ถูกบริจาคไปหลายส่วน ทั้งแวดวงการเมือง สหกรณ์ โรงเรียน องค์กรการกุศลต่างๆ สภากาชาดไทยก็ใช่ รวมทั้งหมด 11,367 ล้านบาท รวมถึงวัดพระธรรมกาย ในส่วนวัดพระธรรมกายเป็นสัดส่วนน้อยที่สุด คิดเป็น 8% ไม่รู้ที่มาของเงิน แต่ลูกศิษย์ตั้งกองทุนช่วยเหลือคืนไป 600 กว่าล้าน 



จากข้อมูลที่มีถึง บอกว่า DSI ไม่จริงใจ มีวาระแอบแฝง มีธงในการดำเนินคดี สหกรณ์ทำหนังสือขอบคุณวัดพระธรรมกาย ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องช่วย และเป็นเงินก้อนเดียว หน่วยงานเดียวที่ช่วย 

ประเด็นมีแค่นี้ แต่ DSI มีความพยายามยัดเยียดข้อกล่าวหา ขณะที่พระธัมมชโยป่วย DSI ก็ไม่จริงใจส่งแพทย์เข้าตรวจ แถว่าใบรับรองแพทย์ปลอมซะงั้น... มันใช่เหรอครับ

เออ นอกเรื่องนิดนะครับ จากประวัติศาสตร์ของ DSI รุ่นพี่ของแต่ละท่านส่วนใหญ่ติดคุกด้วยข้อหาที่ต่างกัน

ผมว่า DSI ยุคนี้ก็ไม่ต่างกันนะครับ คิดดีๆ ครับ พวกคุณเป็นข้าราชการประจำ แต่รับใช้ข้าราชการการเมือง ซึ่งมาแป๊บๆ ก็ไป แต่พวกต่างหากที่ยังอยู่ คิดยาวๆ ครับ ผมเข้าใจการเรียนการสอนบ้านเราไม่ค่อยสนับสนุนให้คิด ให้วางแผน แต่นี่อนาคตพวกคุณเอง จะไม่คิดเหรอครับ

แล้วธรรมกายน่ะ เขามีลูกศิษย์ลูกหาเยอะแยะ ถ้าไม่แน่จริงเขาคงไม่มีศูนย์สาขาแตกเป็นเห็ดทั่วโลก และใช้เวลาเพียง 40 กว่าปี สร้างอะไรใหญ่ๆ โตๆ อย่างที่เห็น นี่ขนาดวัดเขายุ่งขนาดนี้ยังไม่วายจัดบวชพระ เออ เอาเข้าสิ นอกเรื่องป่ะ

นั่นจึงเป็นที่มาของคำพูดที่ว่า การออกหมายจับไม่ชอบด้วยกฏหมาย

จึงอยากฝากถึงผู้ที่มายืนประท้วงว่า "ท่านประท้วงผิดขั้นตอนนะ" จริงๆ คือ พวกคุณต้องขอบคุณวัดพระธรรมกาย และไปประท้วงเร่งให้ DSI ให้ไปตามเงินจากส่วนงานการกุศลอื่น เพราะประท้วงโดยไม่ทำการบ้าน ไม่หาข้อมูล เกรงว่าจะคว้าน้ำเหลวนะ



ส่วน DSI ที่อ้างว่าพบเงินบริจาคงอก ศิษย์ธรรมกายบอกขอหลักฐาน การกล่าวอ้าง ซึ่งคำพูดในลักษณะนี้ใครก็พูดได้  ที่สำคัญศิษย์ธรรมกายยัน เช็คทุกใบตรวจสอบได้ 


ด้านบิ๊กต๊อก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เพ้อจับพระธัมมชโยทุกวิธี (ที่ตั้งใจสร้างความชอบธรรมเองกับมือ) ตามกฎหมาย

เช่นเดียวกับที่เพ้อว่า เมทแอมเฟตามีน (สารตั้งต้นยาบ้า) พ้นยาเสพติด ความต้องการ (เสพ) จะลดลง พูดเป็นสินค้าแถวสำเพ็งไปได้ ซื้อหรือมีเยอะจะถูก


ขอโทษนะครับ ตำแหน่งรัฐมนตรีนี่ เขาจับฉลากให้มาไหม?? ตรรกะในการคิดประหลาด ไม่มีแม้สักนิดที่จะคิดห่วงใยคุณภาพชีวิตคนไทยตาดำๆ คิดได้ไง "ปราบไม่ได้ก็ต้องอยู่ร่วมกัน

คือว่า ถ้าจริงจังจริงๆ เหมือนดำเนินคดีวัดพระธรรมกาย ทำไมจะปราบไม่ได้ เสียชื่อชายชาติทหาร มือปราบเสื้อแดง

เว้นเสียแต่ว่ามีผลประโยชน์ร่วม ไปมาเก๊าถี่จนชักหน้าไม่ถึงหลัง หมุนเงินไม่ทันครับ อุ๊บส์!! ขอโทษ หลุดปากผมไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษคร๊าบบ ที่พูดตรงไปนิด 

เอาเป็นว่า วันนี้พอแค่นี้ พรุ่งนี้ค่อยมาย่อยข่าวให้อ่านอีกที 
กราบสวัสดีทุกท่าน ทุกคนครับ

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

จดหมายเหตุบุกจับ ตอน คน--ไม่ใช่จิ้งหรีด หยุดปั่นได้แล้ว!! (21 มิ.ย.59) ตอนที่ 5

จะไม่ขอออกความเห็น 2 ประเด็นดังช่วงนี้ในเมืองไทย คือ 

รมต.ยุติธรรมเล็งยกเลิกแอมเฟตามีน สารตั้งค้นยาบ้า ให้เป็นสิ่งถูกกฏหมาย ซึ่งที่ผ่านมาข้าราชการที่อยู่ในแวดวงที่เนื่องด้วยสิ่งเสพติด ถูกเชิญไปร่วมฟังแนวคิด ซึ่งก็ไม่รู้ผลเป็นไง รู้แต่ว่าคุณกรณ์ จติกวนิชโดนออกมารับลูกโดยพูดทำนองว่า ชื่นชมแนวคิดรมต.ที่คิดนอกกรอบ น่าสนใจ 




ผิดกับชาวเน็ตทั่วโลกที่วิจารณ์กันขรม ว่าคิดได้ไง?? มีอะไรผิดปกติไหม ?? ซึ่งรัฐมนตรีของเราก็ออกมาเปรียบเทียบทั้งแปลกๆ ว่า ยาบ้าก็เหมือนบุหรี่ หรือกาแฟก็ใช่ ที่มีฤทธิ์ทางสมอง หูยยยย...คิดได้ ตำแหน่งมาไหม-ไม่รู้  รู้แต่ว่า รมต.เราเขาชอบไปมาเก๊านะ  อุ๊ย..ลืมว่าจะไม่ออกความเห็น

ลืมมันไปเถอะ..




ลุงตู่ก็เช่นกันวันนี้อาจเป็นอีกวันที่เคร่งเครียด เพราะฝนตกน้ำท่วมกรุงเทพอีกแล้วในตอนเช้า ลุงตู่บอกว่า "กรุงเทพเมืองต่ำ ยังไงก็ท่วม..." ที่สำคัญลุงตู่ยังบอกว่า "ที่ท่วมเพราะคนชั่วอยู่เยอะ"... ที่เหลืออ่านเอง ว่าแต่วันนี้..น้ำท่วมแถวศาลอาญาหนักครับ ที่เหลือคิดเอา พูดได้แต่เกรงว่าลุงอารมณ์ขึ้น แล้วจะทุ่มโพเดี้ยม อิอิ






นี่ต่างหากคือสิ่งที่อยากพูด กระแสชวนย้ายค่ายมือถือ หลังจากเจ้าสัวบุญชัย ออกมาชวนคนมาปฏิบัติธรรม สวดมนต์ที่วัดพระธรรมกาย นี่ชวนคนมาทำความดี ไม่มีสักนิดที่ชวนปิดถนน อุ๊บส์!!



ก็นั่นแหละเหตุดังกล่าว ถึงมีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งความคิดประหลาด ชวนย้ายค่ายมือถือซะงั้น ซึ่งแน่นอนกระแสชวนเปลี่ยนค่ายส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเสี่ย ร้อนถึงภรรยาเสี่ยคุณตั๊ก โพสต์ใน facebook ส่วนตัวให้อภัยคนกล่าวร้าย และผลของการให้อภัย ขอให้ธุรกิจรุ่งเรือง ขณะที่ Dtac ที่ออกหนังสือ ไม่เกี่ยวกับเสี่ยสิ้นเชิง



พร้อมกัดฟันดันโปรเน๊ตสู้ โค-ตะ-ระ ถูกภายใต้แนวคิด สู้สุดใจ ยก 2 เวอร์วัง...ปังกว่าเดิม ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 249 บาทเน็ต 10 GB ความเร็วที่ 3G และ 4G และมีให้เลือกหลากหลายแสนถูก เดี๋ยวๆ จะหาว่าเชียร์ให้เปลี่ยนค่าย เทใจมาที่ dtac ป่าวเลย แค่จะบอกว่า ถ้าไม่พิจารณา นี่เข้าขั้นประหลาด เพราะแสนถูก 



แต่ที่สำคัญอยากเตือนท่านไว้ อย่าหลงไปกับกระแส โดยเฉพาะกระแสที่สร้างความเกลียดชัง โดยไร้สติ 

คิดสิจำได้ไหม เมื่อหลายปีก่อนในสมัยอดีตนายกยิ่งลักษณ์ กับประเด็นยางพาราที่บอกว่าราคาตกในตอนนั้น ซึ่งก็ถือว่าแพงกว่าในปัจจุบัน ครั้งนั้นเห็นออกมาโวยวาย ประท้วงปิดถนน ด่าทอต่างๆ นาๆ พอมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน ราคาต่ำเรี่ยราด  ดิ่งฟ้าเหว พูดอะไรได้ไหม พูดออกไปเป็นไง เจอสวน "ก็ปลูกกันเยอะ ราคาตก อยากได้ราคาดีให้ไปขายที่ดาวอังคารโน่น" 



เงียบสิครับงานนี้ คิดให้ดีจะตกเป็นเหยื่อของคนปั่นกระแสนะคร๊าบบ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน อย่าลืมง่ายกันนักคนไทย เจ็บแล้วจำ จำไม่ได้..จดครับ ผมเป็นห่วง เท่านี้ครับที่นำมาสรุปข่าวให้ฟัง ครั้งหน้าจะมาว่าเรื่องอะไรคอยติดตามในโอกาสต่อไปครับ

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

จดหมายเหตุบุกจับพระธัมมชโย ตอนพิเศษ ปฏิบัติการ IO ลับ ลวง พลาง สร้างข่าว

ช่างบังเอิ๊ญ บังเอิญเสียนี่กระไร ข่าว 2 วันมานี้ "ตะลึงงัน ชาวบ้านแจ้งตำรวจพบยาไอซ์  ในรถจอดตรงข้ามรั้ววัดพระธรรมกาย"

จากข้อมูลผู้อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า  มีหญิงสาวเอารถมาจอดแล้วแจ้งว่ารถเสีย ให้คนเข้าไปช่วยดู แล้วเธอก็หายไป ทิ้งรถไว้ รออยู่พักใหญ่ไม่เห็นมาสักทีเลยแจ้งตำรวจ พอตำรวจมาถึงก็รอจนกว่านักข่าวมา จึงเริ่มตรวจค้น และพบยาไอซ์ในรถในที่สุด  



ซึ่งใน Social Media ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ พร้อมยกคำศัพท์ ภาษาอังกฤษว่า  “Information Operation” หรือ  IO  คือการ “การปฏิบัติการสารสนเทศ” สร้างผลกระทบต่อการคิด ตัดสินใจของฝ่ายตรงข้าม หรือสร้างอิทธิพลต่อการคิด การตกลงใจ จากข้อมูลข่าวสารและระบบสารสนเทศของฝ่ายตรงข้าม  

สำหรับเมืองไทยแล้ว จะเรียกว่า “การปฏิบัติสารสนเทศ” ในแวดวงทหารจะเรียกว่า  “การปฏิบัติการข่าวสาร” แต่การทำงานคล้ายกัน
   

จึงมีการตั้งข้อสังเกต หลากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัดพระธรรมกายในขณะนี้ ทั้งไม้เถื่อน  จ้างคนมาชุมนุม และล่าสุด พบยาไอซ์ในรถ จอดตรงข้ามรั้ววัดพระธรรมกาย  วัตถุประสงค์เพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้ได้ จึงต้องสอดประสานกับข่าวสารที่ถูกสร้างขึ้น 


และโดยเฉพาะวันนี้ ที่มีข่าวสารที่ช่างบังเอิญเสียนี่กระไรกับข่าว ศิษย์เก่า 24 อาชีวะรวมตัวปกป้องสถาบัน ร้องคนไทยแสดงพลัง ให้กำลังใจรัฐปรามคนผิด สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของคุณจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ให้ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ว่า  ..มีการเตรียมสำรองเด็กอาชีวะชุมนุม 19 มิถุนายน หวังเสี้ยมให้เกลียดธรรมกาย และสั่งบุกวัดเพื่อปะทะกับศิษย์ธรรมกาย  ซึ่งตรงนี้ก็ต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดต่อไป


จดหมายเหตุบุกจับ ตอน ผลพวงออกหมายจับ (20 มิ.ย.59) ตอนที่ 4

ฝุ่นควันคละคลุ้ง หลัง DSI  เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับพระธัมมชโย  ซึ่งหลังการเข้าตรวจค้นดังกล่าว ผู้ที่อยู่ในแวดวงกฏหมาย ให้ความเห็นถึงความผิดปกติในการตรวจค้น เช่น นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความสิทธิมนุษยชนและเลขาธิการกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.)  ระบุความตอนหนึ่งว่า ...

พระธัมมชโย เป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ยังไม่แจ้งข้อหาจึงไม่ใช่ "เป็นผู้ต้องหา" เมื่อยังไม่แจ้งข้อหาก็ยังไม่ได้สอบสวน

แม้จะอ้างการสอบสวนผู้ต้องหาบางคน ซึ่งการสอบสวนนั้นอาจยังไม่สิ้นกระแสความว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 คน ได้ร่วมมือกันหรือสมคบกันอย่างไร มีข้อเท็จจริงปรากฏในทางสอบสวนครบถ้วนครบองค์ประกอบความผิดนั้น โดยปราศจากข้อสงสัยเป็นที่ยุติแล้วหรือไม่

มิใช่เพียงสอบสวนเท่าที่พอใจ แล้วผลักภาระให้ตกเป็นของจำเลยไปพิสูจน์ตนเองในชั้นศาล ดังที่ชอบทำกัน



ขณะที่วันนี้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักการข่าวและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอออกหมายค้นเพื่อเข้าไปในวัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่



ซึ่งนายเรืองไกร กล่าวว่า การขอหมายค้นดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่ดีเอสไอได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องให้พนักงานอัยการแล้ว โดยมีการส่งสำนวนพร้อมความเห็น เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. และหลังจากนั้นในวันที่ 15 มิ.ย. ก็ขอออกหมายค้นตามมาอีก ทั้งที่อำนาจสอบสวนน่าจะหมดลงแล้ว และเป็นอำนาจของพนักงานอัยการเท่านั้น

ดังนั้น ดีเอสไอ ในฐานะพนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจที่จะสอบสวน รวมทั้งการขอหมายค้น ซึ่งถือเป็นขั้นตอนของการสอบสวน 



ด้าน DSI  ในนามคณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ออกเอกสาร แถ “ขอหมายค้นธรรมกาย จับ 'พระธัมมชโย' ตามขั้นตอนกฎหมาย”



ส่วนกรณีคุณบุญชัย เบญจรงคกุล หลังจากที่ผ่านมามีคลิปเชิญชวนให้ลูกศิษย์พระธัมมชโย ร่วมปฏิบัติธรรมให้กำลังใจพระธัมมชโย นั้นวันนี้พระพุทธะอิสระแห่งวัดอ้อน้อยระบุ เจ้าสัวบุญชัยเข้าข่ายผิดพ.ร.บ. ชุมนุมฯ เป็นการกระทำเข้าข่ายความผิด ฐานยุยงปลุกปั่น ปลุกระดม หนำซ้ำยังเป็นการขัดขวางการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ซึ่งผิดในมาตรา 189


เช่นเดียวกับนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ทายาทธุรกิจในเครือโนเบิล บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ และเป็นแนวร่วม กปปส. กล่าวว่า นายบุญชัยไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้ความคิดเห็นส่วนตัวแก้ต่างให้พระธัมมชโย นี่คือความผิดระหว่างรัฐและบุคคล




ซึ่งการวิจารณ์ของทั้งพระพุทธะอิสระ และนายธนัตถ์นั้น ได้มีการตั้งข้อสังเกต โดยเปรียบเทียบกับคดีความของพระพุทธะอิสระในข้อหากบฏ ขณะที่นายธนัตถ์ เคยมีประเด็นขับรถปอร์เช่ พุ่งชนรถมอเตอร์ไซค์ของคนเสื้อแดงที่จอดอยู่บริเวณโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ในปี 2553 

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีความพยายามกล่าวให้ร้ายเจ้าสัวบุญชัย ว่าเข้าข่ายกระทำความผิดฐานปลุกปั่น ปลุกระดมนั้น วันนี้วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และโพสต์ทูเดย์ ได้โพสต์ลงในทวิสเตอร์ส่วนตัวระบุ บทสัมภาษณ์ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า “เจ้าสัวบุญชัย ไม่ได้ปลุกระดมศิษย์ธรรมกายมาปกป้อง “พระธัมชโย” แค่มาชวนคนมาสวดมนต์ ผมฟังอยู่ ติงสื่อจะให้ตีกัน”




และแม้ว่าวัดพระธรรมกายมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในขณะนี้ ก็ยังคงเดินหน้าจัดงานบุญ ล่าสุดจัดบวชพระ 100 รูป และจากประเด็นนี้เองได้ประเด็นการพูดคุยในทวิตเตอร์อย่างกว้างขวาง เช่น  สถานการณ์แบบนี้ ยังมีคนต้องการมาบวชที่ #ธรรมกาย เป็นร้อย  หรือ แม้แต่วัดพระธรรมกาย เส้นทางการเงินโปร่งใสมีหลักฐานใบเสร็จชัดเจนในการรับบริจาคใช้แต่สภากาชาดไทย ล่ะครับ ..




ขณะที่ยังมีประเด็นอื่นๆที่มีการถูกแชร์​และรีทวีตเป็นจำนวนมาก เช่น 

กิตติรัตน์ค้านสุดชีวิต ถ้าใครทำยาบ้าถูกกฏหมาย ชี้เป็นสารคนละตัว



ถ้าผมไม่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ผมก็จะเริ่มศรัทธาในความคงมั่นของศิษย์พุทธผ่านทางวัดพระธรรมกาย  เป็นต้น




และนี่คือทั้งหมดของความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในแวดวงพระศาสนาวันนี้ ซึ่งเราจะนำมาสรุปให้ทราบในวันถัดไป

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2559

จดหมายเหตุบุกจับ ตอน ยุทธการสร้างความชอบธรรมในการดำเนินคดี ตอนที่ 2 (17 มิ.ย.59)

อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น หลังจากวานนี้ DSI ไม่ประสบความสำเร็จในการเข้าจับกุมพระธัมมชโย เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา  วันนี้จึงมีข่าวบุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรม ซึ่งเป็นศูนย์สาขาวัดพระธรรมกาย จ.ลำปาง อ้างเจอไม้เถื่อนเพียบ ขณะที่พระอาจารย์จากศูนย์ฯระบุ ไม้ดังกล่าวคือ ต้นไม้ที่ล้มจากการโดนพายุ ที่ผ่านมาจึงได้ขออนุญาติผู้ดูแลในพื้นที่นำไม้เหล่านั้น มาทำประโยชน์ในพระพุทธศาสนา พระอาจารย์กล่าวว่า  การให้ร้ายศูนย์สาขาวัดพระธรรมกายครั้งนี้คาดเป็นไปตามกระแส เพื่อเป็นประเด็นในการโจมตี


ยึดรถรางมูลนิธิธรรมกาย ข้อหาจอดรถในที่สาธารณะกีดขวางการจราจร ที่จอดอยู่บริเวณคลองแอน ระหว่างคลอง 2 และคลอง 3 



ขณะที่บรรยากาศที่วัดพระธรรมกายภายในวันนี้ สื่อนำเสนอข่าวว่า ยังคงมีคณะลูกศิษย์พระธัมมชโย เดินทางมาให้กำลังใจพระธัมมชโยจนเต็มห้องแก้วสารพัดนึก ขณะที่พระภิกษุสงฆ์จาก 323 วัดใน 4 จังหวัดภาคใต้เดินทางมาให้กำลังใจพระธัมมชโย โดยมีพระภาวนาธรรมวิเทศ.ให้การต้อนรับ 



ในส่วนของสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกายตั้งจุดต้อนรับสื่อมวลชน มีการนำลูกประคำดิจิตอล (ที่นับสัมมาอะระหัง) สำหรับการประคองสติมาแจกสื่อมวลชน  หลังจากวานนี้ นายแพทย์มโน เลาหวณิช ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ลูกประคำดังกล่าวคือ วิทยุสื่อสารสำหรับฟังคำสั่งเจ้าอาวาส  ขณะที่วันนี้นายแพทย์มโนยังพยายาม ให้ข้อมูลว่า "พระธัมมชโย" สบายดี เดินสั่งการต้านรัฐเอง" 



ขณะที่พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมต.ยุติธรรมไม่ทิ้งลาย ชายชาติทหาร กล่าวในประเด็นออกหมายจับพระธัมมชโยว่า “จะให้นำทหารหนึ่งกองพลปิดธรรมกายหรือไม่?? 


พร้อมกันนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. ขึ้นแบล็กลิสต์​ห้าม "พระธัมมชโย" ออกนอกประเทศ ทั้งที่ผ่านมาลูกศิษย์พระธัมมชโยยืนยันข้อมูลมาโดยตลอดว่า "พระธัมมชโยป่วย ไม่มีหนังสือเดินทาง และท่านก็ตั้งใจว่า จะอยู่ที่วัดพระธรรมกาย วัดที่ท่านขุดดินก้อนแรกในการเริ่มสร้างในปี 2513" 



ขณะที่วานนี้อีกเช่นกัน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี ม.รังสิต โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยบอกว่า “เรียนรัฐบาล และอธิการบดีทั่วประเทศ ทำไมปล่อยให้ “ลัทธิธรรมกาย” เข้าครอบงำชมรมพุทธฯเกือบทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อล้างสมองเยาวชน..... เยาวชนรุ่นใหม่ถูกผูกขาดในชื่อ “ธัมมชโย” คนเดียว




ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ที่ผ่านมามีภาพ ดร.อาทิตย์ในเครื่องแต่งกายต่างศาสนิก จนมีการตั้งคำถามถึงความจริงใจ ในการให้ความเห็นในเรื่องพระพุทธศาสนามากน้อยเพียงไร



ขณะที่ใน social media อีกเช่นกันมีการแชร์ข้อมูล ชื่นชมพ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รอง DSI ถึงท่าทีอันเป็นมิตรที่มีต่อพระสงฆ์ และลูกศิษย์พระธัมมชโย โดยมีการติดแฮชแท็กคำว่า "น่าจะเป็นอธิบดี เพราะคนดีชอบธรรม นอบน้อมเคารพ สงบ สันติ" 



และในส่วนของการแจ้งความวานนี้ DSI ตั้งใจใช้ยาแรง เขียนเสือให้วัวกลัว โดยแจ้ง 3 ข้อหาหนักกลุ่มศิษย์ธรรมกายคือ ขัดขวางปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือผู้ต้องหา และผิดพรบ.ชุมนุม  ซึ่งการแจ้งข้อหาดังกล่าวขัดแย้งกับภาพการชุมนุมที่สงบ สันติ อหิงสา ด้วยการนั่งสมาธิ สวดมนต์ ภาวนา ท่ามกลางฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากการชุมนุมที่สร้างความรุนแรงของกลุ่มการเมืองที่ผ่านๆ มา



นี่คือความเคลื่อนไหวตลอดทั้งวันที่เรานำมาสรุปให้อ่าน สำหรับความเคลื่อนไหว หรือยุทธศาสตร์สร้างข่าว สร้างความชอบธรรมในการจับตัวพระธัมมชโยจะเป็นอย่างไร จะติดตามนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

จดหมายเหตุบุกจับ ตอน ยุทธการบุกค้นวัดพระธรรมกาย ตอนที่ 1 (16 มิ.ย. 59)

"ตอนบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย" วลีสุดฮิปเพียงข้ามวัน เมื่อ dsi นำกำลังตำรวจบุกตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมพระธัมมชโย กระทั่งลูกศิษย์วัดได้ออกแถลงข่าว ความตอนหนึ่งว่า "นอกจากพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) จะเจ็บป่วยมีอาการอาพาธรุนแรงมากแล้ว คณะศิษย์ฯเห็นพ้องต้องกันว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยการมอบตัวก็ต่อเมื่อบ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คือเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แล้วเท่านั้น"



ซึ่งวลีนี้ก็ขึ้นเป็นเทรนด์ทวิตเตอร์เป็นอันดับหนึ่งของวันนี้ (16-06-59) ตามคำแถลงศิษย์ธรรมกาย กระทั่งสื่อในประเทศนำไปเป็นเล่นประเด็นต่อ ไม่เว้นแม้แต่สื่อต่างประเทศ ก็เช่นกัน  


แถลงข่าวคณะศิษย์พระเทพญาณมหามุนี

ขณะที่ในโลก SOCIAL MEDIA มีการพูดถึงการต่อสู้ตามยุทธศาสตร์ธรรมกายที่ว่า สงบ สันติ อหิงสา ด้วยการทำกิจกรรมสวดมนต์ นั่งสมาธิ ท่ามกลางฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ลุกไปไหนของบรรดาลูกศิษย์พระธัมมชโย 



ส่วนบรรยากาศการค้นวัดพระธรรมกายครั้งนี้ มีพ.ต.ต.สุริยา  สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำหน่วยชุดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น จับกุมพระธัมมชโย ในเวลา 8.00 น. โดยประมาณ มีการเจรจากันที่บริเวณประตู 7 (หน้าอำเภอคลองหลวง) ท่ามกลางกองทัพนักข่าวทั้งในและต่างประเทศ กระทั่งได้ข้อสรุปและยอมให้มีการตรวจค้น จากนั้นจึงได้ฝ่าฝูงชนที่กำลังนั่งสมาธิ เข้าไปในบริเวณวัด แต่ด้วยความที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง บวกกับฝูงชนที่ทยอยเข้ามาภายในวัดอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้ต้องหยุดการค้นภายในวัด ในเวลา 13.40 น. ด้วยเหตุผลคือ สภาพอากาศไม่เป็นใจ และมวลชนเยอะเกินไป 



ในขณะที่มีการพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่วัด และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ มีกระแสข่าวพบชายต้องสงสัย ขณะโกนศรีษะใกล้บริเวณประตูทางเข้า 5 จากข่าวให้ข้อมูลว่า รถสวมทะเบียนปลอม และเตรียมสร้างสถานการณ์ ก่อนที่จะพบหลักฐานว่า เป็นดาบตำรวจสายตรวจพิเศษสภ.คลองหลวง พร้อมให้ข้อมูลว่า ตนเองไม่ได้มาปลอมเป็นพระ หรือสร้างสถานการณ์ เหตุที่ต้องโกนผม ขณะนั้นฝนตก จึงไม่รู้จะทำอะไร จึงนำใบมีดโกนมาโกนศรีษะ และถอดเสื้อออก จนกระทั่งมีพระวัดพระธรรมกายผ่านมาเห็น


ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. กล่าวความตอนหนึ่งไว้ถึงการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย กล่าวความตอนหนึ่งว่า หากมีเหตุเสียเลือดเสียเนื้อ จะรับผิดชอบเอง



ในช่วงเวลาเดียวกัน นพ.มโน เลาหวณิช ที่อ้างว่าเป็นอดีตลูกศิษย์ใกล้ชิดพระธัมมชโยได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ในรายการ TNN24 ถึงการค้นหาโดยบอกว่า "ให้ใช้หน่วยคอมมานโดใช้บันไดพาด และเข้าทางคลองแอน" ซึ่งบทสัมภาษณ์ดังกล่าว ได้สร้างความแปลกใจ และตั้งข้อสงสัยว่า "นี้คือความคิดของผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นอดีตลูกศิษย์ใกล้ชิดและได้รับการส่งเสียเล่าเรียนโดยพระธัมมชโย จริงๆ หรอ??"


และช่วงค่ำในวันเดียวกัน นพ.มโน ให้สัมภาษณ์ออกรายการถามตรงๆ กับจอมขวัญ พร้อมให้บทสัมภาษณ์ที่สร้างอารมณ์ขันให้กับลูกศิษย์พระธัมมชโยเป็นอย่างมากกับประเด็นลูกประคำดิจิตอล (เครื่องนับจำนวน) ราคา 20 บาท ที่เหล่าลูกศิษย์นำติดตัวมา เพื่อประคองสติ ฝึกสมาธิด้วยนับคำภาวนา "สัมมาอะระหัง"  ซึ่งคุณหมอมโนบอกว่า ลูกประคำดิจิตอลดังกล่าวคือ เครื่องส่งสัญญาณ เข้าหลักคิดที่ว่า "จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้" จริงๆ


ด้านดีเอสไอ แจ้งความเอาผิด ม. 189 ลงโทษผู้ขัดขวางการจับกุมพระธัมมชโยหลังศาลอนุมัติหมายค้น ชี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 



ทั้งนี้ พ.ต.ต.สุริยา  สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับคำชื่นชมจากบรรดาลูกศิษย์วัดเป็นอย่างมาก ในความประนีประนอม และมีท่าทีเป็นมิตร 


ขณะที่บิ๊กต๊อก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมต.ยุติธรรมกล่าวให้สัมภาษณ์ในช่วงเช้าว่า "หากไม่ได้ตัวพระธัมมชโย ก็จะขอหมายจับใหม่จนกว่าจะจับได้" 

และช่วงบ่ายภายหลังยุติการค้นหา บิ๊กต๊อกได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า   "หากนำกำลังเข้าจับกุมตัวพระธัมมชโยนั้นได้ แต่เจ้าหน้าที่ประเมินดูแล้วว่า ได้ไม่คุ้มเสีย"



อีกทั้งในโซเชียลมีเดีย ได้มีการเทียบเคียงข่าวที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา คือ ข่าววัดพระธรรมกาย กับนโยบายการถอดบัญชียาบ้าพ้นบัญชียาเสพติด ชี้ ปราบไม่สำเร็จก็ต้องอยู่ร่วมกัน โดยบอกว่า วัดพระธรรมกายสร้างคนดีมากมาย อยู่ไม่ได้เหรอ?? "ยาบ้า" ปราบไม่สำเร็จก็ต้อง 'อยู่ร่วมกัน' 


และทั้งหมดคือความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในวันนี้ และจะมีการออกหมายจับอีกวันใด จะนำมาสรุปให้ทราบในโอกาสต่อไป