ศิษย์วัดพระธรรมกายมีงง ถาม DSI และพล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมต.ยุติธรรม ใช้มาตรฐานอะไรในการพิจารณาคดีไหนเร่งด่วน คดีไหนใช้งบประมาณ กำลังพลอย่างไร
โดยเฉพาะคดีของวัดพระธรรมกาย ยังเป็นคดีที่สุดแสนประหลาด คือ เป็นพระภิกษุอาพาธหนัก อายุกว่า 72 ปี ทั้งยังเป็นเพียงผู้ต้องหา ยังไม่สอบสวน ยังไม่ได้ตกเป็นจำเลยในคดีเลย คดีนี้ตามข่าวคาดว่า ใช้กำลังเจ้าหน้าที่อาวุธครบมือนับพันนายปิดล้อมวัดพระธรรมกาย เฮลิคอปเตอร์ รถหุ้มเกราะ ไม่นับรวมสายสืบแฝงตัวเก็บข้อมูล รวมถึงสื่อเองต่างเกาะติดสถานการณ์ภายในวัดร่วมเดือน ถึงขนาดมีการทำสกู๊ปข่าวแนะนำพื้นที่วัด สิ่งก่อสร้าง โดยอ้างว่า หากบุกเข้ามาภายในวัด จะเจอสิ่งนั้นสิ่งนี้ กำลังพลเท่านั้นเท่านี้ในการตั้งรับ แม่เจ้า!!! เจ้าหน้าที่วัดถึงกับเปรย "บ่องตง รู้ความเคลื่อนไหววัดก็จากสื่อนี่แหละ"
แต่ถึงแม้จะเป็นคดีที่สร้างความงุนงงให้แก่ลูกศิษย์พระธัมมชโย กระนั้นบรรดาลูกศิษย์เมื่อทราบข่าวถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้ามาจับกุมพระธัมมชโย แต่ละท่านต่างมุ่งหน้าเดินทางมาร่วมปฏิบัติธรรมให้กำลังใจท่านเป็นจำนวนมาก ภายใต้แนวทางปฏิบัติ สงบ สันติ อหิงสา
ขณะที่บ่ายนี้ คณะลูกศิษย์นับหมื่นคนของพระธัมมชโยได้จัดให้มีการแถลงข่าวที่ห้องแก้วสารพัดนึก ท่ามกลางกองทัพสื่อนับร้อยที่เดินทางมาทำข่าว ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ของพระธัมมชโยต่างสวมเสื้อมีข้อความว่า "เราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพระธัมมชโย" ด้านสื่อเองได้นำเสนอข่าวว่า "ถือเป็นครั้งแรกของใช้ห้องแก้วสารพัดนึกในการแถลงข่าว นับตั้งแต่เกิดคดีความพระธัมมชโย"
สำหรับประเด็นในการแถลงข่าวที่สื่อสนใจ อาทิ ลูกโป่งปริศนาปรากฏขึ้นภายในวัด รถแบ็คโฮ เตรียมนั่งร้านเวทีสวดมนต์ให้ลูกศิษย์ ซึ่งก็ไปเพื่อป้องกันมือที่ 3 ขณะที่นายองอาจ ธรรมนิทา ในนามโฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย
ด้านบิ๊กต๊อก ไพบูลย์ คุ้มฉายา ขู่ฟ่อ ใครขวางจับ "ธัมมชโย" เจอมม. 189 จับถึงบ้าน
- "ศรีวราห์" อุบไต๋แผน 'กบิล59' จับ "ธัมมชโย" อะไรหว่า
ขณะที่อีกหลายสื่อต่างจิ้น (จินตนาการ) เขียนข่าวไปไกล
- ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จับตา "ธัมมชโย" ไม่ให้หนี เชื่อไร้เหตุป่วน
-"ธัมมชโย" สร้างปมเขม็งเกลียว! หากถูกจับติดคุกก็ถอดผ้าเหลือง
- "ธรรมกายจัดหนัก!!! เต็มอัตราศึก เซฟตี้ "ธัมมชโย"
อย่างไรก็ตาม นายองอาจ ธรรมนิทา กล่าวว่า พระธัมมชโยได้รับบริจาคเปิดเผยสุจริต ได้นำทรัพย์ไปสร้างศาสนสถานตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค ขณะที่ดีเอสไอไม่มีความจริงใจในการหารือ ประชุม 3 ฝ่าย โดยได้ส่งสำนวนให้อัยการก่อนได้ข้อสรุป ทั้งวัดพระธรรมกายไม่มีรายชื่อร่วมประชุมตั้งแต่แรก
พร้อมกันนี้ได้มีการชี้แจงย้ำว่า คณะศิษยานุศิษย์ขออ้อนวอนให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ รอการพิจารณาสั่งคดีของอัยการ ไม่ควรออกมาแทรกแซงการทำงานของอัยการ ที่สำคัญไม่ดำเนินการแบบ "ขี่ช้างจับตั๊กแตน" ยั่วยุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
ก่อนจะจบการแถลงข่าว ได้ร่วมกันสวดมนต์บทชัยมงคลคาถา นัยยะเพื่อชนะมาร
ขณะที่ในโซเชียลมีเดียมีการพูดถึงความพยายามในการดำเนินคดีที่สุดแสนประหลาดนี้ว่า "กุเริ่มสงสัยว่า หน้าที่จริงๆ ของดีเอสไอคือ ล้มธรรมกาย? เพราะคดีอื่นไม่เห็นตั้งใจขนาดนี้" โดยมีการติดแฮชแท็กว่า ใครสั่งมา
หรือ "งานนี้จงใจจับสึก ตามคำแนะนำของพระอาจารย์เจ้าเล่ห์กรวยทอง" แม้กระทั่ง "ไทยมุงจะเห็นการต่อสู้ด้วยปัญญาสุดคลาสสิก เป็นประวัติศาสตร์ก่อนถึงช่วงเปลี่ยนผ่าน" และ "เขารู้กันทั้งบางว่า ผ่านด่านวัดพระธรรมกายได้ถึงสมเด็จช่วง"
ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น.ที่ผ่านมา ศาลอนุมัติหมายค้น ดีเอสไอเข้าวัดพระธรรมกาย บุกจับพระธัมมชโย ในข่าวบอกว่า ศาลได้อนุมัติหมายค้นให้ดีเอสไอ เข้าตรวจค้นว้ดพระธรรมกาย ในวันพรุ่งนี้ 16 มิ.ย. ทั้งนี้ ภายหลังได้หมายค้น พ.ต.อ.ไพสิฐ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเตรียมพร้อม และเดินทางไปยังวัดพระธรรมกายคืนนี้ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าค้นทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้เช้า
นี่คือความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน ที่สรุปให้อ่าน พรุ่งนี้เช้าจะมีการบุกเข้ามาจับตัวพระธัมมชโยอย่างไร จะติดตามนำมาสรุปให้ฟังในโอกาสต่อไป...
ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความเข้มข้นในความพยายามที่จะเอาผิดพระธัมมชโย ซึ่งวันนี้หลายสื่อพร้อมใจนำเสนอข่าวการประชุม 3 ฝ่ายเหลว ภายหลัง DSI ปาหี่มุบมิบส่งสำนวนฟ้องอัยการ ก่อนได้ข้อสรุปการประชุม
หลังจากวานนี้ DSI แสดงความไม่จริงใจอีกครั้งในการประชุม ด้วยการยื่นส่งสำนวนฟ้องอัยการ ก่อนได้ข้อสรุปซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันของ 3 ฝ่ายคือ ดีเอสไอ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี (และวัดพระธรรมกายไม่มีชื่อในการประชุม โดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น)
ขณะที่วันนี้เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยทนายสมศักดิ์ โตรักษา แถลงข่าวยุติบทบาทหน้าที่เจรจาพระธัมมชโย
ด้านวัดพระธรรมกาย โดยพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรแถลงข่าวเสียใจ DSI สั่งฟ้องรวบรัด ส่งสำนวนคดีถึงอัยการ ทั้งที่ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา ซึ่งพระสนิทวงศ์กล่าวถึงความไม่ชอบธรรมในการดำเนินคดีของ DSI อาทิ หมายเรียกหลุดมาถึงสื่อมวลชนก่อนถึงมือพระธัมมชโย
ขณะที่ DSI ยังให้ นพ.มโน เลาหวณิช ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาและมีความขัดแย้ง เข้าร่วมประชุมชี้นำจัดการกับพระธัมมชโย
รวมถึงการส่งสำนวนไปยังอัยการโดยไม่รอข้อสรุป ซึ่งการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย ทั้งนี้พระสนิทวงศ์ย้ำ พระธัมมชโยได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต ทรัพย์ทั้งหมดได้นำไปใช้เพื่อสร้างศาสนสถาน ตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค ไม่ได้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนแม้แต่บาทเดียว มีหลักฐานเส้นทางการเงินชัดเจน
อีกทั้งที่ผ่านมา ลูกศิษย์วัดได้ตั้งกองทุนเยียวยาสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นจนครบ และสหกรณ์ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริง ได้ทำหนังสือขอบคุณแสดงเจตนารมณ์ไม่ติดใจเอาความทั้งทางแพ่งและอาญา ทำไมดีเอสไอกลับมุ่งมั่นดำเนินคดีในประเด็นที่ไม่เกิดประโยชน์กับสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งการดำเนินคดีกับพระธัมมชโยจะสร้างผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาอย่างใหญ่หลวง ต่อการรับบริจาคของวัดและองค์กรสาธารณะอื่นๆ ก็จะถูกดำเนินคดีรับขอบโจรและฟอกเงินได้เช่นกัน
ขณะที่สื่อประชาชาติธุรกิจนำเสนอข่าว ธรรมกายแถลงซัด DSI ไม่ทำตามข้อเจรจา เร่งรัดสรุปสำนวน
ด้านธรรมกาย
ด้านบิ๊กต๊อก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ให้สัมภาษณ์ดราม่า "ต้องหาเงินมาคืนแก่ผู้เสียหายให้ได้ อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า เราดำเนินการเรื่องนี้เพราะ อยากได้เงินกลับคืนมาให้ผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด แต่การจะได้เงินมา ก็ต้องหาผู้กระทำผิดให้ได้เสียก่อน"
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสงสัยว่า วัดพระธรรมกายได้รับเงินบริจาค 8% หรือคิดเป็นเงินเพียง 932 ล้านบาท จากวงเงิน 11,367 ล้านบาท ในจำนวนนี้ถูกกระจายออกไป คือ
1. นิติบุคคล ในและต่างประเทศจำนวน 7,203 ล้านบาท
2. นายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์, นายจิรเดช วรเพียรกุล และสหกรณ์เครดิตยูเนียนรัฐประชา 2,566 ล้านบาท
3. นายศุภชัย ศรีศุภอักษร และเครือข่าย 348 ล้านบาท
4. บริษัท เอสดับบลิวโฮลดิ้ง และนายสถาพร วัฒนศิรินุกูล 272 ล้านบาท
5. สหกรณ์อื่นๆ 46 ล้านบาท
อีกทั้งคณะลูกศิษย์ได้ตั้งกองทุนเยียวยา ช่วยเหลือสหกรณ์ไปหมดแล้ว และถือเป็นที่เดียวที่มีการช่วยเหลือ
ขณะที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษรได้เคยชี้แจงว่า พระธัมมชโยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น สอดคล้องกับเช่นเดียวกับนายประกิต พิลังกาสา ประธานกรรมการบริหารแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นกล่าวว่า "กรณีเงินเยียวยาจากวัดพระธรรมกายเกือบพันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินก้อนเดียวที่สหกรณ์ฯมีอยู่.. ซึ่งเงินเยียวยาจากลูกศิษย์วัด มีประโยชน์ต่อสมาชิกสหกรณ์ฯ เป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่ลูกศิษย์วัดฯ ไม่จำเป็นต้องทำด้วยซ้ำ..."
ขณะที่ความเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้คือ ดีเอสไอเตรียมกำลังตำรวจภาค 1 ปฏิบัติการจับพระธัมมชโย ระบุภายในวันศุกร์นี้
นอกจากนี้ ดีเอสไอ เตรียมส่งเรื่องไปยังสำนักงานปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อให้สอบทรัพย์สินวัดพระธรรมกาย
นี่เป็นสรุปข่าวตลอดทั้งวันที่เกิดขึ้นภายในวันนี้ (14 มิถุนายน พ.ศ. 2559) ส่วนความเคลื่อนไหวอื่นๆ จะนำมาสรุปให้อ่านในโอกาสต่อไป